โฮมโปร

‘โฮมโปร’ ติดป้าย “ขอความเป็นส่วนตัว-DO NOT DISTURB” นี่คือกลยุทธ์ ไม่ใช่ความสุภาพ

ถ้าคุณเดิน ‘โฮมโปร’ ในช่วงนี้ อาจสังเกตเห็นป้ายเล็ก ๆ แขวนอยู่ที่รถเข็น เขียนว่า “ขอความเป็นส่วนตัว – DO NOT DISTURB”ความหมายง่ายมาก ถ้าลูกค้าถือป้ายนี้หมายความว่าพนักงาน และ PC ห้ามเข้าไปทัก แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่มารยาท แต่เป็นกลยุทธ์ที่ซ่อนไว้ในป้ายเล็ก ๆ นี้อย่างน่าสนใจ

 

ทำไม ‘โฮมโปร’ ถึงกล้าทำแบบนี้ นี่คือเรื่องที่ถูกคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว เพราะผู้บริโภคปัจจุบันพวกเขามีการศึกษาข้อมูลจากช่องทางออนไลน์มาก่อนที่จะเข้าร้าน และบางส่วนอยากให้ใช้เวลาเลือกสินค้าด้วยตัวเองมากขึ้น ดังนั้น แบรนด์จึงอยากสร้างประสบการณ์ให้ความเคารพกับลูกค้าที่ให้ร้านเป็น Safe Space ที่ลูกค้ามาแล้วรู้สึกถึงความสบายใจ จึงลดบทบาทจาก Push Selling และขยับสู่ Permission-Based Selling ให้ลูกค้าเป็นผู้กำหนดว่า “เมื่อไหร่” ที่ต้องการความช่วยเหลือ

 

 

อีกด้านหนึ่งนี่คือการ “สารภาพ” ออกมาดัง ๆ ว่าที่ผ่านมาการที่พนักงานเดินตามลูกค้า ทักทาย แนะนำสินค้าโดยไม่ได้ถูกร้องขอกลายเป็นการสร้างแรงกดดัน และบางครั้งสินค้าที่ถูกเสนอไม่ใช่สินค้าที่ลูกค้าอยากจะซื้อแต่อย่างใด จึงสร้างความรบกวน สร้างภาพจำที่ไม่ดีให้กับแบรนด์ โดยในมุมการตลาดสิ่งที่กำลังทำเรียกว่า “Low-Pressure Selling” หรือการขายแบบไม่กดดัน ซึ่งกำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของค้าปลีกทั่วโลก ซึ่งลูกค้ายุคนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว ก่อนจะเดินเข้าร้าน เขารีวิวมาแล้ว เปรียบราคาในมือถือมาแล้ว บางคนรู้ชัดเลยว่าจะซื้ออะไร สิ่งที่เขาต้องการจากร้านคือ พื้นที่ตัดสินใจ ไม่ใช่คนมาช่วยตัดสินใจแทน

 

การติดป้ายป้องกันการรบกวนส่งผลชัดเจนสองทาง ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าความสุภาพ

 

ฝั่งลูกค้า – เมื่อไม่ต้องคอยระแวงว่าจะมีคนมาทัก ลูกค้าจะใช้เวลาในร้านนานขึ้น เดินดูของมากขึ้น และมีโอกาสหยิบของใส่รถเข็นเพิ่มขึ้นเองโดยไม่ต้องถูกโน้มน้าว

 

ฝั่งพนักงาน – ไม่ต้องเสียเวลากับลูกค้าที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ และสามารถโฟกัสกับคนที่ “พร้อมซื้อจริงๆ” ได้อย่างเต็มที่ ผลคือ ปิดการขายได้แม่นยำขึ้น โดยใช้พลังงานน้อยลง

 

เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดแค่ที่ ‘โฮมโปร’ถ้ามองภาพใหญ่ขึ้น จะเห็นว่าธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกกำลังเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าแบบ Self-service เติบโตอย่างต่อเนื่อง, ตู้ Self-checkout แพร่หลายมากขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ร้านอาหารบางแห่งก็เปลี่ยนมาให้สั่งผ่าน QR Code แทนการคุยกับพนักงาน

 

 

สำหรับผู้ประกอบการ SME นี่คือแนวคิดการทำการตลาด สร้างบริการที่ประทับใจขึ้นมา สามารถดึงไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเอง ดังต่อไปนี้

 

  1. อย่า “ไล่ล่า” ลูกค้า

การที่พนักงานเดินตามลูกค้าทุกก้าว หรือโทรหาซ้ำหลายครั้งหลังส่งใบเสนอราคา ไม่ได้ทำให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น แต่ทำให้แบรนด์ดูไม่น่าไว้วางใจ

 

  1. สร้างระบบที่ลูกค้า “ขอความช่วยเหลือได้เอง”

ไม่ว่าจะเป็น QR Code ให้ทักแชท ป้ายบอกข้อมูลสินค้าที่ครบ หรือแม้แต่ป้าย “ถ้าต้องการความช่วยเหลือ กดเรียกได้เลย” การให้ลูกค้าเป็นคนเลือกเองสร้างความรู้สึกที่ดีกว่าเสมอ


  1. Trust คือ Conversion ที่ถูกที่สุด

แบรนด์ที่กล้า “ถอยออกมา” แสดงให้เห็นว่ามั่นใจในสินค้าตัวเอง ลูกค้ารับรู้ความรู้สึกนั้นได้ และมันส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่าคำโฆษณาทุกบรรทัด

 

ทั้งหมดนี้มาจากความจริงข้อเดียวกัน ลูกค้าต้องการ “อำนาจในการควบคุม” ประสบการณ์ช้อปปิ้งของตัวเอง เช่นเดียวกับคนทำธุรกิจก็ต้องพร้อมปรับตัวตามลูกค้า แม้จะต้องเปลี่ยนวิธีการขายที่เคยทำมาตลาด

 

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง