ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ เสียหาย 40,000 ล้านบาท ธุรกิจท้องถิ่นโคม่ากว่า 6 ใน 10 ต้องปิดกิจการชั่วคราว
น้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 2.19 ล้านคน และครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 798,695 ครัวเรือน โดย 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ได้แก่ สงขลา (243,568 ครัวเรือน) นครศรีธรรมราช (223,221 ครัวเรือน) พัทลุง (151,622 ครัวเรือน)
จากการสำรวจธุรกิจท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่า กว่า 6 ใน 10 คิดเป็น 61.6% ต้องปิดกิจการชั่วคราว เนื่องจากสถานประกอบการถูกน้ำท่วมโดยตรงทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามปกติได้
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจที่เป็นอัมพาต โดยธุรกิจค้าปลีก ตลาด ห้างสรรพสินค้า ต้องปิดบริการส่งผลต่อผู้บริโภคกว่า 500,000 คน และผู้อพยพหลายแสนคนไม่สามารถเข้าถึงสินค้า และบริการที่จำเป็นได้ เช่นเดียวกับการคมนาคมที่หยุดชะงัก นักท่องเที่ยวและชาวต่างยกเลิกการเดินทาง รวมถึงกิจกรรมนานาชาติที่ถูกยกเลิก ไม่ว่าจะเป็น งานสัมมนาหอการค้าฯ ครั้งที่ 43, SEA Games 2025 ที่สงขลา
อย่างไรก็ตาม เสียงจากผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเร่งด่วนที่สุด อันดับ 1 เงินเยียวยาโดยตรง/เงินชดเชย คิดเป็น 56.5% อันดับ 2 การซ่อมแซมสาธารณูปโภค คิดเป็น 14.7% และอันดับ 3 การช่วยทำความสะอาดพื้นที่ 10.6% จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการต้องการ “เงินสด” ไม่ใช่ “หนี้สิน” เพราะในภาวะที่ไม่มีรายได้ และอนาคตไม่แน่นอน ผู้ประกอบการไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้สิน แต่ต้องการกระแสเงินสดทันทีเพื่อประคองตัว
อีกทั้ง ควรปรับบทบาท “สินเชื่อ” ให้เป็น “ทางเลือกเสริม” ไม่ใช่ “มาตรการหลัก” โดยการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loans) ควรมีไว้สำหรับ “การลงทุนฟื้นฟูในระยะถัดไป” ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ที่มา: ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
Post Views: 463