หากพูดถึงจุดยุทธศาสตร์ที่เปรียบเสมือน “ครัวของคนเมือง” และ “ขุมทรัพย์ของพ่อค้าแม่ค้า” คงไม่มีใครไม่นึกถึง ตลาดสี่มุมเมือง พื้นที่การค้าขนาดมหึมาบนถนนพหลโยธินที่ไม่เคยหยุดนิ่งตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรที่นัดพบกันระหว่างคนขายกับคนซื้อ มากไปกว่านั้นนี่คือสถานที่กำหนดทิศทางราคาอาหารอีกด้วย
[ประวัติความเป็นมา: จากวิสัยทัศน์สู่ศูนย์กลางการค้า]
“ตลาดกลางค้าส่งสี่มุมเมือง” เกิดขึ้นจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตัดพ่อค้าคนกลาง สร้างพื้นที่ให้กับเกษตรกรได้พบกับผู้ซื้อโดยตรง เปิดการแข่งขันอย่างเสรี ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2526 จึงเป็นจุดกำเนิดของตลาดแห่งนี้

รูปภาพจาก simummuangmarket
ด้วยทำเลที่ตั้งอันเป็นเลิศบริเวณประตูสู่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ทำให้ตลาดแห่งนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากตลาดสดขนาดกะทัดรัดสู่เนื้อที่กว่าหลายร้อยไร่ที่รองรับปริมาณสินค้าหมุนเวียนมหาศาลในปัจจุบัน
[ทำไมถึงตอบโจทย์การค้าขาย?]
เหตุผลที่พ่อค้าแม่ค้าไทยเทใจให้สี่มุมเมืองคือ “ความครบและคุ้ม” ครับ สำหรับฝั่งคนขาย ที่นี่มีระบบบริหารจัดการพื้นที่ที่ดีเยี่ยม มีโซนสินค้าชัดเจน และมีฐานลูกค้าประจำจำนวนมากที่พร้อมจะรับของไปกระจายต่อ ส่วนฝั่งคนซื้อ (โดยเฉพาะร้านอาหารและแม่ค้าตลาดนัด) จะได้เปรียบเรื่อง “ราคาขายส่ง” ที่ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก รวมถึงความสดใหม่ของสินค้าที่ส่งตรงจากไร่แบบวันต่อวัน
นอกจากนี้ ระบบโลจิสติกส์ภายในที่อำนวยความสะดวกอย่างการมีรถเข็นรับจ้าง หรือบริการ Drive-thru ที่ช่วยให้คนซื้อสามารถขับรถเข้ามาขนของได้รวดเร็ว ก็เป็นจุดแข็งที่หาที่อื่นเลียนแบบได้ยาก
[แหล่งสินค้าซื้อขายครบวงจร]
ปัจจุบันสินค้าในตลาดไม่ได้มีแค่ผัก แต่นี่คืออาณาจักรสินค้าเกษตรที่ครบเครื่องที่สุด ไม่ว่าจะเป็น โซนผัก, โซนผลไม้รวม, โซนของแห้ง, ตลาดปลา อาหารทะเล, ตลาดพืชไร่, ตลาดดอกไม้, โซนสินค้าแปรรูป, ศูนย์จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา อุปกรณ์การเกษตร รวมถึงมีบริการขนส่งและลงสินค้าให้กับผู้ซื้อ-ผู้ขาย ตลอด 24 ชั่วโมง, บริการตรวจสอบสารพิษจากห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ มาตรฐานสินค้า โดยทุกวันจะมีการสุ่มตรวจสารพิษตกค้างกลุ่มสินค้าผัก ผลไม้ ของสด
‘สี่มุมเมือง’ จึงเป็นศูนย์รวมสินค้าเกษตรมากกว่า 1,000 รายการ ที่ทำให้ผู้ซื้อมาที่เดียวจบ สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามที่ต้องการ
[การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ตลาดสดที่ไม่ล้าสมัย]
แน่นอนว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนมากขึ้น ‘สี่มุมเมือง’ ในยุค 5G ไม่ได้มีแค่การยื่นเงินสดแล้วรับของไป แต่มีการปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเปิดตัวแพลตฟอร์ม “สี่มุมเมืองออนไลน์” ที่ช่วยให้คนซื้อสามารถสั่งของผ่านแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องเดินทางมาเอง

การใช้ระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ทั่วทั้งตลาดเพื่อลดการใช้เงินสด ไปจนถึงการใช้ Big Data ในการบริหารจัดการพื้นที่และวิเคราะห์ปริมาณสินค้า เพื่อช่วยให้เกษตรกร และพ่อค้าแม่ค้าวางแผนการขายได้แม่นยำขึ้น เหล่านี้เป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดสดที่เฉอะแฉะ วุ่นวายให้กลายเป็น Smart Market ที่ทันสมัย
ปฏิเสธไม่ได้ ‘ตลาดสี่มุมเมือง’ ไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อขายสินค้าเกษตร แต่เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของเศรษฐกิจไทยที่เชื่อมโยงเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน ความแข็งแกร่งของที่นี่เกิดจากการไม่หยุดนิ่ง และกล้าที่จะปรับตัวตามยุคสมัย ทำให้สี่มุมเมืองยังคงครองใจคนค้าขาย ยืนหยัดเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ที่มา: simummuangmarket
เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ
Post Views: 51