กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำชัด!! พร้อมเดินหน้าเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ จับมือหน่วยงานภาครัฐร่วมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี เชื่อมโยงทุกบริการภาครัฐใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก.. ‘เลขเดียว’ เป็นเข็มทิศนำทางสู่ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ตอกย้ำบทบาทการเป็นหน่วยงานเริ่มต้นธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ เชื่อ!! เพียงหน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงฐานข้อมูลนิติบุคคลกับกรมฯ การปฏิบัติราชการก็จะมีความสะดวกมากขึ้น ‘ไม่ต้องเรียก-ไม่ต้องให้ผู้ขอรับบริการเซ็นเอกสาร’ ให้ยุ่งยาก ภาคธุรกิจและประชาชนก็จะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่าย เอาเวลาที่ต้องเตรียมเอกสารไปรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ จะดีกว่า
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงานประชุม “Business Ready: ปรับบริการรัฐ เปลี่ยนธุรกิจให้ง่ายขึ้น” ซึ่งจัดโดยสำนักงาน ก.พ.ร. ว่า กรมฯ มีคลังข้อมูลนิติบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้พัฒนาระบบให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (Business Data Exchange: BDEX) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real Time ในรูปแบบ Web Service ที่ผู้ใช้บริการ (หน่วยงานภาครัฐ) สามารถเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันได้ทันที โดยมีหน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมฯ แล้ว 179 หน่วยงาน และมีถึง 22 หน่วยงานที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและยกเลิกการเรียกเอกสารนิติบุคคลได้ เป็นการเสริมสร้างระบบข้อมูลภาครัฐแบบบูรณาการที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาการดำเนินงานของภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างสัมฤทธิ์ผล พร้อมทั้งยืนยันว่า กรมฯ จะขยายผลการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลไปยังหน่วยงานรัฐที่เหลือตามแผนงานที่วางไว้อย่างเต็มที่

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า กรมฯ มั่นใจว่าหากหน่วยงานภาครัฐทั้ง 381 หน่วยงานได้เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมฯ ในรูปแบบ Web Service และนำไปใช้งานอย่างต่อเนื่อง ตามที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการอำนวยความสะดวก และลดภาระแก่ประชาชน (ไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน) โดยให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมฯ สำหรับใช้ตรวจสอบข้อมูลได้โดยตรง ไม่ต้องเรียกสำเนาเอกสารจากภาคธุรกิจและประชาชน จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการเดินทาง และการดำเนินธุรกิจได้อย่างมหาศาล ส่งผลให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น สามารถดึงดูดนักธุรกิจจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจในไทย ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศมีความแข็งแกร่ง และที่สำคัญ คือ บรรลุเจตนารมณ์มุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่มีความสมบูรณ์แบบ มีความโปร่งใส และมีการให้บริการที่รวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้สะดวกและง่ายขึ้น ผ่านระบบบริการดิจิทัลของกรมฯ อาทิ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท ด้วย DBD Biz Regist การขออนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วยระบบ e-Foreign Business โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการจดทะเบียนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนและยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบ e-KYC ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครอง และ DBD e-Service ของกรมฯ การใช้ e-Form ช่วยกรอกคำขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ ลดข้อผิดพลาด ผู้ประกอบการสามารถลงลายมือชื่อแบบ e-Signature ชำระค่าธรรมเนียมทางออนไลน์ และรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที

ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ช่วยยกระดับการเริ่มต้นธุรกิจ โดยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก เชื่อมโยงบริการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของกรมสรรพากร ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใช้บริการได้พร้อมกับการจดทะเบียนนิติบุคคล การขึ้นทะเบียนนายจ้างของสำนักงานประกันสังคม ที่จะดำเนินการโดยอัตโนมัติ และการใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล เป็นเลขอ้างอิงในการขอรับบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขึ้นทะเบียนลูกจ้างหรือผู้ประกันตน เป็นต้น

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า การอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจดังที่กล่าวข้างต้น เชื่อว่าจะช่วยยกระดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เตรียมพร้อมภาครัฐก้าวสู่ e-Government ได้ในที่สุด”
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
Post Views: 30