จากพ่อค้าขายผัก ขายหวย ขับรถแมสเซนเจอร์ สู่เจ้าของร้านเสื้อผ้าแฟชั่น “วัยรุ่นทรงเอ” ที่ในตอนนี้ใครอยากแต่งตัวแนวนี้ ต้องนึกถึงเค้าคนแรก แต่ก็ไม่พ้นคำคน ที่มักจะดูถูกและบูลลี่การแต่งตัวสไตล์นี้อยู่ตลอด
ณัฐกร เจนกิจ ซีอีโอบริษัท ออฟชั่น วัยรุ่น จำกัด เล่าว่าทุกวันนี้ผมโดนทุกวันครับ เรียกว่าบูลลี่เลยก็ได้กับคำว่าทรงเอ แต่งตัวแบบนี้ไปซื้อของที่อื่นดีกว่า ไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า ธรรมดาครับเหรียญมีสองหน้าเสมอ ถ้าถามว่าตอนนี้รู้สึกอะไรไหม ผมเฉยๆแล้วครับ กลับกันถ้าวันไหนไม่พูดถึงผมก็นอนไม่หลับแล้วครับ เพราะว่าเราทำงานพวกนี้ ทันต้องมีกระแสอยู่ตลอด อีกอย่างคนชอบก็มีคนเกลียดก็มี หลายคนสงสัยว่าผมมีทุกวันนี้เพราะผมฟอกเงิรึเปล่า ผมทำธุรกิจสีเทารึเปล่า ผมไม่เถียงนะเพราะถ้าผมทำแบบนั้นจริง ๆ ผมคงโดนจับเข้าสักวัน ยังไงผมก็อยู่ตรงนี้ตลอด
ขายอะไรบ้าง
เราขายครบเลยครับ ตั้งแต่เสื้อ กางเกง รองเท้า กระเป๋า มีหมด ที่วางขายมีหลายแบรนด์มาก เป็น 10 เลยครับ ถ้าเป็นแบรนด์ที่ทุกคนรู้จักก็อย่างเช่น CC Double O , CPS CHAPS , Hobs คือเอาของในห้างมาขายในร้านเราเลยครับ และคำถามที่ถามว่าของในร้านผมของปลอมไหม ผมบอกเลยครับ ผมขายมา 7 ปี ผมไม่เอาชื่อเสียงไปละลายกับของปลอมแน่นอนครับ
จุดเริ่มต้นของธุรกิจ
ผมเริ่มตั้งแต่ติดลบเลยดีกว่า ครอบครัวมีปัญหาแตกแยกตั้งแต่เด็ก โตมางานอะไรที่ได้ตังค์ผมทำหมด ตั้งแต่ขายผัก ขายก๋วยเตี๋ยว ยันเจ้ามือหวยลาว จะธุรกิจสีดำสีเทาผมทำมาแล้วหมด ล้มหวยก็มี ตอนนั้นโดนไป 5 – 6 ล้าน เพราะเรารับหวยมาแล้วเขาถูกกันเยอะ ตอนนั้นท้อมากครับ เรามองหน้าลูกหน้าเมียแล้วรู้สึกว่าทำไมเราเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ได้เรื่องเลย หลังจากนั้นเริ่มต้นใหม่ครับไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจแบบนั้น เอาการแต่งตัวสไตล์ที่เราชอบมาทำธุรกิจ เริ่มจากซื้อเสื้อผ้าจากในห้างมาขาย รับหิ้วเสื้อผ้า ได้ตัวละ 10 บาท 20 บาท เอาหมด
ผลตอบรับของธุรกิจ
ณัฐกร พูดถึงเรื่องนี่ว่ารายได้เดือนหนึ่งก็อยู่ประมาณที่ 6-7 หลักครับ อาจจะดูเยอะแต่จำนวนนี้ยังไม่ได้หักต้นทุนค่าใช้จ่ายเลยนะ ทั้งค่าพนักงาน ค่าที่ ค่าภาษีต่างๆ หักลบแล้สวบางเดือนเจ้าของได้เงินน้อยกว่าพนักงานก็มีนะ เพราะกำไรต่อชิ้นอยู่แค่ประมาณ 5-10% เท่านั้นเอง แต่เราเน้นขายจำนวน อย่างเช่น กระเป๋าแบรนด์ Hobs เรารับมาทีรับเป็นพันใบ หรืออย่างเสื้อ CC Double เราขายที่ราคา 890 ต้นทุกเราอยู่ที่ หกร้อยกว่าบาท แต่ละตัวได้กำไรไม่เยอะครับ