ซีพี แอ็กซ์ตร้า

ซีพี แอ็กซ์ตร้า กวาดรายได้ปี 68 เกิน 5.2 แสนล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจห้างแม็คโคร-โลตัส เผยผลประกอบการปี 2568 พบธุรกิจมีรายได้รวม 520,706 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท จากแรงหนุนอาหารสด ฟูดเซอร์วิส และยอดขายออนไลน์ที่ขยายตัว

 

ผลประกอบการในปี 2568 ของ CPAXT ได้รับแรงหนุนจากยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสด ซึ่งเป็นจุดแข็งของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและหนุนภาพรวมรายได้ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิสก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากยอดขายสินค้าฟูดเซอร์วิส ที่บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นใน Renewed Hope Pte. Ltd. ในไตรมาส 3 ปี 2568 ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการฟูดเซอร์วิส

 

 

นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากการขายนอกร้าน ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ โดยมาจากการเพิ่มของยอดขายผ่านทีมขาย B2B โดยเฉพาะกลุ่ม HoReCa ที่ยังคงเติบโตได้ดี ในส่วนของยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม “Makro PRO” และ “Lotus’s Smart App” เติบโตโดดเด่นถึง 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยล่าสุด “Makro PRO” ได้รับการจัดอันดับจาก Euromonitor International ให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 และเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ด้านยอดขายแบบ First-party (1P) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

 

กางโรดแมปปี 2569: มุ่งสู่การเป็น “Retail Tech” แห่งอาเซียน

 

สำหรับแผนงานในปี 2569 นั้น คุณธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และยั่งยืนบนพื้นฐานของวินัยทางการเงิน และการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ผ่านยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นมากกว่าแค่ห้างสรรพสินค้า แต่คือเทคโนโลยีค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่

 

1) การสร้างการเติบโตทุกช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะการขายนอกร้าน ผ่านทีมขาย (B2B) และการขายออนไลน์ควบคู่การขยายสาขาในรูปแบบที่หลากหลาย

 

2) การเป็นผู้นำสินค้าอาหารสดและเพิ่มสัดส่วน Private Label พร้อมต่อยอดอาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมทาน เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการในราคาที่คุ้มค่า

 

3) การยกระดับศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าให้เป็น “พื้นที่ความสุขของชุมชน” เพื่อสร้างรายได้จากการบริหารพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4) การขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยต่อยอดศักยภาพตลาดมาเลเซีย และขยายการดำเนินงานในฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว

 

5) การนำเทคโนโลยี และ AI มาใช้ยกระดับการดำเนินงาน โดยผสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Retail Tech ชั้นนำของภูมิภาค

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ