Healthy Pet-Affordable Premium

Healthy Pet-Affordable Premium โอกาสอาหารสัตว์เลี้ยงไทย ในยุคคนยอมจ่าย

ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงพุ่ง โชว์ศักยภาพอันดับ 2 ของโลก ชูเทรนด์ Healthy Pet-Affordable Premium ขยายตลาดโกลบอล

 

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยว่า ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงที่มีศักยภาพโดดเด่นในตลาดโลก ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะด้านเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

 

ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมนี้สะท้อนผ่านตัวเลขการส่งออกอย่างชัดเจน โดยในปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่ารวมสูงถึง 3,276.26 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 107,470 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 8.15 จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 3,029.42 ล้านเหรียญสหรัฐ (106,391 ล้านบาท) ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำความสามารถของไทยในการรักษาฐานการส่งออกในตลาดโลก แม้จะต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและแรงกดดันด้านค่าครองชีพ ส่งผลให้ในปี 2568 ไทยยังคงครองตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก ด้วยสัดส่วนร้อยละ 10.2 ของมูลค่าการส่งออกทั่วโลก เป็นรองเพียงเยอรมนีที่มีสัดส่วนร้อยละ 12.1 เท่านั้น

 

 

สำหรับทิศทางในปี 2569 ภาพรวมการส่งออกช่วง 5 เดือนแรกยังคงเติบโตต่อเนื่องด้วยมูลค่า 1,425.80 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 44,847 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 5.15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.22 ของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดของไทย (มูลค่า 430.84 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามมาด้วยญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อิตาลี และเยอรมนี นอกจากนี้ ยังพบการเติบโตอย่างโดดเด่นในหลายตลาด เช่น ฝรั่งเศส ที่โตกระโดดถึงร้อยละ 101.46 รวมถึงนิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสินค้าไทยมีโอกาสขยายตัวได้ทั้งในกลุ่มประเทศรายได้สูงและตลาดเอเชียที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ แนวโน้มสำคัญของตลาดโลกในระยะต่อไปคือ เทรนด์ “Healthy Pet–Affordable Premium” หรือสินค้าพรีเมียมเพื่อสุขภาพในราคาที่เข้าถึงได้ เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการอาหารที่มีคุณภาพสูงและมีประโยชน์ต่อสัตว์เลี้ยง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาความคุ้มค่าท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง จึงเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยในการนำจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ความเชี่ยวชาญการแปรรูป และมาตรฐานความปลอดภัย มาพัฒนาสินค้าให้ตรงโจทย์

 

 

สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเติบโตสูง ได้แก่ อาหารสูตรโปรตีนสูง เสริมวิตามินและแร่ธาตุ สูตรช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ย่อยง่าย อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัย อาหารแมว และผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเน้นการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหาร มีระบบตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบ และสื่อสารคุณประโยชน์สินค้าอย่างชัดเจน ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบเกษตรภายในประเทศ เช่น โปรตีนจากไก่ ปลา ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เพื่อเชื่อมโยงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรไทย พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนนำเข้า

 

ด้านกลยุทธ์การตลาด แนะนำให้ผู้ประกอบการรักษากลุ่มตลาดหลักที่มีมาตรฐานสูงอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และยุโรป ควบคู่กับการเร่งขยายตลาดศักยภาพใหม่ เช่น อินเดีย อาเซียน ตะวันออกกลาง และตลาดเมืองรองในเอเชีย ซึ่งมีกลุ่มชนชั้นกลางและผู้เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเน้นเจาะช่องทางออนไลน์และร้านค้าเฉพาะทาง

 

สรุปได้ว่า อาหารสัตว์เลี้ยงถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการยกระดับวัตถุดิบเกษตรไทยไปสู่สินค้ามูลค่าสูงในระดับสากล หากผู้ประกอบการสามารถคว้าโอกาสจากเทรนด์ Healthy Pet-Affordable Premium พัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐาน ตอบโจทย์สุขภาพ และใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลก พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและขับเคลื่อนห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารของประเทศได้อย่างยั่งยืน

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ