ดิสนีย์แลนด์ไทย

ส่อง 4 ปมร้อนดิสนีย์แลนด์ไทย เมื่อชาวโซเชียลเชียร์ให้เกิด แต่ขอเงื่อนไขต้องเคลียร์

กระแส “ดิสนีย์แลนด์ไทย” กลับมาเขย่าโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อเมกะโปรเจกต์ระดับโลกนี้ถูกโยงเข้ากับพื้นที่ EEC เพื่อหวังปั้นให้เป็นหัวหอกใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย แต่ในความตื่นเต้นนี้มีความจริงจังซ่อนอยู่

 

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด จึงได้ใช้เครื่องมือ dxt:360 (Social Listening) ขุดลึกความเห็นชาวโซเชียลในช่วงต้นปี 2569 พบว่า “เสียงส่วนใหญ่เชียร์ขาดใจ แต่มีเงื่อนไขที่รัฐและเอกชนต้องแก้โจทย์ให้แตก”

 

[เจาะ 4 ประเด็นฮิต: “กำแพง” ที่ดิสนีย์ต้องข้ามให้ได้]

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าประเด็นที่ชาวเน็ตพูดถึงมากที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องความสนุก แต่คือ “ความเป็นไปได้จริง” ใน 4 มิติหลักดังต่อไปนี้

 

ความเชื่อมั่นและนโยบาย (39.4%): คนส่วนใหญ่กังวลว่าจะเป็นแค่ “โปรเจกต์ขายฝัน” ช่วงใกล้เลือกตั้งหรือไม่? โดยหยิบยกความล่าช้าของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมาเป็นบทเรียน พร้อมย้ำว่าความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญที่จะดึงนักลงทุนระดับโลกได้จริง

 

แดดเมืองไทยที่แผดเผา (28.6%): คำถามยอดฮิตคือ “จะต่อคิวไหวไหม?” จนเกิดไอเดียเสนอให้ทำสวนสนุกแบบระบบปิด (Indoor) หรือโดมติดแอร์ เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนระอุของไทย

 

ราคาบัตร vs ค่าแรง (23.8%): เมื่อคาดการณ์ราคาบัตรไว้ที่ 2,000-3,000 บาท โซเชียลจึงตั้งคำถามถึงความสมดุลกับรายได้เฉลี่ยและค่าแรงขั้นต่ำ หากหวังพึ่งแค่กำลังซื้อในประเทศอาจไม่พอ ต้องมีกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แข็งแกร่ง

 

Soft Power สายดิสนีย์ (8.2%): แฟนคลับอยากเห็น “Disney in Thai Style” เช่น การนำธีม Raya and the Last Dragon มาเป็นตัวชูโรง หรือกิมมิคน่ารักๆ อย่างมิกกี้เมาส์นุ่งโจงกระเบน และโซนตลาดน้ำดิสนีย์ (Floating Market)

 

 

[เสียงแตกแต่ไม่แยกทาง: 75% ยังเทใจให้ “อยากให้เกิด”]

แม้จะมีข้อกังวล แต่ตัวเลขจาก Social Listening ระบุชัดเจนว่า 75.7% เห็นด้วย เพราะมองว่าจะช่วยสร้างงานและยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล ในขณะที่ 24.3% ไม่เห็นด้วย โดยมองเรื่องความคุ้มค่าและเสนอให้หันไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้นมากกว่า

 

[เช็กอินที่ไหนดี? 6 ทำเลทองในสายตาชาวโซเชียล]

 

แม้รัฐจะปักหมุดที่ EEC (ภาคตะวันออก – 31.5%) เพราะความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ชาวเน็ตยังแอบเชียร์ทำเลอื่นที่มีเสน่ห์ต่างกัน:

 

ภาคเหนือ (21.8%): เชียงใหม่/เชียงราย ชนะเลิศเรื่องอากาศและ Vibe ที่ใกล้เคียงดิสนีย์ปารีส

 

เขาใหญ่ (19.2%): อากาศดี ปลอดภัยจากน้ำท่วม และเหมาะกับสวนสนุกกลางแจ้ง

 

ภาคกลาง (14.5%): เน้นความสะดวก เดินทางง่ายจากกรุงเทพฯ

 

ภาคใต้ (8.4%): ภูเก็ต/กระบี่ ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยว Luxury กำลังซื้อสูง

 

ภาคตะวันตก (4.6%): ประจวบฯ/เพชรบุรี ชูจุดเด่นมอเตอร์เวย์สายใหม่และการกระจายความเจริญ

 

 

[โจทย์ใหญ่ที่มากกว่าแค่เครื่องเล่น]

กระแส “ดิสนีย์แลนด์ไทย” ในปี 2569 นี้ สะท้อนว่าคนไทยไม่ได้ต้องการแค่สวนสนุก แต่ต้องการเห็นการบริหารจัดการระดับมืออาชีพที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทั้งระบบขนส่ง ราคาที่จับต้องได้ และความยั่งยืน คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “ดิสนีย์จะมาไหม?” แต่คือ “ไทยพร้อมแค่ไหน” ที่จะโอบรับมาตรฐานระดับโลกนี้ให้กลายเป็นกำไรของประเทศในระยะยาว

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ