สเวนเซ่นส์

‘สเวนเซ่นส์’ ปรับไอศกรีมสู่สาย High Protein เมื่อของหวานต้องตามเทรนด์สุขภาพ

‘สเวนเซ่นส์’ แบรนด์ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเมนูไอศกรีมของหวานที่กินเพื่อความสุข แต่มาวันนี้ภาพจำเหล่านั้นกำลังถูกลบไป เมื่อเปิดตัวไอศกรีม High Protein ในรูปแบบ Mini Quart เจาะกลุ่มสายฟิตและคนรุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนว่าแม้แต่แบรนด์ดั้งเดิมที่ทำธุรกิจมายาวนานก็ต้องขยับตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

 

แม้ว่าจะอยู่คู่ในแวดวงธุรกิจมามากกว่า 30 ปี เป็นไอศกรีมที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี มีฐานลูกค้าจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็นจุดแข็งของแบรนด์ แต่ด้วยบริบทเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเทรนด์เรื่องการใส่ใจสุขภาพที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเป็นกลุ่มที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

ดังนั้น การออกสินค้า High Protein จึงเป็นการเปิดทางให้แบรนด์เข้าหากลุ่มที่เคยหลีกเลี่ยงไอศกรีม โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวตนทั้งหมด โดยแบรนด์ยังขายไอศกรีมเหมือนเดิม แต่เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับคนใส่ใจสุขภาพสามารถเลือกรับประทานได้ และใช้ขนาดมินิควอท ซึ่งเป็นสินค้าที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้วเป็นฐาน ลดความเสี่ยงของการลงทุนทำสินค้าใหม่

 

สำหรับไอศกรีมจะมีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ รสพีนัท บัตเตอร์ โปรตีนสูงถึง 35 กรัม และ รสดาร์ก ช็อกโกแลต โปรตีนสูงถึง 30 กรัม ขายในราคามินิควอท ละ 279 บาท

 

 

เรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือเรื่องโปรตีนไม่ใช่เรื่องของนักกล้าม หรือคนที่ชื่นชอบการออกกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ยังลุกลามไปกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป โดยมักมองโปรตีนบนฉลากพอ ๆ กับแคลอรี และกลุ่มที่สนใจโปรตีนเพิ่มขึ้นทั้งคนรุ่นใหม่สายออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ และคนทำงานในเมือง

 

เมื่อความต้องการขยายวงกว้างขนาดนี้ สินค้าโปรตีนจึงขยับจากอาหารเสริมเข้าสู่นม ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม จนมาถึงหมวดที่ดูห่างไกลที่สุดอย่างของหวาน เช่นเดียวกับหมวดไอศกรีมที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะ “ของหวาน” กับ “สุขภาพ” เป็นเรื่องตรงกันข้าม การออกไอศกรีม High Protein เป็นการสื่อสารให้ผู้บริโภคเชื่อว่าของหวานเมนูนี้ต่างจากเดิมจริง

 

 

ที่ผ่านมาไอศกรีมเคยถูกมองว่าเป็นของหวานที่มีน้ำตาลสูง กินแล้วต้องรู้สึกผิด เป็นเหตุผลหลักที่คนรักสุขภาพเลี่ยง การที่สเวนเซ่นส์หยิบเรื่องโปรตีนมาเป็นจุดขาย คือการเปลี่ยนคำถามจาก “กินแล้วอ้วนไหม” เป็น “กินแล้วได้อะไร” ให้ผู้บริโภครู้สึกว่าของหวานช่วยเติมโปรตีนให้ร่างกายด้วย

 

แต่เมนูที่ถูกวางเป็นของสุขภาพ ผู้บริโภคก็จะเริ่มตรวจสอบมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ใช่แค่ปริมาณโปรตีน แต่รวมถึงน้ำตาลและแคลอรีต่อถ้วย ว่าต่างจากไอศกรีมปกติแค่ไหน ความน่าเชื่อถือของสินค้านี้จึงขึ้นกับตัวเลขบนฉลากเป็นสำคัญ

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ