กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น ผ่านมาตรการสนับสนุนทั้งเงินอุดหนุน พื้นที่ค้าขาย แหล่งเงินทุน และการเชื่อมโยงตลาดดิจิทัล เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วม

นางศุภจี กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และ สสว. ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดูแลค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการสร้างรายได้ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการมีอาชีพหรือหารายได้เพิ่มเติม สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นผ่านระบบแฟรนไชส์ ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากว่า 500 ราย และได้คัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานที่มีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท เข้าร่วมโครงการกว่า 100 แบรนด์
ด้านนายนภินทร กล่าวว่า สสว. ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ โดยช่วยเหลือผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท ในอัตรา 50% ของค่าแพ็กเกจ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการได้ประมาณ 10,000 ราย หรือ 10,000 ครอบครัว ทำให้ผู้ที่ต้องการมีอาชีพหรือมีรายได้เพิ่ม สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นคิดหรือพัฒนาธุรกิจใหม่ทั้งหมด ลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ และช่วยยกระดับผู้ประกอบการ SME ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นายนภินทร กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของภาค SME จากปัจจุบันประมาณ 35% เป็น 40% ภายใน 4 ปี ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากการสนับสนุนเงินอุดหนุนจาก สสว. แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้ประสานความร่วมมือกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ยังมีเงินลงทุนไม่เพียงพอ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมการค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยลดข้อจำกัดในการเริ่มต้นธุรกิจ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ค้าขายในห้างโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้า ฟรีค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสมาคมตลาดสดไทย ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ตลาด สนับสนุนพื้นที่ค้าขายเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการ
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือ การเชื่อมโยงธุรกิจแฟรนไชส์เข้าสู่ระบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” และได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการ
ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” เป็นความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคีเครือข่าย โดยรวบรวมธุรกิจแฟรนไชส์มาตรฐานกว่า 100 แบรนด์ ที่มีเงินลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th หรือ Line OA @franchisedbdplus รวมทั้งสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2547 5953, 0 2547 5955 และ Call Center 1570
Post Views: 87