‘Fong Fong’ แบรนด์ฟองเต้าหู้สดกับภารกิจปั้นโปรตีนทางเลือกที่ใครก็ทานได้
เมื่อ ‘Fong Fong’ แบรนด์ฟองเต้าหู้สูตรดั้งเดิมวัย 89 ปี ถูกปลุกปั้นใหม่โดยทายาทรุ่นที่ 3 สู่การเป็นนวัตกรรมอาหารพร้อมทานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ท่ามกลางความท้าทายของตลาด Plant-based ในไทยที่ต้องพิสูจน์ตัวเองทั้งเรื่องราคาและโภชนาการ เพื่อก้าวสู่การเป็นวัตถุดิบโปรตีนสูงที่ครองใจผู้บริโภคได้ในทุก ๆ วัน คุณศิริชัย เบ็ญจพรเลิศ ซีอีโอ Fong Fong ทายาทรุ่นที่ 3 ที่เข้ามารับช่วงต่อในปี พ.ศ. 2552 เล่าว่าธุรกิจภายใต้ โง้วเจงง้วน จำกัด เดินทางเข้าสู่ปีที่ 89 โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักจะเป็นกลุ่มฟองเต้าหู้ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.แบบพร้อมปรุง กับ 2.แบบพร้อมทาน และกลุ่มน้ำเต้าหู้ผสมฟองเต้าหู้ ตั้งแต่ขนาด 260 ลิตร, 350 ลิตร, 1 ลิตร และ 2 ลิตร ซึ่งธุรกิจนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอากงที่ทำมาแต่ดั้งเดิม ส่วนรุ่นของตนจะเข้ามาคิดเรื่องของการแปรรูป อย่างเช่นสิ่งแรกที่ทำคือนำมาแปรรูป แล้วฟรีซ IQF […]



เริ่มจากค่อยๆเก็บเงินแล้วซื้อที่ดินสะสมเรื่อยมาจนมี 80 ไร่ ช่วงเริ่มต้นไม่ได้ปลูกไผ่ แต่เลือกลงทุน 6 แสนบาท ในการปลูกอ้อย 50 ไร่ แต่ปลูกนาน 4 ปี พบว่าขาดทุนสะสมไปกว่า 4 แสนบาท จึงเลิกปลูกแล้วหันมาปลูกไผ่แทน
ทั้งนี้ ได้เรียนรู้วิธีการเพาะปลูกผ่านทางอินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงการไปศึกษาดูงานในสถานที่จริง จนถึงปี 54 ได้ต้นพันธุ์ไผ่กิมซุงมาฟรี จึงเริ่มเพาะปลูกอย่างจริงจัง นอกจากไผ่กิมซุงแล้ว ยังปลูกไผ่บงหวานเพชรผึ้ง ไผ่สารวิน โดยช่วงแรกเริ่ม ใช้พื้นที่ปลูกทั้งหมดราวๆ 9 ไร่ ต้นทุนต่อไร่เฉลี่ย 1-2 หมื่นบาท ใน 1 ไร่ สามารถปลูกได้ 100 – 200 ต้น และดูแลไม่ถึงปีก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้
โดยไผ่กิมซุง จะต้องหมั่นรดน้ำมาก เนื่องจากมีใบเยอะและหนา ส่วนไผ่สารวินก็ใช้น้ำมากเช่นเดียวกัน และไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง นิยมกินแบบสดๆ เนื่องจากรสไม่ขม ปรุงได้หลายเมนู จึงขายได้ราคาดี รายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 70,000 – 75,000 บาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายหน่อไม้และขายกิ่งพันธุ์