เทคนิคการกำจัดสิวด้วยผลไม้
https://youtu.be/XfEeSdlk99A
https://youtu.be/XfEeSdlk99A
https://youtu.be/9bwrfFDcxWs
ชี้ช่องรวยรายวันแจกจ่ายความรวยไปพร้อมกันกับหลากหลายธุรกิจที่น่าสนใจ โดยวันนี้เราพาคุณผู้ชมมาพบกับผลิตภัณฑ์คุณภาพดีราคาถูกจาก CSC98 ที่ได้คัดสรรสินค้าเป็นอย่างดีและมีบริการจัดส่งให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ที่นักช็อปไม่ควรพลาด ช่วงต่อไป พาคุณผู้ชมมาพบกับผลิตภัณฑ์สบู่ธารามนต์ที่มีความพิเศษกว่าสบู่ธรรมดาทั่วไป จะน่าสนใจแค่ไหน ติดตามได้ในรายการ เวลา 10.00-11.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
ส่วนผสม เนื้อปลาแซลมอน 100 กรัม อโวคาโด 50 กรัม มะเขือเทสเชอร์รี่ 30 กรัม ผักสลัดออร์กานิก 80 กรัม ส่วนผสมน้ำสลัด อัลฟาฟ่า น้ำส้มบัลซัลมิก น้ำมันมะกอก ซอสโชยุ น้ำตาลทรายแดง พริกไทยดำ วิธีทำ 1. นำเนื้อปลาแซลมอน อโวคาโดหั่น และมะเขือเทศเชอร์รี่ มาหั่นเป็นลูกเต๋า แล้วแยกพักไว้ในตู้เย็น 2. ผสมน้ำสลัดบัลซัลมิกและโชยุ น้ำมันมะกอก น้ำตาลทรายแดง เกลือ และพริกไทยดำ ตีให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว 3. นำเนื้อปลาแซลมอน และอโวคาโดและมะเขือเทศเชอร์รี่ ที่หั่นเต๋า ลงมาคลุกกับน้ำสลัด จัดแต่งใส่พิมพ์วงกลม กดให้แน่น 4. นำพิมพ์ออก จัดแต่งด้วยผักสลัดออร์แกนิครอบๆให้สวยงาม ก็พร้อมเสิร์ฟชวนให้รับประทาน
1.มะขามเปียก 1 ก้อน 2.ขมิ้นผง 2 ช้อนโต๊ะ 3.นมสดรสจืด 4 ช้อนโต๊ะ 4.เบกกิ้งโซดา 5 ช้อนโต๊ะ 5.น้ำมันมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ 6.ถุงมือ 1 คู่ 7.ภาชนะสำหรับผสม วิธีผสม 1.นำน้ำอุ่น 3 ช้อนโต๊ะ มาใส่มะขามเปียก ขยำ มะขามเปียก คัดเม็ดและก้านออกจากมะขามเปียกให้เหลือแต่น้ำและเนื้อมะขาม 2. นำผงขมิ้น นมสดรสจืด เบกกิ้งโซดา น้ำมันมะพร้าว นำมาผสมกัน คนให้ทั่วกัน 3.ก่อนพอกผิวให้ล้างผิวด้วยนำเช็ดผิวพอหมาด 4.ใส่ถุงมือ ป้องกันขมิ้นติดมือล้างออกยาก 5.ตักส่วนผสม ลงผิวพอก1ชั้น ใช้มือถูวนๆเป็นวงกลม 6.ตักส่วนผสมลงผิวอีก 1 รอบ ถูวน และทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที 7.ล้างออกด้วยน้ำเปล่า และถูสบู่ตาม และเช็ดผิวให้แห้ง ทาโลชั่นตามเพื่อให้ผิวชุ่มชื่นน่าสัมผัส
ยิปโซ การดูแลต้นยิปโซ 1. เครื่องปลูกที่ใช้ ควรเป็นดินร่วนที่อุ้มน้ำได้ดี แต่ไม่แฉะมากจนเกินไป 2. แดด ยิปโซต้องการแดดเต็ม ๆ อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ถ้าอยู่ร่มมากอาจจะเน่าตายได้ 3. น้ำ ควรรดทุกวัน อย่าให้ขาด อย่าให้เครื่องปลูกแห้งในตอนกลางวัน 4. ปุ๋ย สามารถใช้สูตร 16-16-16 ได้ 2 อาทิตย์ครั้ง หรือเดือนละครั้งก็ได้ 2. โลบีเลีย การเลี้ยงดูต้นโลบีเลีย 1. ที่ปลูกไม่ควรได้รับแสงแดดจัดโดยตรง 2. ควรมีร่มบ้างหรือได้แดดเฉพาะครึ่งวันเช้า 3. โลบีเลียที่ปลูกในที่มีอากาศเย็นและมีร่มบ้างจะให้ดอกสีเข้มสวยกว่า 4. และไม่ว่าปลูกในสภาพใดต้องให้นํ้าอย่างสม่ำเสมอ และดินปลูกต้องดี 3. ดาวล้อมเดือน หรือ ม่วงเทพรัตน์ การเลี้ยงดูต้นดาวล้อมเดือน 1. ไม่ชอบอากาศเย็นมาก ให้โดนแดดตอนเช้าครึ่งวันแล้วตอนบ่ายพักต้นหลบแดด ชอบอากาศชื้นๆ 2. ดินต้องโปร่งและระบายน้ำดี อย่ารดน้ำมากเกินไป ชอบน้ำแต่รากเน่าง่าย ห้ามใช้ถาดหล่อน้ำใต้กระถาง 3. เมื่อดอกเริ่มเหี่ยวให้เด็ดทิ้ง […]
7 วิธีป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน 1.กรวด นำกรวดมาโรยไว้รอบบ้าน 2.ติดแผ่นกันงู ที่มีความลื่นสูงดักไม่ให้งูเข้าบ้าน 3.ทำความสะอาดบ้าน อย่าปล่อยให้บ้านรก 4.ติดตาข่าย มุ้งลวด เอาไว้ดักและปิดทางเดินของงู 5.กำมะถัน ผสมน้ำแล้วโรยไว้รอบบ้าน 6.เลี้ยงสุนัข สุนัขจะเห่าส่งเสียงดังเวลามีงูมาใกล้ๆ 7.น้ำมันกลิ่นฉุน งูไม่ชอบกลิ่นแรงๆ
ตอบโจทย์ SME วันนี้พาคุณผู้ชมมาตอบโจทย์เกี่ยวกับ SME เพื่อการเกษตร กับโครงการดีๆที่มีชื่อว่า Young Smart Farmer ร่วมพูดคุยกับ ผอ.ภาณี บุณยเกื้อกูล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร ถึงความคืบหน้าของโครงการตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง พร้อมแนวทางในการช่วยเหลือและส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่จะมีแนวทางอย่างไร ติดตามได้ในรายการ เวลา 20.00-21.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ระยะที่ 2 กลุ่มเป้าหมาย สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย วงเงินโครงการ รวมไม่เกิน 13,500 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อราย SMEs ตั้งแต่ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย (รวมทุกสถาบันการเงิน) ภายใต้โครงการนี้ ระยะเวลาการค้ำประกัน สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ร้อย ละ 1-3 ต่อปีของวงเงินค้ำประกัน ตลอดอายุการค้ำประกันโครงการ โดยธนาคารเป็นผู้พิจารณาตามความเสี่ยงของลูกค้า ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมค้ำประกันในปีแรกรัฐบาลเป็นผู้รับภาระแทน SMEs คุณสมบัติของ SMEs เป็น SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ที่ดำเนินธุรกิจโดยมีสถานประกอบการที่ชัดเจนและมีเอกสารหลักฐานที่ได้รับการรับรองว่าประกอบธุรกิจจริง เป็น SMEs ที่มีทรัพย์สินถาวร (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็น SMEs ประเภทบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย เป็น SMEs ที่ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย และต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี เป็น SMEs […]
คนส่วนใหญ่มักคิดว่า การออมเงิน คือการเก็บเงินฝากธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าช่องทางการออมเงินนั้นมีมากกว่าการฝากเงินในบัญชีธนาคาร ซึ่งมีหลายช่องทางที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และมีความเสี่ยงต่ำ อีกทั้งยังเป็นการลงทุนที่ดีอีกด้วย ช่องทางออมเงิน ที่ไม่ใช่แค่การฝากเงินในบัญชี 1. กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นกองทุนรวมประเภทที่นำเงินจากการระดมขายหน่วยลงทุน ไปลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงน้อย เนื่องจากกองทุนรวมตราสารหนี้มักให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยที่มีความสม่ำเสมอ และแม้ว่าราคาของตราสารหนี้อาจจะมีความผันผวนขึ้นลงได้ แต่ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยที่กองทุนรวม ได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้เหล่านี้ก็ยังผันผวนไม่มากเท่ากับตราสารทุน สำหรับการซื้อขายกองทุนตราสารหนี้นั้น สามารถซื้อขายได้ทุกวันมี และโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน รวมถึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย 2. หุ้นกู้บริษัทเอกชน เป็นการลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินระยะยาวที่ออกโดยบริษัทเอกชนที่ต้องการกู้ยืมเงิน ทั้งนี้ปกติจะมีการซื้อขายผ่านธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นตัวแทน ส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจะอยู่ในรูปแบบดอกเบี้ย โดยเรามีฐานะเปรียบเสมือนเจ้าหนี้ และบริษัทเปรียบได้ว่าเป็นลูกหนี้ของเรา 3. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐบาลเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว โดยมีรัฐบาลกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ซึ่งปกติมีการซื้อขายผ่านธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นตัวแทน สำหรับผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็นดอกเบี้ยกู้ยืมตามที่พันธบัตรรัฐบาลระบุไว้ ส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับระยะเวลาครบกำหนด และอัตราดอกเบี้ยตลาด จัดว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นกู้บริษัทเอกชน 4. ประกันชีวิตที่เน้นการออมทรัพย์ เป็นการลงทุนในประกันชีวิตที่มีรูปแบบกรมธรรม์เน้นผลตอบแทนมากกว่าความคุ้มครอง โดยปกติซื้อตัวแทนประกัน หรือ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีผลตอบแทนได้รับเป็นไปตามที่กรมธรรม์ระบุไว้ และหากมีระยะเวลาคุ้มครองครบ […]
การวางแผนทางการเงิน เปรียบเสมือนการวางแผนอนาคต ความจริงไม่ว่าจะวัยไหนก็ควรวางแผนการเงิน โดยเฉพาะในวัยเด็ก การปลูกฝังให้เด็กรู้จักการวางแผนทางการเงินแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ในอนาคตเด็กคนนั้นจะกลายเป็นผู้ที่รู้จักบริหารจัดการตนเองได้ และอาจกลายเป็นเถ้าแก่น้อย ตั้งแต่อายุยังไม่มากได้เลยทีเดียว >>>วัยไหนต้องวางแผนทางการเงิน
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ได้จัดทำโครงการส่งเสริมช่องทางธุรกิจจากฐานชีวภาพ เพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีการปันรายได้บางส่วนไปอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราส่งเสริมผลิตภัณฑ์ BIO Economy โดย BEDO อาทิ 1. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณและความงามจากสมุนไพร จาก วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชน บ้านวังส้มซ่า ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 2. ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และความงามจากน้ำแร่ธรรมชาติ จากวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพบ่อน้ำร้อนกันตัง ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง 3. ชาสมุนไพรอบน้ำผึ้งตราแสงผึ้ง,น้ำผึ้ง,สบู่น้ำผึ้ง จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำสวนเพื่อการผลิตและแปรรูปผลผลิตเกษตร ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน 4. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณและความงามจากสมุนไพร จากวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน 5. ผลิตภัณฑ์จากโปรตีนไหม จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมบ้านชุมตาบง ต.ชุมตาบง อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ 6. ผ้าทอใยกัญชง จากบริษัท ดีดีเนเจอร์ คราฟท์ จำกัด เขตบางขุนเทียน […]
มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อย ใช้น้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง การวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการวางแผนการเงินจะช่วยให้คุณมีระบบการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินอีกด้วย การวางแผนทางการเงิน ไม่ได้เป็นเรื่องยาก มีวิธีง่าย ๆ เพียง 5 ขั้นตอนเท่านั้น หากคุณทำได้ความมั่นคงทางการเงินก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป 5 ขั้นตอนวางแผนการเงินง่ายนิดเดียว 1.ประเมินฐานะทางการเงิน ตั้งหลักด้วยการรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด และหักลบหนี้สินของคุณออกให้หมด จำนวนเงินที่เหลือนั้นเรียกว่า “ความมั่นคงสุทธิ” เป็นสิ่งที่สะท้อนสภาพการเงินของคุณอย่างแท้จริง 2.ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน คุณต้องมีการตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน และมีระบบ ว่าในอนาคตคุณอยากมีอะไรบ้าง โดยแบ่งเป็น เป้าหมายระยะสั้น และเป้าหมายระยะยาว ซึ่งต้องแบ่งเป้าหมายเป็นระยะ ๆ ให้สอดคล้องกับความสามารถทางการเงินของคุณ 3.ต้องมีแผน เมื่อตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว ก็ต้องมีแผน เพื่อไปสู่เป้าหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด คือระยะเวลา กับความสามารถทางการเงินของคุณ ต้องมีความสอดคล้องกัน ทั้งนี้การวางแผนระยะยาวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนเผื่อภาวะเงินเฟ้อ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตด้วย 4.ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด การวางแผนใด ๆ ก็ตาม จะสำเร็จ และไปถึงเป้าหมายได้ก็ต่อเมื่อเราทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด 5.สถานการณ์เปลี่ยน แผนก็ต้องปรับ […]
เป็นที่ทราบกันดีว่าศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ต่อต้านการรับดอกเบี้ยทุกชนิด เนื่องจากศาสนาอิสลามมีหลักคำสอนในเรื่องของการไม่เอาเปรียบเพื่อนร่วมโลก ทุกคนเปรียบเสมือนเพื่อน พี่ น้อง กันหมด ดังนั้นการคิดดอกเบี้ยในทางศาสนาอิสลามจึงถูกมองว่าเป็นการเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้นจึงมีธนาคารอิสลามเกิดขึ้น ธนาคารอิสลามมีการดำเนินธุรกิจรับฝากเงินที่แตกต่างจากธนาคารทั่วไป การฝากเงินในธนาคารอิสลาม เรียกว่า การฝากเงินด้วยหลัก วะดีอะห์ (wadiah) โดยหลักวะดีอะห์ ที่ใช้ในธนาคารมีอยู่ 2 ประเภทคือ 1. วะดีอะห์ ยัด อามานะห์ (Wadiah Yad Amanah) หมายถึง การฝากสิ่งใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือเงินสด หากผู้ฝากทวงถามก็จะได้สิ่งนั้นกลับคืนไป โดยการฝากเงินรูปแบบนี้ธนาคารจะไม่สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินของผู้ฝากไปลงทุน หรือทำอะไรได้หากผู้ฝากไม่ยินยอม ดังนั้นผู้ฝากก็จะไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งเพิ่มเติมจากเงินเดิมที่เคยได้ฝากเอาไว้ 2. วะดีอะห์ ยัด เดาะมานะฮ์ (Wadiah Yad Damanah) หมายถึง เมื่อผู้ฝากนำเงินไปฝากในธนาคารมากเท่าไหร่ก็ตาม ธนาคารจะไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝาก ส่วนเงินฝากเหล่านั้นทางธนาคารจะนำไปลงทุน และเมื่อการลงทุนดังกล่าวได้กำไรก็จะนำเงินในส่วนนั้นมาแบ่งตามสัดส่วนที่เหมาะสม หากนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงระบบสหกรณ์ เงินที่นำมาแบ่งสัดส่วนเราเรียกกันติดปากว่าเงิน ปันผล นั่นเอง ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงชาวมุสลิมเท่านั้นที่ฝากเงินรูปแบบนี้ได้ บุคคลทั่วไปก็สามารถฝากเงินเข้าระบบของธนาคารอิสลามได้ โดยได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนกับชาวมุสลิม และการฝากเงินในธนาคารอิสลามก็เหมือนกับการลงทุนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีแค่ได้มากได้น้อย […]
https://youtu.be/uKWjf0uVUDM
ภาษีเงินฝาก อาจเป็นคำที่ไม่คุ้นเคยกันนัก เพราะเวลาเราต้องการฝากเงินส่วนมาก มักได้ยินเพียงคำว่า ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโดยปกติแล้วดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับจากธนาคารนั้น ต้องมีการเสียภาษี โดยธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่ายประมาณ 1.10 หรือ 15% ตามเงื่อนไขของประเภทเงินฝากแต่ละประเภท ซึ่งจะมีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป การศึกษาสิทธิประโยชน์ภาษีของการเงินฝากแต่ละประเภท จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าตนเองควรฝากเงินรูปแบบใด อีกทั้งยังช่วยให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฝากเงินอีกด้าน ภาษีเงินฝากประเภทต่าง ๆ 1. เงินฝากออมทรัพย์ เสียภาษี 15% แต่มีข้อยกเว้นว่าไม่ต้องเสียภาษีหากดอกเบี้ยเงินฝากจากทุกธนาคารรวมกันไม่เกิน 20,000 บาท/ปี 2. เงินฝากประจำ เสียภาษี 15% มีข้อยกเว้น 3 กรณีคือ 2.1 ไม่ต้องเสียภาษีหากเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีขึ้นไปของผู้ฝากที่มีอายุ 55 ปี และมีจำนวนรวมบัญชีฝากประจำทุกประเภทแล้วไม่เกิน 30,000 บาท 2.2 ไม่ต้องเสียภาษีหากดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษที่เป็นทางการฝากสะสมรายเดือน เดือนละเท่า ๆ กันติดต่อกัน 24 เดือนขึ้นไป 2.3 มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย […]
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบขั้นบันได เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งมักจะเพิ่มขึ้น เป็นระยะ ตามกำหนดของสถาบันการเงินนั้น ๆ โดยส่วนใหญ่จะมีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ และมีเงื่อนไขห้ามเบิกถอนก่อนกำหนด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ประกาศ สำหรับการคิดดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดมักจะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น คือจะไม่นำดอกเบี้ยที่ได้รับในช่วงก่อนหน้ามารวมเป็นเงินต้นในช่วงถัดไป แต่จะโอนดอกเบี้ยที่ได้เข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ฝาก ซึ่งมีลักษณะดังนี้ เดือนที่ 1 – 4 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 เดือนที่ 5 – 6 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 2 เดือนที่ 7 – 9 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3 เดือนที่ 10 – 11 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 4 อนึ่งฯ อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินประกาศนั้น มักต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยแท้จริงต่อปีที่ได้รับ ดังนั้นผู้ฝากจึงควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจากสถาบันการเงินก่อนการตัดสินใจ ทั้งนี้ แบงค์ชาติได้กำหนดให้สถาบันการเงินแสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีให้แก่ผู้ที่มีความต้องการฝากเงินทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจ เป็นการปกป้องสิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน อย่างไรก็ดี ผู้ฝากเงินควรศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปี และค่าใช้จ่ายหรือค่าภาษี ก่อนตัดสินใจทุกครั้งเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง
https://youtu.be/K0EHFrhYz3k
4 วิธี เก็บเงินอย่างไรให้ “พอกพูน” สร้างวินัยในการใช้จ่าย กว่าที่เราจะได้เงินก้อนมานั้นต้องผ่านความมีวินัยในการออม ซึ่งหลักของการออมนั้นเราควรสร้างวินัยกับตัวเองโดยเฉพาะในเรื่องการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หลายๆคนที่อยากมีเงินก้อนแต่ยังใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายทำให้ไม่มีเงินออมถึงแม้ว่าคุณจะมีรายรับที่มากก็ตาม แต่ถ้าคุณคิดจะออมเงินแล้วต้องมีความอดทน ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นก็ควรตัดทิ้งเพื่อการออมที่ดีนั่นเอง สร้างวินัยในการลงทุนและการออม การมีวินัยในเรื่องของการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่ดี เราควรตั้งเป้าหมายว่าเงินที่เราเก็บเพื่อออมนั้นเก็บเพื่อใช้อะไร จะเก็บเดือนละเท่าไหร่่ถึงจะได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีวินัยในการออมเงินเท่านั้นจึงจะทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ประสบความสำเร็จ เปิดโอกาสการลงทุนในทั่วโลก นอกจากการออมเงินแล้ว การจะทำให้เงินของเราพอกพูนได้คือการลงทุน การลงทุนนั้นมีหลากหลายประเภทอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทำธุรกิจ การลงทุนหุ้น การลงทุนกองทุนรวม รวมไปถึงการลงทุนตราสารหนี้ และอื่นๆอีกมายมาย ซึ่งถ้าหากคุณมีความรู้ทางด้านการเงินและการลงทุนแล้วนั้นอาจจะลองลงทุนในต่างประเทศซึ่งอาจจะทำให้คุณมีเงินพอกพูนขึ้นมาไม่มากก็น้อยเลยหล่ะ เลือกการลงทุนที่เหมาะสม จะเห็นได้ว่าการลงทุนในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท ทั้งนี้การลงทุนที่ดีควรเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง ความเหมาะสมนี้จะขึ้นอยู่กับสถานะการเงินของคุณที่แตกต่างกันไป ใครมีฐานะทางการเงินดีอาจลงทุนได้หลากหลายประเภทเพราะสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ แต่สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มเก็บเงินควรจะลงทุนในประเภทการออมแล้วค่อยๆขยับไปเรื่อยๆก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนมาได้ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเรื่องราวการลงทุนทางการเงินสามารถติดตามได้ในรายการ Smart Money ออกอากาศวันที่ 6 เมษายน 2559 ย้อนหลังได้ที่นี่ คลิกเลย>> http://goo.gl/1uVDT7
SME Smart Service วันนี้พาคุณมาเจาะลึกประเด็นธุรกิจครอบครัวกันอีกเช่นเคย โดยวันนี้เราจะมาพูดคุยกับแขกรับเชิญเกี่ยวกับข้อดีของผู้นำหญิงที่ถูกมองข้าม ร่วมเจาะลึกถึงข้อดี-ข้อด้อยของผู้นำหญิงเป็นอย่างไร และทำไมการมีผู้นำเป็นหญิงจึงทำให้ธุรกิจครอบครัวเข้มแข็งได้ ฟังผศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะบริหารธุรกิจ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในรายการ SME Smart Service วันนี้ !!! เวลา 13.00-14.00 น. (รีรัน 19.00-20.00 น.) ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
สาวกขนมปังรู้รึเปล่า ที่หนีบห่อขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ทำหลายสีไว้ทำไม นั้นก็เพราะเป็นการใช้สีในการเช็คความสดใหม่ของขนมปัง แยก เป็น 7 สี 1. สีเหลือง วางจำหน่าย วันจันทร์ 2. สีขาว วางจำหน่าย วันอังคาร 3. สีเขียว วางจำหน่าย วันพุธ 4. สีส้ม วางจำหน่าย วันพฤหัสบดี 5. สีฟ้า วางจำหน่าย วันศุกร์ 6. สีน้ำตาล วางจำหน่าย วันเสาร์ 7. สีแดง วางจำหน่าย วันอาทิตย์ รู้แบบนี้แล้วผู้บริโภคอย่างเราก็เลือกซื้อความสดใหม่ง่ายๆด้วยการเช็คสีได้เลย
ได้บุญใหญ่ บริจาคเส้นผมช่วยผู้ป่วยมะเร็ง มีข้อกำหนดรับบริจาคดังนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ รับบริจาคเส้นผมเพื่อทำวิกผมให้ผู้ป่วยมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษา โดยการผลิตวิกผมนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ประสานงานแหล่งผลิตอื่น ๆ เพื่อผลิตวิกผม และยังคงเปิดรับบริจาคเส้นผมต่อไป โดยมีข้อกำหนด ดังนี้ -เส้นผมที่บริจาค ต้องมีความยาวตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไป -เส้นผมที่เคยทำสี เคยดัด เคยยืดต้องเป็นผมที่ไม่แห้งเกินไป จึงจะบริจาคได้ -การบริจาคเส้นผม ควรสระ ทำความสะอาด และเป่าให้แห้งสนิทก่อนบริจาค -รับบริจาคเส้นผมตามธรรมชาติทุกชนิด (ผมฟู ผมหยิก ผมหยักศก ทุกสี จากผู้บริจาคทุกเชื้อชาติ) ผู้สนใจบริจาคได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น1 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ส่งทางไปรษณีย์ มาที่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 268/1 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 (บริจาคเส้นผมเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2202-6800 กด 0 ….
แม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นเคล็ดลับการออมเงินมามากมาย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด และเหลือเงินออมเก็บเลยสักเดือน แถมยังมีหนี้ติดตัวอีกต่างหาก แต่ถ้าอยากเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินมาเป็นคนออมเงินเก่งมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการปลดหนี้ให้เหลือศูนย์ ลองทำตามเคล็ดลับประหยัดรายจ่ายเหล่านี้ 1. เคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมดก่อน ถ้าคุณเผลอใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนมียอดค้างชำระจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเก็บเงินอย่างจริงจังก็ควรชำระหนี้บัตรเครดิตเป็นอันดับแรก เพราะเราก็รู้ดีอยู่แล้วว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นสูงมากขนาดไหน ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ยอดหนี้เพิ่มพูนจนเกินกำลังจ่ายของตัวเองมากไปกว่านี้ ก็ควรเคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมด 2. ใช้รถสาธารณะบ้างก็ได้ สำหรับคนมีรถเป็นของตัวเอง เคยลองคำนวณกันบ้างไหมว่า ในแต่ละเดือนคุณหมดกับค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน และค่าซ่อมบำรุงไปเท่าไร ซึ่งถ้าคิดอย่างจริงจังก็จะรู้เลยว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียวกับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ดังนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้หากเราจะลองมาใช้บริการรถสาธารณะ หรือติดรถคนรู้จักไปบ้าง แค่นี้ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้เป็นหลักร้อยหลักพัน 3. แอบส่องมาตรวัดน้ำและมาตรไฟฟ้าทุกวัน อาจจะดูเป็นวิธีแปลก ๆ พิกลแต่ขอบอกเลยว่าถ้าเราหมั่นเช็กมาตรวัดน้ำและมาตรไฟฟ้าเป็นประจำ จะช่วยให้เราตระหนักได้ถึงพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนในบ้านได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้รู้จักใช้น้ำและไฟอย่างประหยัดโดยอัตโนมัติ หรือบางทีอาจจะเจอเลขมิเตอร์ที่ผิดเพี้ยนไปจากบิลบ้าง 4. ลดระดับแพคเกจมือถือ สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมแพคเกจโทรศัพท์รูปแบบต่าง ๆ ให้ได้เลือกใช้ กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ของทุกคนไปแล้ว แต่ในเมื่อแพคเกจโทรศัพท์ก็มีทางเลือกให้เราหลายโปรโมชั่น เราก็ควรพิจารณาให้ดีว่าไลฟ์สไตล์ของเราเหมาะสมกับแบบไหน และหากว่าที่บ้านของคุณก็ติดอินเทอร์เน็ตและปล่อยสัญญาณไวไฟอยู่แล้ว แบบนี้แนะนำให้เลือกใช้แพคเกจโทรศัพท์มือถือเบา ๆ เอาแค่ขีดจำกัด 3G ไม่กี่เมกกะบิตต์ก็พอ 5. จดรายจ่ายประจำวัน วิธีคลาสสิกอย่างการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวันไว้เป็นหลักฐานให้ดูยังคงใช้ได้มาจนถึงทุกวันนี้ แถมยังได้ผลดีด้วยล่ะค่ะ […]
หากพูดถึงเรื่องการออมเงิน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของเศรษฐี คนมีเงินเท่านั้นที่จะมีเงินเหลือกินเหลือใช้แล้วสามารถแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาออมได้ คนจน หาเช้ากินค่ำ หรือมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ จะเอาเงินที่ไหนมาออม ขอแค่ให้พอมีพอใช้ไปวัน ๆ หมุนเงินทันแบบเดือนชนเดือนก็ถือว่าเก่งแล้ว จริงๆ แล้ว การออมเงินเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะรวยหรือจน มีรายได้มากหรือน้อยก็ตาม หรือแม้กระทั่งเด็ก ๆ ที่ยังไม่มีรายได้ก็ยังสามารถมีเงินออมได้เลยค่ะ ดังนั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่าการออมเงินเป็นเรื่องง่ายจริง ลองมาดูเทคนิคการออมเงินแบบง่าย ๆ สไตล์แนว ๆ ที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงกัน 1. ใช้บัตรเอทีเอ็มกดเงินเพียงสัปดาห์ละครั้ง เริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์เพื่อดูว่าปกติเราใช้เงินสัปดาห์ละเท่าไร หรืออยากใช้สัปดาห์ละไม่เกินเท่าไร แล้วให้กดเงินมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเลือกกดในวันจันทร์ เนื่องจากเป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ หลังจากนั้นให้แบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วน หรือ 7 ส่วน แล้วแต่สะดวก จะได้รู้ว่าต้องใช้เงินวันละเท่าไร และแบ่งเงินใส่กระเป๋าสตางค์ไว้แบบวันต่อวันเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้เงินเกิน ส่วนเงินที่เหลือให้นำไปเก็บไว้ ไม่ต้องพกออกจากบ้าน วิธีนี้จะช่วยให้เรามีวินัยในการใช้จ่ายเงินมากขึ้นและมีเงินออมเพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ถ้าใครติดนิสัยชอบกดเงินบ่อย ๆ และกลัวจะเผลอเดินไปกดเงินง่าย ๆ ก็แนะนำให้เก็บบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บ้าน ไว้ในห้องที่ปลอดภัย […]
สำรวจรายรับรายจ่าย ผ่อนจ่ายสินเชื่ออย่างถูกวิธี หลีกหนีเงินกู้นอกระบบ จะช่วยให้เราป้องกันเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังได้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” กันมาบ้างแต่ฟังดูเป็นคำที่ค่อนข้างน่ากลัวและเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองแน่ ๆ เพราะถึงแม้ว่าเราจะหารายได้มาเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเราสักที ซึ่งปัญหานี้ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทำให้ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนสูงสุดในรอบ 9 ปีอีกด้วยค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังเกิดขึ้น เรามียุทธวิธีในการป้องกันมานำเสนอ คือ 1. สำรวจค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ลองสำรวจและคำนวณค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือนดูว่าใน 1 เดือน เราต้องจ่ายเงินให้กับค่าใช้จ่ายเหล่านี้เท่าไหร่ โดยเราสามารถแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ – ค่าใช้จ่ายคงที่ หรือค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนในแต่ละเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ – ค่าใช้จ่ายผันแปร หรือค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนเงินไม่เท่ากันในแต่ละเดือน ขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของเราในเดือนนั้น ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าท่องเที่ยวต่าง ๆ หากพบว่ารายรับของเราไม่เพียงพอกับรายจ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราควรปรับลดค่าใช้จ่ายผันแปรลง เช่น ลดค่าอาหารลง ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลงเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ เป็นต้น 2. ผ่อนสินเชื่ออย่างถูกวิธี ลองสำรวจดูว่าในแต่ละเดือนเรามีภาระต้องผ่อนสินเชื่ออะไรบ้าง แล้วสินเชื่อไหนมีดอกเบี้ยสูงที่สุดก็ให้จ่ายสินเชื่อนั้นก่อน เช่น ถ้าเรามีภาระต้องผ่อนบ้าน […]
วิธีออมเงินให้มากขึ้น ต้องรู้จักตัวช่วยในการออมเงินเพราะคุณจะได้มีเงินสะสมมากขึ้นได้ทุกเดือนปัญหาที่คนทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนหลายคนเจอเกี่ยวกับเรื่องเงินคงจะหนีไม่พ้น การไม่มีเงินเก็บ หรือเงินเดือนไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน เนื่องจากรายรับไม่สูงมาก แต่กลับมีรายจ่ายค่อนข้างเยอะจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถออมเงินได้ แต่ถ้าเราตั้งใจจะออมเงินแล้ว เชื่อว่าทุกคนทำได้อย่างแน่นอน สำหรับใครที่อยากจะออมเงิน แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรหรือคิดว่าการออมเงินเป็นเรื่องยาก K-Expert จากธนาคารกสิกรไทย มีตัวช่วยในการออมเงินง่าย ๆ ได้ทุกเดือนมาฝาก ซึ่งตัวช่วยที่ว่าจะมีอะไรบ้าง 1. บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี เป็นตัวช่วยแรกที่อยากแนะนำ เพราะถือเป็นตัวช่วยในการออมเงินที่ดีตัวหนึ่งและช่วยสร้างวินัยในการออมเงินให้กับเราได้ สำหรับบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีเป็นบัญชีที่มีเงื่อนไขในการฝากเงินคือ ต้องฝากเงินทุกเดือนในจำนวนเงินที่เท่ากัน และฝากติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือน หรือ 36 เดือน โดยเงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินเดือนละ 25,000 บาท สำหรับระยะเวลาการฝาก 24 เดือน หรือฝากสูงสุดไม่เกินเดือนละ 16,500 บาท สำหรับระยะเวลาการฝาก 36 เดือน เช่น ฝากเงินเข้าบัญชีทุกเดือน เดือนละ 2,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือน เป็นต้น ซึ่งเหมาะกับคนที่ตั้งใจจะออมเงินทุกเดือนในจำนวนเงินที่เท่ากันเป็นอย่างยิ่ง บัญชีประเภทนี้มีข้อดีคือ […]
วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเออร์ลี่รีไทร์ มาใช้ชีวิตอิสระ แล้วได้คิดถึงเรื่องการออมเงินเพื่อเตรียมการรองรับชีวิตหลังเออร์ลี่ รีไทร์ไว้ดีพอแล้วหรือยัง ? ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงฝืดเคืองต่อเนื่องอย่างนี้ยังมีข้าราชการและบุคคลทั่วไปเลือกที่จะเออร์ลี่รีไทร์มากขึ้นกว่าสมัยก่อน ด้วยเหตุผลและความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนเตรียมพร้อมจะสร้างธุรกิจส่วนตัว บางคนก็เหนื่อยกับงานและอยากพักผ่อนเต็มที่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกไหนที่ทำให้คุณเลือกที่จะเออร์ลี่รีไทร์ เราอยากแนะนำ 5 ทริคออมเงินเพื่อชีวิตหลังเออร์ลี่รีไทร์ที่ดี๊ดี มาเป็นไกด์ไว้ก่อน เผื่อใครสนใจอยากเจริญรอยตามวิถีชีวิตหลังเออร์ลี่รีไทร์ที่เขาการันตีว่าทำตามนี้ไม่มีขัดสนเงินทอง จะได้นำไปปรับใช้กับชีวิตตัวเองได้เลย 1. ตั้งเป้าหมายเก็บเงินสำรอง การออมเงินเพื่อสำรองไว้ใช้จ่ายในชีวิต เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แม้จะไม่ได้มีแผนเออร์ลี่รีไทร์ก็ควรออมเงินไว้อยู่แล้ว แต่หากใครที่คิดจะเออร์ลี่รีไทร์อาจจะต้องออมเงินด้วยความรอบคอบมากขึ้นอีกนิด โดยคำนวณคร่าว ๆ ว่าคุณจะมีชีวิตอยู่หลังที่ออกจากงานไปแล้วอีกกี่ปี โดยคิดเฉลี่ยไว้เลยว่าหลังเออร์ลี่รีไทร์แล้วชีวิตจำเป็นต้องใช้เงินต่อเดือนประมาณ 65-95% จากค่าใช้จ่ายก่อนเออร์ลี่รีไทร์ทั้งหมด จากนั้นก็เริ่มต้นออมเงินไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือหากตอนนี้ยังไม่รู้อนาคตที่แน่นอน การออมเงินไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด 2. ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล อยากมีชีวิตที่สบายหลังเออร์ลี่รีไทร์ก็ ต้องใช้จ่ายให้เป็น รายการฟุ่มเฟือยควรตัดทิ้งจากชีวิตให้หมด หรืออย่างน้อย ๆ ก็อย่าฟุ่มเฟือยกับสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิตมากนัก เพราะอย่าลืมนะคะว่า เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้น สุขภาพของเราก็อาจจะเสื่อมโทรมบ้างอะไรบ้าง ดังนั้นควรออมเงินสำหรับการรักษาพยาบาลไว้ด้วย หรือจะออมเงินด้วยการทำประกันสุขภาพก็เวิร์คไม่น้อย 3. ออมเงินอย่างชาญฉลาด การออมเงินมีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งการออมแบบบัญชีเงินฝากประจำ ออมเงินด้วยการทำประกันภัยกับกรมธรรม์ที่ให้ผลตอบแทนอันคุ้มค่า การซื้อสลาก ซื้อทองไว้เก็งกำไร หรือการเล่นหุ้นก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งนี้ทุกการออมควรเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่น […]
ชี้ช่องรวยรายวันวันนี้เราพาคุณผู้ชมมาพบกับความรวยที่จะมาแจกกันในรายการ โดยวันนี้เราจะพาคุณผู้ชมไปพบกับธุรกิจเพื่อความสวยความงามแบรนด์ Cremery Plus ผลิตภัณฑ์คุณภาพราคาไม่แรง แถมด้วยสิทธิพิเศษโปรโมชั่นดีๆที่จะบอกต่อคุณผู้ชม ผลิตภัณฑ์จะมีความน่าสนใจแค่ไหน ห้ามพลาด ช่วงต่อไปพบกับธุรกิจอาหารที่จะมาแจกจ่ายความรวยกับ เสต็กน้าหนู เสต็กนุ่มๆที่พร้อมให้คุณมาจับจองเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ จะน่าสนใจแค่ไหน ติดตามได้ในรายการ เวลา 10.00-11.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
1. เราเป็นคนเลือกสิ่งที่จะเข้าสู่ร่างกายเรา การลดปริมาณหรือเลือกเครื่องดื่มเราเลือกเองควบคุมเอง ให้เหมาะสม มีผลวิจัยจาก University of Western Ontario ชี้ว่า เบียร์กับไวน์แดงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเหล้า เพราะเบียร์และไวน์แดงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าเหล้า ซึ่งลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งตับได้ดีกว่า 2. มิกเซอร์เยอะๆ ตัวการดี บรรดามิกเซอร์ทั้งหลายแหล่นี่แหล่ะที่เป็นตัวการคอยทำร้ายสุขภาพเราพอๆกับแอลกอฮอล์เลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ชอบดื่มเหล้าผสมกับมิกเซอร์ น่าจะลองเปลี่ยนมาดื่มเหล้าแบบเพียว ๆ กับน้ำแข็ง ออนเดอะร็อคดูบ้าง เพราะเครื่องดื่มที่เป็นมิกเซอร์ส่วนใหญ่มีน้ำตาลและแคลอรี่ที่สูงลิบ 3. จิบสักนิดสักหน่อยพอดีๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำลายเซลล์สมองได้ ในกรณีที่ดื่มในปริมาณมาก ๆ แต่หากปรับเปลี่ยนการดื่มเป็นการจิบเล็กน้อยต่อวัน ก็จะมีส่วนช่วยให้สมองทำงานได้ดีเช่นกัน การจิบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพียงเล็กน้อย ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเหมือนที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับคนที่มีอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ จะชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง 4. ดื่มไวน์ได้ประโยชน์ การวิจัยจาก Harvard Medical School ในปี 2013 เผยว่า สารเรสเวอราทรอล ที่พบในไวน์แดงมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อีกด้วย อีกทั้งการดื่มไวน์ในปริมาณที่พอเหมาะยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นหวัดได้ 5. ประโยชน์ขึ้นอยู่กับปริมาณ ประโยชน์ของการดื่ม […]
ซื้อตั๋วเครื่องบินตอนไหนคุ้มค่าสุดๆ 1. ซื้อตั๋ววันอังคาร หรือ วันพุธ เพราะเป็นวันที่คนไปเที่ยวน้อยที่สุด ตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่าวันอื่น 2. ซื้อตั๋วตอนเช้า ราคาตั๋วปกติจะเปลี่ยน 3 ครั้ง ต่อวัน ในช่วงเช้าราคาจะถูกกว่าช่วงอื่นของวัน 3. ซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมแพ็คเกจอื่นๆ สายการบินจะมีโปรโมชั่นท่องเที่ยว รวมค่าที่พัก ค่าเครื่องบิน และการเดินทาง ช่วยลดเวลาในการหา 4. ซื้อตั๋วเดือน เมษายน กรกฎาคม กันยายน และเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ตั๋วเครื่องบินราคาต่ำ หรือหวังช่วงตรุษจีน ก็ราคาค่อนข้างถูก 5. การมีเพื่อนหรือญาติเป็นพนักงานสายการบิน ฝากซื้อในราคาถูก พนักงานจะได้ซื้อตั๋วในราคาที่ถูกกว่าผู้โดยสารอื่น
ประเทศเวียดนามเป็น 1 ใน 4 ประเทศในกลุ่ม CLMV อันประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งถือเป็นประเทศใหม่ของอาเซียน เนื่องจากเป็น 4 ประเทศที่เข้ามาหลังจากสงครามเย็นสิ้นสุด โดยประเทศเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกในปี 1995 ลาวและเมียนมาร์เข้าเป็นสมาชิกปี 1997 และกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกปี 1999 ทั้ง 4 ประเทศมีลักษณะที่คล้ายกันอย่างหนึ่งคือ ยังมีสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนา และมีรายได้ต่อหัวด้อยกว่า 6 ประเทศอาเซียนเก่า เวียดนามนอกจากเป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียนอันประกอบด้วย ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political Security Community – APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC)ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) แล้ว ยังเป็นสมาชิกในกรอบGreater Mekong Subregion (GMS) เวียดนามจึงเป็นประเทศที่มียุทธศาสตร์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองผูกพันกับไทย […]
มีเงินเก็บเป็นล้านได้ไม่ยากถ้ารู้วิธีใช้เงินอย่างอดออม แค่เพียงรักษาวินัยให้ได้เท่านั้น เงินล้านก็ไม่มีทางไกลเกินเอื้อมแน่นอน เชื่อว่าความฝันของมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน ก็คงจะหนีไม่พ้นการมีเงินเก็บหลักล้าน และสามารถอยู่ได้อย่างสบายในช่วงเกษียณ แต่ความฝันเหล่านั้นก็ใช่ว่าจะกลายเป็นจริงได้ง่ายๆ การเก็บออมเงินด้วยความมีวินัยอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างรากฐานให้กับอนาคต แต่จะเก็บออมเงินอย่างไรให้สามารถมีเงินล้านไว้ใช้ได้ยามแก่ตัวลงนั้น ต้องมาดูเคล็ดลับเก็บเงินนั้นทำไม่ยาก แต่ต้องมีวินัยในตัวเอง ถ้าพร้อมที่จะมุ่งมั่นไปสู่การมีเงินเก็บหลักล้านแล้วละก็รีบหยิบวิธีเหล่านี้ไปทำตามกันได้เลย ก้าวแรกสู่การมีเงินล้าน 1.ตั้งเป้าหมายชีวิตและเป้าหมายทางการเงิน การวางแผนการเงินในช่วงชีวิตของการทำงานตราบจนถึงก่อนเกษียณการวางแผนการเงินมีความสำคัญอย่างยิ่ง อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่จะทำให้คุณมีภาระทางการเงินเพิ่มมากขึ้นตามช่วงชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีครอบครัวหรือการเกษียณอายุดังนั้น การวางแผนการเงินในแต่ละช่วงจึงต้องพิจารณารายรับและรายจ่ายให้เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงิน 2.เริ่มจดบัญชีรายรับ-รายจ่าย คนเราจะประสบความสำเร็จได้เมื่อเรารู้จักที่จะควบคุมปัจจัยรอบตัวที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราให้ลงตัวที่สุด อย่าให้สิ่งนั้นมาควบคุมเราเรื่องรายรับ-รายจ่าย บางคนมีรายได้มากมายแต่ก็ยังเป็นหนี้มากกว่าเพราะมีการใช้เงินอย่างไม่มีสติ บางคนรายได้ไม่สูงนักแต่มีเงินเก็บและมีความสุขดี เป็นเพราะเราเลือกที่จะเป็นนายของเงินหรือให้เงินเป็นนายของเรา ดังนั้นเราต้องสร้างความรับผิดชอบให้กับตัวเองด้วยการเริ่ม จดบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตั้งแต่ตอนนี้เพราะเมื่ออนาคตข้างหน้าเราต้องมีความรับผิดชอบที่มากขึ้นจะได้บริหารทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลรับผิดชอบตัวเอง ตลอดจนคนที่เรารักได้อย่างสมบูรณ์ 3.แบ่งเงินใช้ในแต่ละวัน การแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ สามารถทำให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้ และยังทำให้เราไม่ต้องใช้เงินเกินจากที่เราตั้งไว้ได้ด้วย 4.เก็บภาษีเงินได้ และภาษีเงินจ่าย (ทันที) ไม่ว่าจะรับเงินมากจากทางใดก็ตาม ต้องเก็บในกระปุกทันที 10% และ ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรื่องกินหรือเรื่องเที่ยว (ยกเว้นค่าผ่อนรถ ค่าไฟ ค่าน้ำ) ให้เก็บเงินเข้ากระปุกทันที 20%สิ่งนี้ทำให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกอง 5.ลงทุน การลงทุนรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น เงินออมทรัพย์ […]
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ถือเป็นผลพลอยได้จากการฝากเงินในบัญชีฝากเงินแบบออมทรัพย์ ซึ่งเป็นบัญชีที่เหมาะสำหรับผู้ออมรายย่อย เนื่องจากไม่มีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ หรือกำหนดไว้ต่ำมาก รวมทั้งไม่มีกำหนดระยะเวลาในการรับฝาก เป็นบัญชีที่มีความคล่องตัวในการเบิกการถอนมากที่สุดคือฝากเมื่อไรก็ได้ เบิกเมื่อไรก็ได้ ในส่วนการคิดอัตราดอกเบี้ย ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน แต่จะสะสมยอดไว้และจ่ายให้กับผู้ฝากปีละ 2 ครั้ง โดยจ่ายตอนสิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี ส่วนบัญชีที่มียอดเงินฝากในบัญชีสูงมากๆ และมียอดดอกเบี้ยที่ได้รับเกิน 20,000 บาท โดยรวมจากทุกธนาคารในหนึ่งปี ผู้ฝากจะต้องเสียภาษีบนดอกเบี้ยที่ได้รับในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเปิดบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ ลองไปดูอัตราดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารจะให้ในกรณีที่ฝากเงินแบบออมทรัพย์ เพื่อเป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจว่าแบงก์ไหนให้ดอกเบี้ยสูงกว่ากัน จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา ของธนาคารพาณิชย์ ไว้ดังนี้ ธนาคาร อัตราดอกเบี้ยประเภทเงินฝากออมทรัพย์ กรุงเทพ 0.500-0.6250 กรุงไทย 0.5000 กสิกรไทย 0.5000 ไทยพาณิชย์ 0.5000 กรุงศรีอยุธยา 0.4000 ทหารไทย 0.1250-0.7500 ยูโอบี 0.2500 ซีไอเอ็มบี ไทย 0.4000 สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) 0.2500-2.5000 ธนชาต […]
หลายคน มักจะคิดว่าเงินที่เราได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเรานั้น ถ้าหากเรานำไปใช้ในสิ่งที่เราต้องการนั่นเรียกว่าการใช้เงินอย่างคุ้มค่า จะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่แน่ใจได้อย่างไรว่าการใช้จ่ายเงินของคุณนั้นคุ้มค่าที่สุดแล้ว ถ้ายังไม่แน่ใจละก็ลองเช็คกันสิว่าเรื่องไหนที่คุ้มค่าต่อเงินที่คุณจ่ายไป และเรื่องไหนที่ควรจะเพลาๆ ลงเสียบ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องกุมขมับกับหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด 5 เรื่องที่ควรเลี่ยงใช้จ่าย ถ้าไม่อยากเงินหมดกระเป๋า 1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แม้ในสมัยนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายๆ ชนิดจะมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องใช้เงินไปกับการหาซื้ออุปกรณ์ที่รุ่นใหม่กว่าอยู่เสมอของที่คุณซื้อวันนี้อาจจะเป็นรุ่นใหม่ก็จริง แต่เมื่อถึงปีหน้า เมื่อรุ่นที่ใหม่กว่านี้และดีกว่านี้มาถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คุณคิดว่าเป็นรุ่นใหม่ก็จะกลายเป็นรุ่นเก่า และถ้าหากคุณตามซื้อของเหล่านี้ไปเรื่อยๆ บอกได้เลยว่าเงินหมดกระเป่าแน่นอน แถมยังใช้ของไม่คุ้มอีกด้วย 2. ของแต่งบ้าน ใครที่ชอบตามเทรนด์แต่งบ้านด้วยการซื้อของแต่งบ้านที่เห็นตามนิตยสารมาประดับบ้านละก็ ขอบอกเลยว่าให้หยุด แม้ว่าของเหล่านี้จะช่วยทำให้บ้านดูสวยขึ้น แต่ถ้าหากซื้อมากๆ เข้าก็เปลืองเงินไม่ใช่น้อย ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะแต่งบ้านด้วยของแต่งบ้านเหล่านั้นจริงๆ ลองมองหาวิธีที่ประหยัดมากกว่า อย่างเช่น การ DIY เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเอง นอกจากจะประหยัดแล้ว ก็ยังได้ภูมิใจกับของชิ้นนั้นด้วย 3. รถ สำหรับคนรักรถ เมื่อเห็นรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็พาลทำให้อยากได้ และเริ่มหาข้อเสียของรถคันที่ใช้อยู่ อยากบอกว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้สินที่ไม่จบสิ้น แต่ถ้าหากคุณต้องการที่จะเปลี่ยนรถจริงๆ คุณควรจะต้องมีเงินสดมากพอที่จะซื้อรถคันใหม่ได้โดยที่ไม่ทำให้คุณต้องกลับมาเป็นหนี้ท่วมหัว หรือน้อยๆ รถคันเก่าที่คุณต้องการจะขายต้องสามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ของรถคันใหม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือ คุณควรจะเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด เพื่อจะได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมา […]
หากคุณและคนรักมีแพลนจะสร้างครอบครัวร่วมกัน ไม่ว่าจะจัดงานแต่งงานหรือกำลังคิดอยากมีลูก แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นออมเงินสไตล์คนใช้ชีวิตคู่จากตรงไหนก่อนดี15 ทริคนี้น่าลองนำไปเป็นแนวทางการออมเงินเพื่อชีวิตครอบครัว และเผื่อใครจะคิดว่ายาก ขอบอกเลยว่าให้ดูวิธีออมเงินแบบชีวิตคู่ตามนี้ก่อนแล้วคุณจะรู้ว่าการออมเงินแบบชีวิตคู่นั้นง่ายนิดเดียวจริงๆ 1. เดทกันเบาๆ แบบเน้นประหยัด คู่รักกับการเดทเป็นของที่ขาดกันไม่ได้ แต่การเดทของคุณก็ไม่เห็นจะต้องเว่อร์วังอลังการ คู่รักทุกคู่สามารถไปเดทกันที่สวนสาธารณะ พร้อมกับตะกร้าปิกนิกที่มีอาหารจากฝีมือคุณทั้งสองคนไปนั่งกิน นั่งคุยกันเพลินๆ ก็ได้ ส่วนงานเดทใต้แสงเทียนกับมื้ออาหารสุดหรูขอผลัดไปเป็นนานๆ ครั้งดีกว่า แค่นี้ก็เซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะแล้ว 2. เก็บเกี่ยวความสุขจากสิทธิพิเศษที่มีอยู่ หากคุณเป็นลูกค้าคนสำคัญของธนาคารหรือองค์กรต่างๆ หรือแม้แต่การใช้จ่ายผ่านบัตรอะไรก็ตามที่มีการสะสมแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลและสิทธิพิเศษ พยายามใช้สิทธิ์เหล่านี้หาความสุขร่วมกันให้ได้มากที่สุด จะกิน เที่ยว หรือช้อปงานนี้ก็ฟรีๆ ฟินๆ ให้เต็มที่ไปเลย 3. ถ้าพร้อมแล้ว ย้ายมาอยู่ด้วยกันซะเลย หากคุณมีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วจริงๆ คงดีกว่าหากจะเข้ามาแชร์ทุกอย่างร่วมกันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการอยู่ด้วยกันสามารถลดทอนค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไปได้มากกว่าครึ่ง ที่สำคัญเมื่อคนรักมาอยู่ด้วยกันจะได้ดูแลซึ่งกันและกันด้วย แต่ทั้งนี้ก็อยากจะเตือนสักนิดว่า หากคุณทั้งคู่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออยู่ในวัยที่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ข้อนี้อาจต้องยอมผ่านๆ ไปก่อน 4. ใช้ของมือสองบ้างก็ได้ สำหรับคู่ที่คิดจะย้ายบ้านใหม่เพื่อรองรับการมีสมาชิกเพิ่ม เหล่าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่เคยมีก็อย่าทิ้งขว้าง อะไรที่เก็บมาใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน ส่วนของที่จำเป็นต้องซื้อใหม่จริงๆ ลองเข้าไปดูตามร้านขายของมือสอง แล้วคุณจะเหลือเงินเก็บอย่างที่คาดไม่ถึงเลย 5. รวบรวมค่าใช้จ่ายให้เป็นหนึ่งเดียว ค่าใช้จ่ายบางอย่างที่สามารถรวมให้เหลือทางเดียวได้ เช่น ค่าโทรศัพท์บ้าน ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารรายวัน […]
คนไทยยังออมเงินด้วยวิธีการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคารเป็นหลัก เพราะเรียนรู้มาจากบรรพบุรุษรุ่นต่อรุ่นจนเกิดความเคยชิน และรู้ว่าเงินต้นไม่หายได้รับดอกเบี้ยครบตามที่ตกลงไว้จนเกิดความรู้สึกอุ่นใจ แต่การฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคารอาจทำให้พลาดโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการออมเงินรูปแบบอื่น หลังจากประเทศไทยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรง ที่เรียกกันว่า “วิกฤติต้มยำกุ้ง” อัตราดอกเบี้ยเงินฝากทยอยปรับลดลงจนอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลายาวนานถึงปัจจุบัน สวรรค์ของนักออมเงินก็หมดลงเพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทั่วไปเหลือไม่เกิน 3%ต่อปี โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปเหลือนิดเดียวแต่เป็นบัญชีที่คนไทยนิยมฝากเงินมากที่สุด ทำให้มูลค่าเงินออมที่แท้จริงแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย นอกจากต้องเจอกับภาวะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำแล้ว ยังต้องเผชิญกับศัตรูการออมเงิน ที่มีชื่อว่า “เงินเฟ้อ” ทำให้ค่าของเงินออมลดลงจากการที่สินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะรายการใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าบ้าน และค่ารักษาพยาบาล ราคาแพงขึ้นมาก ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีออมเงินรูปแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อและรับความเสี่ยงได้ ดังนั้น 4 เคล็ดลับออมเงิน เก็บเก่งรวยเร็วสามารถเป็นแนวคิดที่นำไปปฏิบัติแล้วเกิดผลประโยชน์ได้สูงสุด 1. จงมีอัตราการออมเป็นบวกและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สูตรคำนวณ “อัตราการออม = (1 – ค่าใช้จ่าย/รายได้) x 100” ตัวอย่างเช่น นาย เอ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,000 บาทและค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน 20,000 บาท เท่ากับมีอัตราการออมอยู่ที่ 33% หลังจากนั้นอีก 5 ปี นาย เอ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,000 […]
ดูโทรทัศน์ แคลอรีหายไปเพียง 72 ถือสัมภาระเดินขึ้นบันได แคลอรีหายไปถึง 472 ใช้ลิฟต์ แคลอรีหายไปเพียง 5 เดิน แคลอรีหายไปถึง 195 กวาดพื้น แคลอรีหายไปถึง 136 คุยโทรศัพท์ แคลอรีหายไปเพียง 105 ขี่มอเตอร์ไซค์ แคลอรีหายไปเพียง 148
แน่นอนว่าผู้ประกอบการ SME ย่อมต้องการให้ธุรกิจของตนนั้นเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง แต่ทุกคนทราบดีว่าคือว่าท้าทาย ที่มาพร้อมความเสี่ยง เนื่องจากธุรกิจ SME เป็นธุรกิจขนาดเล็ก มีเงินทุนค่อนข้างจำกัด อีกทั้งยังมีคู่แข่งอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันที่แสนจะดุเดือด ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องหันมาพึ่งพาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของตนเองให้เหนือคู่แข่งขัน จึงเรียกได้ว่าสินเชื่อ SME เป็นช่องทางนำไปสู่ความสำเร็นจอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการ กล่าวคือสินเชื่อ SME ถูกผลิตขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพ และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการขอกู้เงินของ SME ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุน หรือขยายธุรกิจ แม้กระทั่งขอสินเชื่อเพื่อมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน เงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ความต้องการขอผู้ประกอบการ SME ทั้งสิ้น ดังนั้นสินเชื่อดังกล่าวจึงมีเงื่อนไขที่ไม่แตกต่างกัน ในแง่ขอระยะเวลาประกอบการ และรายได้ประจำปี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ควรศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วน แม้ว่าเงื่อนไขของสถาบันการเงินต่าง ๆ อาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME มีให้เลือกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงคุณสมบัติของผู้ขอใช้บริการเอง โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการยืดหยุ่นให้เหมาะกับธุรกิจของตนและช่วยแก้ไขปัญหาในแต่ละช่วงของธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม และสินเชื่อที่ขอนั้น ต้องครอบคลุมระยะเวลาที่ผู้ประกอบการดำเนินกิจการในช่วงขยายหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นด้วย ที่มา : smartsme.tv
เมื่อกล่าวถึงคำว่า นาโนไฟแนนซ์ หลายท่านคงคุ้นเคยหูเป็นอย่างดี เพราะเรามักได้ยินคำนี้ในวงการธุรกิจไทย มาเป็นพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่อาจจะยังมีหลายท่าน ที่ไม่เข้าใจ ว่านาโนไฟแนนซ์ แท้จริงแล้ว คืออะไร? คำว่า นาโนไฟแนนซ์ เมื่อแปลเป็นไทยจะมีความหมายว่า สินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ เป็นสินเชื่อเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการอิสระ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น พ่อค้า แม่ค้า หรือพนักงานประจำที่มีฐานเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท / เดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปเป็นทุนประกอบธุรกิจ หรือต่อยอดกิจการ รวมถึงการปลดหนี้นอกระบบ มีวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 36 / ปี นาโนไฟแนนซ์ เป็นสินเชื่อที่ภาครัฐต้องการให้การสนับสนุน จากปัญญาของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อยที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ แต่ประสบปัญหาด้านเอกสารแหล่งที่มาของรายได้ หรือการไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จนส่งผลให้หลายท่านเลือกการกู้เงินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง การเป็นภาระหนี้สินติดตัว จุดเด่นของสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ คือ เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และอนุมัติค่อนข้างเร็ว ทราบผลเบื้องต้นภายใน 5 – 7 วัน เท่านั้น จะเห็นได้ว่าสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่มีลักษณะยืดหยุ่นกว่าสินเชื่อประเภทอื่น […]