ฮ่องกง เศรษฐกิจที่มีขีดแข่งขันลำดับ 2 ของโลก


สถาบันการจัดการนานาชาติ หรือไอเอ็มดี เผยว่า ฮ่องกงรั้งอันดับสองในดัชนีชี้วัดความสามารถด้านการแข่งขันระดับโลก รองจากสหรัฐอเมริกา

ไชน่า เดลี่ รายงานว่า สถาบันการจัดการนานาชาติ หรือไอเอ็มดี ของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่าฮ่องกงได้ก้าวขึ้นจากลำดับที่สี่สู่ลำดับที่สอง รองจากสหรัฐ ในการสำรวจความสามารถเชิงแข่งขันระดับโลก โดยไอเอ็มดีได้อ้างอิงถึงความแข็งแกร่งของฮ่องกงในเรื่องประสิทธิภาพทางธุรกิจ, ทักษะทางการเงิน (financial acumen) รวมถึงหลักนิติธรรม (rule of law) และระบอบภาษีที่เรียบง่าย

ฮ่องกงได้ตกลงสู่อันดับที่สี่ในผลการสำรวจปีที่แล้ว แต่กระโดดขึ้นมา 2 ตำแหน่งในปีนี้ ทำให้แซงหน้าคู่แข่งอย่างสวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์ ทั้งนี้จากรายงานพบว่า ประเทศที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดได้แชร์ความเหมือนกันในแง่การมีประสิทธิภาพทางธุรกิจสูง โดย 9 ประเทศและภูมิภาคจาก 10 อันดับแรกถูกอ้างถึงในเกณฑ์นี้ โดยนายอาทูโร บริส (Arturo Bris) ผู้อำนวยการของศูนย์ความสามารถเชิงแข่งขันโลกของไอเอ็มดี กล่าวว่า ประสิทธิภาพทางธุรกิจต้องการผลิตภาพในระดับสูง และความสามารถเชิงแข่งขันของประเทศและภูมิภาคก็เชื่อมโยงกับความสามารถของบริษัทในการรักษาการทำกำไรเมื่อเวลา

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจนี้ได้ทำให้ฮ่องกงโดดเด่นขึ้นมา เปรียบเทียบกับผลโพลที่ทำโดยสถาบันสังคมศาสตร์ของจีน (Chinese Academy of Social Sciences) ซึ่งได้ดาวน์เกรดฮ่องกงลงสู่อันดับสอง รองจากเซินเจิ้น ในการจัดอันดับความสามารถเชิงแข่งขันในภาพรวมในหมู่เมืองใหญ่ของจีน แต่นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า ทั้งสองโพลอยู่บนฐานที่ใช้เกณฑ์แตกต่างกันเล็กน้อย โดยสถาบันสังคมศาสตร์ของจีนได้เน้นย้ำในเรื่องความสามารถทางอุตสาหกรรม (industrial prowess) ซึ่งฮ่องกงขาดในส่วนนี้ไป

อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของฮ่องกงในการสร้างนวัตกรรมได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากศูนย์บ่มเพาะสตาร์ตอัพได้ผุดขึ้นจำนวนมากในเซินเจิ้น โดยส่งมอบสภาพแวดล้อมที่เป็นบวกสำหรับบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากให้เจริญเติบโต

เครดิตภาพจาก http://www.moimoi.com.au/