แว่น AI

เด็กอายุ 15 ปี พัฒนาแว่น AI แปลงตัวหนังสือให้เป็นเสียง สร้างด้วยงบหลักพัน

กลุ่มเด็กวัยรุ่น 3 คน รวมตัวกันคิดไอเดียทำแว่น AI แปลงตัวหนังสือเป็นข้อความเสียงที่แม่นยำ ทำกันเองด้วยเงินทุนประมาณ 3,200 บาท

 

ในช่วงเวลาที่หลายบริษัทเทคโนโลยีในซิลิคอนวัลเลย์กำลังระดมทุนหลายพันล้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แว่นตาสวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แต่ Akhil Nagori, Evann Sun และ Lucas Shengwen Yen กลุ่มวัยรุ่น 3 คน อายุ 15 ปี ในเมืองซานตาคลารากลับใช้เงินทุนไม่ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,200 บาท) สร้างผลิตภัณฑ์แว่นตา AI ที่สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงพูดได้แบบเรียลไทม์

 

Nagori เล่าว่าเป้าหมายหลักของเราคือการสร้างวิธีที่ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการถอดข้อความจากทุกรูปแบบสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสายตา โดยมีความแม่นยำมากกว่า 90% ในการแปลงข้อความเป็นเสียงพูด ซึ่งแว่นตานี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพ ดึงข้อความออกมา และแปลงข้อความนั้นเป็นเสียงที่เล่นผ่านลำโพงขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ในกรอบแว่นตา ใช้เวลาโหลดเพียง 13 วินาที

 

ทั้ง 3 คน ส่งผลิตภัณฑ์ต้นแบบซึ่งใช้การพัฒนาประมาณ 5 เดือน เข้าร่วมประกวดโครงการ Thermo Fisher Scientific Junior Innovators Challenge ในเดือนตุลาคม และได้รับรางวัล 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

แนวคิดการสร้างแว่นตาแปลงข้อความเป็นเสียงขับเคลื่อนด้วย AI เกิดขึ้นจาก Nagori เดินทางไปอินเดียเพื่อเยี่ยมครอบครัว รวมถึงลุงทวดซึ่งมีปัญหาทางสายตา โดยคุณลุงทำงานเป็นพนักงานเก็บเงิน แน่นอนว่าใบเสร็จที่เต็มไปด้วยอักษรเบรลล์ทำให้ต้องตรวจสอบทีละบรรทัด เมื่อเห็นแบบนั้น ก็เลยคิดหาวิธีที่ง่ายกว่านี้ ไม่ต้องยุ่งยาก

 

 

สำหรับขั้นตอนการสร้างแว่นตา พวกเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรค 3 ด้าน ได้แก่ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และการรวบรวมข้อมูลผ่านการทดสอบ โดย Sun บอกว่าได้ออกแบบกรอบแว่นตา โดยใช้ Fusion 360 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ CAD และใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติในการผลิต

 

“เราพบขนาดแว่นโดยเฉลี่ยสำหรับนักเรียนระดับมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย เนื่องจากเราพยายามใส่ส่วนประกอบทั้งหมดลงบนแว่นตา เราจึงต้องออกแบบพื้นที่สำหรับส่วนประกอบเหล่านั้นทั้งหมดขึ้นมาใหม่” Sun กล่าว

 

แว่นตาดังกล่าวประกอบด้วยกล้อง แบตเตอรี่ ลำโลง และแผงวงจรคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เรียกว่า Raspberry Pi รวมถึงยังมีสวิตช์เปิด-ปิดขนาดเล็กอีกด้วย โดยต้องการให้นักเรียนใช้สิ่งนี้ตลอดทั้งวันเรียน

 

หากนำแว่น AI แปลงข้อความเสียงต้นทุนต่ำนี้มาปรับใช้ในภาคธุรกิจจะช่วยเพิ่มความสะดวก และยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าหรือพนักงานที่มีความบกพร่องทางสายตา เช่น การอ่านป้ายสินค้า เมนูอาหาร หรือเอกสารสัญญาได้อย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์

 

นอกจากนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานคลังสินค้าหรือการตรวจสอบเอกสารด่วน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับข้อมูลข้อความได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้มือถือหรือจดจ้องหน้าจอ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความเท่าเทียมทางธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า

 

ที่มา: businessinsider

 

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ