ชื่อ Christian Collett ชายหนุ่มวัย 24 ปี กลายเป็นกรณีศึกษาทางธุรกิจที่น่าสนใจกับธุรกิจตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่กำลังขยายสาขาไปได้ด้วยดี สร้างรายได้เกือบ 1 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เปิดกิจการเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา
Collett เจ้าตัวคือผู้ก่อตั้ง และผู้บริหาร Andres Vending (AVM) ธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียงคนเดียว โดยเจ้าตัวมีความสนใจเรื่องการหาเงินมาตั้งแต่เด็ก ทำงานครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี ผ่านอาชีพมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ขายเสื้อผ้า และรองเท้ามือสอง, ทำความสะอาด, ล้างรถด้วยแรงดันสูง
“ผมมีเงินเก็บเยอะมากจากเรื่องพวกนี้ ผมเลยเอาไปลงทุนอย่างอื่น นั่นก็คือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่เห็นไอเดียใน Tiktok ซึ่งน่าแปลกที่คนในอเมริกาทำมาก่อน”
นี่เป็นความคิดที่ดี ดังนั้น Collett จึงคอยเก็บข้อมูล จนวันหนึ่งก็ตัดสินใจลงมือทำ และทำเรื่อยมาหลังจากนั้น โดยในปี 2021 เจ้าตัวได้ใช้เงินเก็บที่สะสมมาตลอด 8 ปี จากการทำงานรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซื้อเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติเครื่องแรก ปัจจุบันเป็นเจ้าของถึง 46 ตู้แล้ว ซึ่งเน้นไปที่ขนม และเครื่องดื่ม
“ผมลองทำธุรกิจใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งธุรกิจนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จจริง ๆ ผมเลยทำธุรกิจนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้”
ปัจจุบันตู้อัตโนมัติของ Collett กระจายอยู่ทั่วซิดนีย์ ทั้งในย่านพาร์ราแมตตา โฮมบุช และแชทส์วูด โดยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสำหรับตู้ 1 เครื่อง หากเป็นเครื่องใหม่จะอยู่ประมาณ 7,000-8,000 ดอลลาร์ และอาจสูงไปถึง 10,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว ซึ่งเขาตั้งเป้าว่าตู้แต่เครื่องจะต้องทำรายได้เฉลี่ย 30 ดอลลาร์ต่อวัน
นอกจากนี้ Collett ตั้งความฝันไว้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีตู้ขายอัตโนมัติให้ได้ 1,000 เครื่อง และจะทำเงินได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต
กรณีศึกษาของ Christian Collett ไม่ใช่แค่เรื่องของการเติมขนมใส่ตู้ แต่เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการทำ “Digital Transformation” ให้กับธุรกิจดั้งเดิม โดยใช้พลังของ Content Marketing และ Personal Branding เป็นตัวขับเคลื่อนครับ หากเรามองผ่านเลนส์นักกลยุทธ์ เราจะเห็นว่าเขาไม่ได้ขายแค่สินค้าในตู้ แต่เขากำลังขาย “องค์ความรู้” และ “ความฝัน”
ในทางธุรกิจหัวใจของตู้ขายสินค้าอัตโนมัติไม่ใช่ “ตัวเครื่อง” แต่คือ “ทำเล” Collett แสดงให้เห็นว่าการบริหารธุรกิจนี้คือการบริหารอสังหาริมทรัพย์ขนาดจิ๋ว เขาเน้นการวิเคราะห์ Foot Traffic และการเจรจาค่าเช่า (Commission) ที่ต้องสมดุลกับกำไรขั้นต้น (GP)
นอกจากนี้เขายังใช้กลยุทธ์ Route Density หรือการวางตู้ในระยะทางที่จัดการได้ เพื่อลดต้นทุนแฝงที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือ “ค่าเดินทางและเวลา” ในการเติมสินค้า ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ SME ที่ต้องการขยายสาขาในโมเดลที่คล้ายกัน
ที่มา: realcommercial
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
Post Views: 31