เทคนิคการบริหารธุรกิจควบคู่กับการบริหารครอบครัว
https://youtu.be/uKWjf0uVUDM
https://youtu.be/uKWjf0uVUDM
ภาษีเงินฝาก อาจเป็นคำที่ไม่คุ้นเคยกันนัก เพราะเวลาเราต้องการฝากเงินส่วนมาก มักได้ยินเพียงคำว่า ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโดยปกติแล้วดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับจากธนาคารนั้น ต้องมีการเสียภาษี โดยธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่ายประมาณ 1.10 หรือ 15% ตามเงื่อนไขของประเภทเงินฝากแต่ละประเภท ซึ่งจะมีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป การศึกษาสิทธิประโยชน์ภาษีของการเงินฝากแต่ละประเภท จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าตนเองควรฝากเงินรูปแบบใด อีกทั้งยังช่วยให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฝากเงินอีกด้าน ภาษีเงินฝากประเภทต่าง ๆ 1. เงินฝากออมทรัพย์ เสียภาษี 15% แต่มีข้อยกเว้นว่าไม่ต้องเสียภาษีหากดอกเบี้ยเงินฝากจากทุกธนาคารรวมกันไม่เกิน 20,000 บาท/ปี 2. เงินฝากประจำ เสียภาษี 15% มีข้อยกเว้น 3 กรณีคือ 2.1 ไม่ต้องเสียภาษีหากเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีขึ้นไปของผู้ฝากที่มีอายุ 55 ปี และมีจำนวนรวมบัญชีฝากประจำทุกประเภทแล้วไม่เกิน 30,000 บาท 2.2 ไม่ต้องเสียภาษีหากดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษที่เป็นทางการฝากสะสมรายเดือน เดือนละเท่า ๆ กันติดต่อกัน 24 เดือนขึ้นไป 2.3 มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย […]
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบขั้นบันได เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งมักจะเพิ่มขึ้น เป็นระยะ ตามกำหนดของสถาบันการเงินนั้น ๆ โดยส่วนใหญ่จะมีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ และมีเงื่อนไขห้ามเบิกถอนก่อนกำหนด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ประกาศ สำหรับการคิดดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดมักจะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น คือจะไม่นำดอกเบี้ยที่ได้รับในช่วงก่อนหน้ามารวมเป็นเงินต้นในช่วงถัดไป แต่จะโอนดอกเบี้ยที่ได้เข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ฝาก ซึ่งมีลักษณะดังนี้ เดือนที่ 1 – 4 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 เดือนที่ 5 – 6 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 2 เดือนที่ 7 – 9 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3 เดือนที่ 10 – 11 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 4 อนึ่งฯ อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินประกาศนั้น มักต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยแท้จริงต่อปีที่ได้รับ ดังนั้นผู้ฝากจึงควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจากสถาบันการเงินก่อนการตัดสินใจ ทั้งนี้ แบงค์ชาติได้กำหนดให้สถาบันการเงินแสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีให้แก่ผู้ที่มีความต้องการฝากเงินทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจ เป็นการปกป้องสิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน อย่างไรก็ดี ผู้ฝากเงินควรศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปี และค่าใช้จ่ายหรือค่าภาษี ก่อนตัดสินใจทุกครั้งเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง
https://youtu.be/K0EHFrhYz3k
4 วิธี เก็บเงินอย่างไรให้ “พอกพูน” สร้างวินัยในการใช้จ่าย กว่าที่เราจะได้เงินก้อนมานั้นต้องผ่านความมีวินัยในการออม ซึ่งหลักของการออมนั้นเราควรสร้างวินัยกับตัวเองโดยเฉพาะในเรื่องการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หลายๆคนที่อยากมีเงินก้อนแต่ยังใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายทำให้ไม่มีเงินออมถึงแม้ว่าคุณจะมีรายรับที่มากก็ตาม แต่ถ้าคุณคิดจะออมเงินแล้วต้องมีความอดทน ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นก็ควรตัดทิ้งเพื่อการออมที่ดีนั่นเอง สร้างวินัยในการลงทุนและการออม การมีวินัยในเรื่องของการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่ดี เราควรตั้งเป้าหมายว่าเงินที่เราเก็บเพื่อออมนั้นเก็บเพื่อใช้อะไร จะเก็บเดือนละเท่าไหร่่ถึงจะได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีวินัยในการออมเงินเท่านั้นจึงจะทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ประสบความสำเร็จ เปิดโอกาสการลงทุนในทั่วโลก นอกจากการออมเงินแล้ว การจะทำให้เงินของเราพอกพูนได้คือการลงทุน การลงทุนนั้นมีหลากหลายประเภทอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทำธุรกิจ การลงทุนหุ้น การลงทุนกองทุนรวม รวมไปถึงการลงทุนตราสารหนี้ และอื่นๆอีกมายมาย ซึ่งถ้าหากคุณมีความรู้ทางด้านการเงินและการลงทุนแล้วนั้นอาจจะลองลงทุนในต่างประเทศซึ่งอาจจะทำให้คุณมีเงินพอกพูนขึ้นมาไม่มากก็น้อยเลยหล่ะ เลือกการลงทุนที่เหมาะสม จะเห็นได้ว่าการลงทุนในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท ทั้งนี้การลงทุนที่ดีควรเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง ความเหมาะสมนี้จะขึ้นอยู่กับสถานะการเงินของคุณที่แตกต่างกันไป ใครมีฐานะทางการเงินดีอาจลงทุนได้หลากหลายประเภทเพราะสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ แต่สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มเก็บเงินควรจะลงทุนในประเภทการออมแล้วค่อยๆขยับไปเรื่อยๆก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนมาได้ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเรื่องราวการลงทุนทางการเงินสามารถติดตามได้ในรายการ Smart Money ออกอากาศวันที่ 6 เมษายน 2559 ย้อนหลังได้ที่นี่ คลิกเลย>> http://goo.gl/1uVDT7
SME Smart Service วันนี้พาคุณมาเจาะลึกประเด็นธุรกิจครอบครัวกันอีกเช่นเคย โดยวันนี้เราจะมาพูดคุยกับแขกรับเชิญเกี่ยวกับข้อดีของผู้นำหญิงที่ถูกมองข้าม ร่วมเจาะลึกถึงข้อดี-ข้อด้อยของผู้นำหญิงเป็นอย่างไร และทำไมการมีผู้นำเป็นหญิงจึงทำให้ธุรกิจครอบครัวเข้มแข็งได้ ฟังผศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะบริหารธุรกิจ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในรายการ SME Smart Service วันนี้ !!! เวลา 13.00-14.00 น. (รีรัน 19.00-20.00 น.) ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
สาวกขนมปังรู้รึเปล่า ที่หนีบห่อขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ทำหลายสีไว้ทำไม นั้นก็เพราะเป็นการใช้สีในการเช็คความสดใหม่ของขนมปัง แยก เป็น 7 สี 1. สีเหลือง วางจำหน่าย วันจันทร์ 2. สีขาว วางจำหน่าย วันอังคาร 3. สีเขียว วางจำหน่าย วันพุธ 4. สีส้ม วางจำหน่าย วันพฤหัสบดี 5. สีฟ้า วางจำหน่าย วันศุกร์ 6. สีน้ำตาล วางจำหน่าย วันเสาร์ 7. สีแดง วางจำหน่าย วันอาทิตย์ รู้แบบนี้แล้วผู้บริโภคอย่างเราก็เลือกซื้อความสดใหม่ง่ายๆด้วยการเช็คสีได้เลย
ได้บุญใหญ่ บริจาคเส้นผมช่วยผู้ป่วยมะเร็ง มีข้อกำหนดรับบริจาคดังนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ รับบริจาคเส้นผมเพื่อทำวิกผมให้ผู้ป่วยมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษา โดยการผลิตวิกผมนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ประสานงานแหล่งผลิตอื่น ๆ เพื่อผลิตวิกผม และยังคงเปิดรับบริจาคเส้นผมต่อไป โดยมีข้อกำหนด ดังนี้ -เส้นผมที่บริจาค ต้องมีความยาวตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไป -เส้นผมที่เคยทำสี เคยดัด เคยยืดต้องเป็นผมที่ไม่แห้งเกินไป จึงจะบริจาคได้ -การบริจาคเส้นผม ควรสระ ทำความสะอาด และเป่าให้แห้งสนิทก่อนบริจาค -รับบริจาคเส้นผมตามธรรมชาติทุกชนิด (ผมฟู ผมหยิก ผมหยักศก ทุกสี จากผู้บริจาคทุกเชื้อชาติ) ผู้สนใจบริจาคได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น1 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ส่งทางไปรษณีย์ มาที่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 268/1 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 (บริจาคเส้นผมเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2202-6800 กด 0 ….
แม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นเคล็ดลับการออมเงินมามากมาย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด และเหลือเงินออมเก็บเลยสักเดือน แถมยังมีหนี้ติดตัวอีกต่างหาก แต่ถ้าอยากเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินมาเป็นคนออมเงินเก่งมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการปลดหนี้ให้เหลือศูนย์ ลองทำตามเคล็ดลับประหยัดรายจ่ายเหล่านี้ 1. เคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมดก่อน ถ้าคุณเผลอใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนมียอดค้างชำระจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเก็บเงินอย่างจริงจังก็ควรชำระหนี้บัตรเครดิตเป็นอันดับแรก เพราะเราก็รู้ดีอยู่แล้วว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นสูงมากขนาดไหน ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ยอดหนี้เพิ่มพูนจนเกินกำลังจ่ายของตัวเองมากไปกว่านี้ ก็ควรเคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมด 2. ใช้รถสาธารณะบ้างก็ได้ สำหรับคนมีรถเป็นของตัวเอง เคยลองคำนวณกันบ้างไหมว่า ในแต่ละเดือนคุณหมดกับค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน และค่าซ่อมบำรุงไปเท่าไร ซึ่งถ้าคิดอย่างจริงจังก็จะรู้เลยว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียวกับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ดังนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้หากเราจะลองมาใช้บริการรถสาธารณะ หรือติดรถคนรู้จักไปบ้าง แค่นี้ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้เป็นหลักร้อยหลักพัน 3. แอบส่องมาตรวัดน้ำและมาตรไฟฟ้าทุกวัน อาจจะดูเป็นวิธีแปลก ๆ พิกลแต่ขอบอกเลยว่าถ้าเราหมั่นเช็กมาตรวัดน้ำและมาตรไฟฟ้าเป็นประจำ จะช่วยให้เราตระหนักได้ถึงพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนในบ้านได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้รู้จักใช้น้ำและไฟอย่างประหยัดโดยอัตโนมัติ หรือบางทีอาจจะเจอเลขมิเตอร์ที่ผิดเพี้ยนไปจากบิลบ้าง 4. ลดระดับแพคเกจมือถือ สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมแพคเกจโทรศัพท์รูปแบบต่าง ๆ ให้ได้เลือกใช้ กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ของทุกคนไปแล้ว แต่ในเมื่อแพคเกจโทรศัพท์ก็มีทางเลือกให้เราหลายโปรโมชั่น เราก็ควรพิจารณาให้ดีว่าไลฟ์สไตล์ของเราเหมาะสมกับแบบไหน และหากว่าที่บ้านของคุณก็ติดอินเทอร์เน็ตและปล่อยสัญญาณไวไฟอยู่แล้ว แบบนี้แนะนำให้เลือกใช้แพคเกจโทรศัพท์มือถือเบา ๆ เอาแค่ขีดจำกัด 3G ไม่กี่เมกกะบิตต์ก็พอ 5. จดรายจ่ายประจำวัน วิธีคลาสสิกอย่างการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวันไว้เป็นหลักฐานให้ดูยังคงใช้ได้มาจนถึงทุกวันนี้ แถมยังได้ผลดีด้วยล่ะค่ะ […]
หากพูดถึงเรื่องการออมเงิน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของเศรษฐี คนมีเงินเท่านั้นที่จะมีเงินเหลือกินเหลือใช้แล้วสามารถแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาออมได้ คนจน หาเช้ากินค่ำ หรือมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ จะเอาเงินที่ไหนมาออม ขอแค่ให้พอมีพอใช้ไปวัน ๆ หมุนเงินทันแบบเดือนชนเดือนก็ถือว่าเก่งแล้ว จริงๆ แล้ว การออมเงินเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะรวยหรือจน มีรายได้มากหรือน้อยก็ตาม หรือแม้กระทั่งเด็ก ๆ ที่ยังไม่มีรายได้ก็ยังสามารถมีเงินออมได้เลยค่ะ ดังนั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่าการออมเงินเป็นเรื่องง่ายจริง ลองมาดูเทคนิคการออมเงินแบบง่าย ๆ สไตล์แนว ๆ ที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงกัน 1. ใช้บัตรเอทีเอ็มกดเงินเพียงสัปดาห์ละครั้ง เริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์เพื่อดูว่าปกติเราใช้เงินสัปดาห์ละเท่าไร หรืออยากใช้สัปดาห์ละไม่เกินเท่าไร แล้วให้กดเงินมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเลือกกดในวันจันทร์ เนื่องจากเป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ หลังจากนั้นให้แบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วน หรือ 7 ส่วน แล้วแต่สะดวก จะได้รู้ว่าต้องใช้เงินวันละเท่าไร และแบ่งเงินใส่กระเป๋าสตางค์ไว้แบบวันต่อวันเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้เงินเกิน ส่วนเงินที่เหลือให้นำไปเก็บไว้ ไม่ต้องพกออกจากบ้าน วิธีนี้จะช่วยให้เรามีวินัยในการใช้จ่ายเงินมากขึ้นและมีเงินออมเพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ถ้าใครติดนิสัยชอบกดเงินบ่อย ๆ และกลัวจะเผลอเดินไปกดเงินง่าย ๆ ก็แนะนำให้เก็บบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บ้าน ไว้ในห้องที่ปลอดภัย […]
สำรวจรายรับรายจ่าย ผ่อนจ่ายสินเชื่ออย่างถูกวิธี หลีกหนีเงินกู้นอกระบบ จะช่วยให้เราป้องกันเหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังได้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” กันมาบ้างแต่ฟังดูเป็นคำที่ค่อนข้างน่ากลัวและเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองแน่ ๆ เพราะถึงแม้ว่าเราจะหารายได้มาเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเราสักที ซึ่งปัญหานี้ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทำให้ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนสูงสุดในรอบ 9 ปีอีกด้วยค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังเกิดขึ้น เรามียุทธวิธีในการป้องกันมานำเสนอ คือ 1. สำรวจค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ลองสำรวจและคำนวณค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือนดูว่าใน 1 เดือน เราต้องจ่ายเงินให้กับค่าใช้จ่ายเหล่านี้เท่าไหร่ โดยเราสามารถแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ – ค่าใช้จ่ายคงที่ หรือค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนในแต่ละเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ – ค่าใช้จ่ายผันแปร หรือค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนเงินไม่เท่ากันในแต่ละเดือน ขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของเราในเดือนนั้น ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าท่องเที่ยวต่าง ๆ หากพบว่ารายรับของเราไม่เพียงพอกับรายจ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราควรปรับลดค่าใช้จ่ายผันแปรลง เช่น ลดค่าอาหารลง ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลงเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ เป็นต้น 2. ผ่อนสินเชื่ออย่างถูกวิธี ลองสำรวจดูว่าในแต่ละเดือนเรามีภาระต้องผ่อนสินเชื่ออะไรบ้าง แล้วสินเชื่อไหนมีดอกเบี้ยสูงที่สุดก็ให้จ่ายสินเชื่อนั้นก่อน เช่น ถ้าเรามีภาระต้องผ่อนบ้าน […]
วิธีออมเงินให้มากขึ้น ต้องรู้จักตัวช่วยในการออมเงินเพราะคุณจะได้มีเงินสะสมมากขึ้นได้ทุกเดือนปัญหาที่คนทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนหลายคนเจอเกี่ยวกับเรื่องเงินคงจะหนีไม่พ้น การไม่มีเงินเก็บ หรือเงินเดือนไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน เนื่องจากรายรับไม่สูงมาก แต่กลับมีรายจ่ายค่อนข้างเยอะจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถออมเงินได้ แต่ถ้าเราตั้งใจจะออมเงินแล้ว เชื่อว่าทุกคนทำได้อย่างแน่นอน สำหรับใครที่อยากจะออมเงิน แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรหรือคิดว่าการออมเงินเป็นเรื่องยาก K-Expert จากธนาคารกสิกรไทย มีตัวช่วยในการออมเงินง่าย ๆ ได้ทุกเดือนมาฝาก ซึ่งตัวช่วยที่ว่าจะมีอะไรบ้าง 1. บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี เป็นตัวช่วยแรกที่อยากแนะนำ เพราะถือเป็นตัวช่วยในการออมเงินที่ดีตัวหนึ่งและช่วยสร้างวินัยในการออมเงินให้กับเราได้ สำหรับบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีเป็นบัญชีที่มีเงื่อนไขในการฝากเงินคือ ต้องฝากเงินทุกเดือนในจำนวนเงินที่เท่ากัน และฝากติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือน หรือ 36 เดือน โดยเงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินเดือนละ 25,000 บาท สำหรับระยะเวลาการฝาก 24 เดือน หรือฝากสูงสุดไม่เกินเดือนละ 16,500 บาท สำหรับระยะเวลาการฝาก 36 เดือน เช่น ฝากเงินเข้าบัญชีทุกเดือน เดือนละ 2,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือน เป็นต้น ซึ่งเหมาะกับคนที่ตั้งใจจะออมเงินทุกเดือนในจำนวนเงินที่เท่ากันเป็นอย่างยิ่ง บัญชีประเภทนี้มีข้อดีคือ […]
วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเออร์ลี่รีไทร์ มาใช้ชีวิตอิสระ แล้วได้คิดถึงเรื่องการออมเงินเพื่อเตรียมการรองรับชีวิตหลังเออร์ลี่ รีไทร์ไว้ดีพอแล้วหรือยัง ? ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงฝืดเคืองต่อเนื่องอย่างนี้ยังมีข้าราชการและบุคคลทั่วไปเลือกที่จะเออร์ลี่รีไทร์มากขึ้นกว่าสมัยก่อน ด้วยเหตุผลและความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนเตรียมพร้อมจะสร้างธุรกิจส่วนตัว บางคนก็เหนื่อยกับงานและอยากพักผ่อนเต็มที่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกไหนที่ทำให้คุณเลือกที่จะเออร์ลี่รีไทร์ เราอยากแนะนำ 5 ทริคออมเงินเพื่อชีวิตหลังเออร์ลี่รีไทร์ที่ดี๊ดี มาเป็นไกด์ไว้ก่อน เผื่อใครสนใจอยากเจริญรอยตามวิถีชีวิตหลังเออร์ลี่รีไทร์ที่เขาการันตีว่าทำตามนี้ไม่มีขัดสนเงินทอง จะได้นำไปปรับใช้กับชีวิตตัวเองได้เลย 1. ตั้งเป้าหมายเก็บเงินสำรอง การออมเงินเพื่อสำรองไว้ใช้จ่ายในชีวิต เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แม้จะไม่ได้มีแผนเออร์ลี่รีไทร์ก็ควรออมเงินไว้อยู่แล้ว แต่หากใครที่คิดจะเออร์ลี่รีไทร์อาจจะต้องออมเงินด้วยความรอบคอบมากขึ้นอีกนิด โดยคำนวณคร่าว ๆ ว่าคุณจะมีชีวิตอยู่หลังที่ออกจากงานไปแล้วอีกกี่ปี โดยคิดเฉลี่ยไว้เลยว่าหลังเออร์ลี่รีไทร์แล้วชีวิตจำเป็นต้องใช้เงินต่อเดือนประมาณ 65-95% จากค่าใช้จ่ายก่อนเออร์ลี่รีไทร์ทั้งหมด จากนั้นก็เริ่มต้นออมเงินไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือหากตอนนี้ยังไม่รู้อนาคตที่แน่นอน การออมเงินไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด 2. ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล อยากมีชีวิตที่สบายหลังเออร์ลี่รีไทร์ก็ ต้องใช้จ่ายให้เป็น รายการฟุ่มเฟือยควรตัดทิ้งจากชีวิตให้หมด หรืออย่างน้อย ๆ ก็อย่าฟุ่มเฟือยกับสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิตมากนัก เพราะอย่าลืมนะคะว่า เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้น สุขภาพของเราก็อาจจะเสื่อมโทรมบ้างอะไรบ้าง ดังนั้นควรออมเงินสำหรับการรักษาพยาบาลไว้ด้วย หรือจะออมเงินด้วยการทำประกันสุขภาพก็เวิร์คไม่น้อย 3. ออมเงินอย่างชาญฉลาด การออมเงินมีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งการออมแบบบัญชีเงินฝากประจำ ออมเงินด้วยการทำประกันภัยกับกรมธรรม์ที่ให้ผลตอบแทนอันคุ้มค่า การซื้อสลาก ซื้อทองไว้เก็งกำไร หรือการเล่นหุ้นก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งนี้ทุกการออมควรเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่น […]
ชี้ช่องรวยรายวันวันนี้เราพาคุณผู้ชมมาพบกับความรวยที่จะมาแจกกันในรายการ โดยวันนี้เราจะพาคุณผู้ชมไปพบกับธุรกิจเพื่อความสวยความงามแบรนด์ Cremery Plus ผลิตภัณฑ์คุณภาพราคาไม่แรง แถมด้วยสิทธิพิเศษโปรโมชั่นดีๆที่จะบอกต่อคุณผู้ชม ผลิตภัณฑ์จะมีความน่าสนใจแค่ไหน ห้ามพลาด ช่วงต่อไปพบกับธุรกิจอาหารที่จะมาแจกจ่ายความรวยกับ เสต็กน้าหนู เสต็กนุ่มๆที่พร้อมให้คุณมาจับจองเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ จะน่าสนใจแค่ไหน ติดตามได้ในรายการ เวลา 10.00-11.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
1. เราเป็นคนเลือกสิ่งที่จะเข้าสู่ร่างกายเรา การลดปริมาณหรือเลือกเครื่องดื่มเราเลือกเองควบคุมเอง ให้เหมาะสม มีผลวิจัยจาก University of Western Ontario ชี้ว่า เบียร์กับไวน์แดงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเหล้า เพราะเบียร์และไวน์แดงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าเหล้า ซึ่งลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งตับได้ดีกว่า 2. มิกเซอร์เยอะๆ ตัวการดี บรรดามิกเซอร์ทั้งหลายแหล่นี่แหล่ะที่เป็นตัวการคอยทำร้ายสุขภาพเราพอๆกับแอลกอฮอล์เลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ชอบดื่มเหล้าผสมกับมิกเซอร์ น่าจะลองเปลี่ยนมาดื่มเหล้าแบบเพียว ๆ กับน้ำแข็ง ออนเดอะร็อคดูบ้าง เพราะเครื่องดื่มที่เป็นมิกเซอร์ส่วนใหญ่มีน้ำตาลและแคลอรี่ที่สูงลิบ 3. จิบสักนิดสักหน่อยพอดีๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำลายเซลล์สมองได้ ในกรณีที่ดื่มในปริมาณมาก ๆ แต่หากปรับเปลี่ยนการดื่มเป็นการจิบเล็กน้อยต่อวัน ก็จะมีส่วนช่วยให้สมองทำงานได้ดีเช่นกัน การจิบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพียงเล็กน้อย ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเหมือนที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับคนที่มีอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ จะชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง 4. ดื่มไวน์ได้ประโยชน์ การวิจัยจาก Harvard Medical School ในปี 2013 เผยว่า สารเรสเวอราทรอล ที่พบในไวน์แดงมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อีกด้วย อีกทั้งการดื่มไวน์ในปริมาณที่พอเหมาะยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นหวัดได้ 5. ประโยชน์ขึ้นอยู่กับปริมาณ ประโยชน์ของการดื่ม […]
ซื้อตั๋วเครื่องบินตอนไหนคุ้มค่าสุดๆ 1. ซื้อตั๋ววันอังคาร หรือ วันพุธ เพราะเป็นวันที่คนไปเที่ยวน้อยที่สุด ตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่าวันอื่น 2. ซื้อตั๋วตอนเช้า ราคาตั๋วปกติจะเปลี่ยน 3 ครั้ง ต่อวัน ในช่วงเช้าราคาจะถูกกว่าช่วงอื่นของวัน 3. ซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมแพ็คเกจอื่นๆ สายการบินจะมีโปรโมชั่นท่องเที่ยว รวมค่าที่พัก ค่าเครื่องบิน และการเดินทาง ช่วยลดเวลาในการหา 4. ซื้อตั๋วเดือน เมษายน กรกฎาคม กันยายน และเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ตั๋วเครื่องบินราคาต่ำ หรือหวังช่วงตรุษจีน ก็ราคาค่อนข้างถูก 5. การมีเพื่อนหรือญาติเป็นพนักงานสายการบิน ฝากซื้อในราคาถูก พนักงานจะได้ซื้อตั๋วในราคาที่ถูกกว่าผู้โดยสารอื่น
ประเทศเวียดนามเป็น 1 ใน 4 ประเทศในกลุ่ม CLMV อันประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งถือเป็นประเทศใหม่ของอาเซียน เนื่องจากเป็น 4 ประเทศที่เข้ามาหลังจากสงครามเย็นสิ้นสุด โดยประเทศเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกในปี 1995 ลาวและเมียนมาร์เข้าเป็นสมาชิกปี 1997 และกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกปี 1999 ทั้ง 4 ประเทศมีลักษณะที่คล้ายกันอย่างหนึ่งคือ ยังมีสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนา และมีรายได้ต่อหัวด้อยกว่า 6 ประเทศอาเซียนเก่า เวียดนามนอกจากเป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียนอันประกอบด้วย ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political Security Community – APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC)ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) แล้ว ยังเป็นสมาชิกในกรอบGreater Mekong Subregion (GMS) เวียดนามจึงเป็นประเทศที่มียุทธศาสตร์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองผูกพันกับไทย […]
มีเงินเก็บเป็นล้านได้ไม่ยากถ้ารู้วิธีใช้เงินอย่างอดออม แค่เพียงรักษาวินัยให้ได้เท่านั้น เงินล้านก็ไม่มีทางไกลเกินเอื้อมแน่นอน เชื่อว่าความฝันของมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน ก็คงจะหนีไม่พ้นการมีเงินเก็บหลักล้าน และสามารถอยู่ได้อย่างสบายในช่วงเกษียณ แต่ความฝันเหล่านั้นก็ใช่ว่าจะกลายเป็นจริงได้ง่ายๆ การเก็บออมเงินด้วยความมีวินัยอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างรากฐานให้กับอนาคต แต่จะเก็บออมเงินอย่างไรให้สามารถมีเงินล้านไว้ใช้ได้ยามแก่ตัวลงนั้น ต้องมาดูเคล็ดลับเก็บเงินนั้นทำไม่ยาก แต่ต้องมีวินัยในตัวเอง ถ้าพร้อมที่จะมุ่งมั่นไปสู่การมีเงินเก็บหลักล้านแล้วละก็รีบหยิบวิธีเหล่านี้ไปทำตามกันได้เลย ก้าวแรกสู่การมีเงินล้าน 1.ตั้งเป้าหมายชีวิตและเป้าหมายทางการเงิน การวางแผนการเงินในช่วงชีวิตของการทำงานตราบจนถึงก่อนเกษียณการวางแผนการเงินมีความสำคัญอย่างยิ่ง อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่จะทำให้คุณมีภาระทางการเงินเพิ่มมากขึ้นตามช่วงชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีครอบครัวหรือการเกษียณอายุดังนั้น การวางแผนการเงินในแต่ละช่วงจึงต้องพิจารณารายรับและรายจ่ายให้เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงิน 2.เริ่มจดบัญชีรายรับ-รายจ่าย คนเราจะประสบความสำเร็จได้เมื่อเรารู้จักที่จะควบคุมปัจจัยรอบตัวที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราให้ลงตัวที่สุด อย่าให้สิ่งนั้นมาควบคุมเราเรื่องรายรับ-รายจ่าย บางคนมีรายได้มากมายแต่ก็ยังเป็นหนี้มากกว่าเพราะมีการใช้เงินอย่างไม่มีสติ บางคนรายได้ไม่สูงนักแต่มีเงินเก็บและมีความสุขดี เป็นเพราะเราเลือกที่จะเป็นนายของเงินหรือให้เงินเป็นนายของเรา ดังนั้นเราต้องสร้างความรับผิดชอบให้กับตัวเองด้วยการเริ่ม จดบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตั้งแต่ตอนนี้เพราะเมื่ออนาคตข้างหน้าเราต้องมีความรับผิดชอบที่มากขึ้นจะได้บริหารทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลรับผิดชอบตัวเอง ตลอดจนคนที่เรารักได้อย่างสมบูรณ์ 3.แบ่งเงินใช้ในแต่ละวัน การแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ สามารถทำให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้ และยังทำให้เราไม่ต้องใช้เงินเกินจากที่เราตั้งไว้ได้ด้วย 4.เก็บภาษีเงินได้ และภาษีเงินจ่าย (ทันที) ไม่ว่าจะรับเงินมากจากทางใดก็ตาม ต้องเก็บในกระปุกทันที 10% และ ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรื่องกินหรือเรื่องเที่ยว (ยกเว้นค่าผ่อนรถ ค่าไฟ ค่าน้ำ) ให้เก็บเงินเข้ากระปุกทันที 20%สิ่งนี้ทำให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกอง 5.ลงทุน การลงทุนรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น เงินออมทรัพย์ […]
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ถือเป็นผลพลอยได้จากการฝากเงินในบัญชีฝากเงินแบบออมทรัพย์ ซึ่งเป็นบัญชีที่เหมาะสำหรับผู้ออมรายย่อย เนื่องจากไม่มีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ หรือกำหนดไว้ต่ำมาก รวมทั้งไม่มีกำหนดระยะเวลาในการรับฝาก เป็นบัญชีที่มีความคล่องตัวในการเบิกการถอนมากที่สุดคือฝากเมื่อไรก็ได้ เบิกเมื่อไรก็ได้ ในส่วนการคิดอัตราดอกเบี้ย ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน แต่จะสะสมยอดไว้และจ่ายให้กับผู้ฝากปีละ 2 ครั้ง โดยจ่ายตอนสิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี ส่วนบัญชีที่มียอดเงินฝากในบัญชีสูงมากๆ และมียอดดอกเบี้ยที่ได้รับเกิน 20,000 บาท โดยรวมจากทุกธนาคารในหนึ่งปี ผู้ฝากจะต้องเสียภาษีบนดอกเบี้ยที่ได้รับในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเปิดบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ ลองไปดูอัตราดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารจะให้ในกรณีที่ฝากเงินแบบออมทรัพย์ เพื่อเป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจว่าแบงก์ไหนให้ดอกเบี้ยสูงกว่ากัน จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา ของธนาคารพาณิชย์ ไว้ดังนี้ ธนาคาร อัตราดอกเบี้ยประเภทเงินฝากออมทรัพย์ กรุงเทพ 0.500-0.6250 กรุงไทย 0.5000 กสิกรไทย 0.5000 ไทยพาณิชย์ 0.5000 กรุงศรีอยุธยา 0.4000 ทหารไทย 0.1250-0.7500 ยูโอบี 0.2500 ซีไอเอ็มบี ไทย 0.4000 สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) 0.2500-2.5000 ธนชาต […]
หลายคน มักจะคิดว่าเงินที่เราได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเรานั้น ถ้าหากเรานำไปใช้ในสิ่งที่เราต้องการนั่นเรียกว่าการใช้เงินอย่างคุ้มค่า จะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่แน่ใจได้อย่างไรว่าการใช้จ่ายเงินของคุณนั้นคุ้มค่าที่สุดแล้ว ถ้ายังไม่แน่ใจละก็ลองเช็คกันสิว่าเรื่องไหนที่คุ้มค่าต่อเงินที่คุณจ่ายไป และเรื่องไหนที่ควรจะเพลาๆ ลงเสียบ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องกุมขมับกับหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด 5 เรื่องที่ควรเลี่ยงใช้จ่าย ถ้าไม่อยากเงินหมดกระเป๋า 1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แม้ในสมัยนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายๆ ชนิดจะมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องใช้เงินไปกับการหาซื้ออุปกรณ์ที่รุ่นใหม่กว่าอยู่เสมอของที่คุณซื้อวันนี้อาจจะเป็นรุ่นใหม่ก็จริง แต่เมื่อถึงปีหน้า เมื่อรุ่นที่ใหม่กว่านี้และดีกว่านี้มาถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คุณคิดว่าเป็นรุ่นใหม่ก็จะกลายเป็นรุ่นเก่า และถ้าหากคุณตามซื้อของเหล่านี้ไปเรื่อยๆ บอกได้เลยว่าเงินหมดกระเป่าแน่นอน แถมยังใช้ของไม่คุ้มอีกด้วย 2. ของแต่งบ้าน ใครที่ชอบตามเทรนด์แต่งบ้านด้วยการซื้อของแต่งบ้านที่เห็นตามนิตยสารมาประดับบ้านละก็ ขอบอกเลยว่าให้หยุด แม้ว่าของเหล่านี้จะช่วยทำให้บ้านดูสวยขึ้น แต่ถ้าหากซื้อมากๆ เข้าก็เปลืองเงินไม่ใช่น้อย ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะแต่งบ้านด้วยของแต่งบ้านเหล่านั้นจริงๆ ลองมองหาวิธีที่ประหยัดมากกว่า อย่างเช่น การ DIY เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเอง นอกจากจะประหยัดแล้ว ก็ยังได้ภูมิใจกับของชิ้นนั้นด้วย 3. รถ สำหรับคนรักรถ เมื่อเห็นรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็พาลทำให้อยากได้ และเริ่มหาข้อเสียของรถคันที่ใช้อยู่ อยากบอกว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้สินที่ไม่จบสิ้น แต่ถ้าหากคุณต้องการที่จะเปลี่ยนรถจริงๆ คุณควรจะต้องมีเงินสดมากพอที่จะซื้อรถคันใหม่ได้โดยที่ไม่ทำให้คุณต้องกลับมาเป็นหนี้ท่วมหัว หรือน้อยๆ รถคันเก่าที่คุณต้องการจะขายต้องสามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ของรถคันใหม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือ คุณควรจะเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด เพื่อจะได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมา […]
หากคุณและคนรักมีแพลนจะสร้างครอบครัวร่วมกัน ไม่ว่าจะจัดงานแต่งงานหรือกำลังคิดอยากมีลูก แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นออมเงินสไตล์คนใช้ชีวิตคู่จากตรงไหนก่อนดี15 ทริคนี้น่าลองนำไปเป็นแนวทางการออมเงินเพื่อชีวิตครอบครัว และเผื่อใครจะคิดว่ายาก ขอบอกเลยว่าให้ดูวิธีออมเงินแบบชีวิตคู่ตามนี้ก่อนแล้วคุณจะรู้ว่าการออมเงินแบบชีวิตคู่นั้นง่ายนิดเดียวจริงๆ 1. เดทกันเบาๆ แบบเน้นประหยัด คู่รักกับการเดทเป็นของที่ขาดกันไม่ได้ แต่การเดทของคุณก็ไม่เห็นจะต้องเว่อร์วังอลังการ คู่รักทุกคู่สามารถไปเดทกันที่สวนสาธารณะ พร้อมกับตะกร้าปิกนิกที่มีอาหารจากฝีมือคุณทั้งสองคนไปนั่งกิน นั่งคุยกันเพลินๆ ก็ได้ ส่วนงานเดทใต้แสงเทียนกับมื้ออาหารสุดหรูขอผลัดไปเป็นนานๆ ครั้งดีกว่า แค่นี้ก็เซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะแล้ว 2. เก็บเกี่ยวความสุขจากสิทธิพิเศษที่มีอยู่ หากคุณเป็นลูกค้าคนสำคัญของธนาคารหรือองค์กรต่างๆ หรือแม้แต่การใช้จ่ายผ่านบัตรอะไรก็ตามที่มีการสะสมแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลและสิทธิพิเศษ พยายามใช้สิทธิ์เหล่านี้หาความสุขร่วมกันให้ได้มากที่สุด จะกิน เที่ยว หรือช้อปงานนี้ก็ฟรีๆ ฟินๆ ให้เต็มที่ไปเลย 3. ถ้าพร้อมแล้ว ย้ายมาอยู่ด้วยกันซะเลย หากคุณมีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วจริงๆ คงดีกว่าหากจะเข้ามาแชร์ทุกอย่างร่วมกันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการอยู่ด้วยกันสามารถลดทอนค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไปได้มากกว่าครึ่ง ที่สำคัญเมื่อคนรักมาอยู่ด้วยกันจะได้ดูแลซึ่งกันและกันด้วย แต่ทั้งนี้ก็อยากจะเตือนสักนิดว่า หากคุณทั้งคู่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออยู่ในวัยที่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ข้อนี้อาจต้องยอมผ่านๆ ไปก่อน 4. ใช้ของมือสองบ้างก็ได้ สำหรับคู่ที่คิดจะย้ายบ้านใหม่เพื่อรองรับการมีสมาชิกเพิ่ม เหล่าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่เคยมีก็อย่าทิ้งขว้าง อะไรที่เก็บมาใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน ส่วนของที่จำเป็นต้องซื้อใหม่จริงๆ ลองเข้าไปดูตามร้านขายของมือสอง แล้วคุณจะเหลือเงินเก็บอย่างที่คาดไม่ถึงเลย 5. รวบรวมค่าใช้จ่ายให้เป็นหนึ่งเดียว ค่าใช้จ่ายบางอย่างที่สามารถรวมให้เหลือทางเดียวได้ เช่น ค่าโทรศัพท์บ้าน ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารรายวัน […]
คนไทยยังออมเงินด้วยวิธีการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคารเป็นหลัก เพราะเรียนรู้มาจากบรรพบุรุษรุ่นต่อรุ่นจนเกิดความเคยชิน และรู้ว่าเงินต้นไม่หายได้รับดอกเบี้ยครบตามที่ตกลงไว้จนเกิดความรู้สึกอุ่นใจ แต่การฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคารอาจทำให้พลาดโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการออมเงินรูปแบบอื่น หลังจากประเทศไทยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรง ที่เรียกกันว่า “วิกฤติต้มยำกุ้ง” อัตราดอกเบี้ยเงินฝากทยอยปรับลดลงจนอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลายาวนานถึงปัจจุบัน สวรรค์ของนักออมเงินก็หมดลงเพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทั่วไปเหลือไม่เกิน 3%ต่อปี โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปเหลือนิดเดียวแต่เป็นบัญชีที่คนไทยนิยมฝากเงินมากที่สุด ทำให้มูลค่าเงินออมที่แท้จริงแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย นอกจากต้องเจอกับภาวะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำแล้ว ยังต้องเผชิญกับศัตรูการออมเงิน ที่มีชื่อว่า “เงินเฟ้อ” ทำให้ค่าของเงินออมลดลงจากการที่สินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะรายการใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าบ้าน และค่ารักษาพยาบาล ราคาแพงขึ้นมาก ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีออมเงินรูปแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อและรับความเสี่ยงได้ ดังนั้น 4 เคล็ดลับออมเงิน เก็บเก่งรวยเร็วสามารถเป็นแนวคิดที่นำไปปฏิบัติแล้วเกิดผลประโยชน์ได้สูงสุด 1. จงมีอัตราการออมเป็นบวกและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สูตรคำนวณ “อัตราการออม = (1 – ค่าใช้จ่าย/รายได้) x 100” ตัวอย่างเช่น นาย เอ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,000 บาทและค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน 20,000 บาท เท่ากับมีอัตราการออมอยู่ที่ 33% หลังจากนั้นอีก 5 ปี นาย เอ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,000 […]
ดูโทรทัศน์ แคลอรีหายไปเพียง 72 ถือสัมภาระเดินขึ้นบันได แคลอรีหายไปถึง 472 ใช้ลิฟต์ แคลอรีหายไปเพียง 5 เดิน แคลอรีหายไปถึง 195 กวาดพื้น แคลอรีหายไปถึง 136 คุยโทรศัพท์ แคลอรีหายไปเพียง 105 ขี่มอเตอร์ไซค์ แคลอรีหายไปเพียง 148
แน่นอนว่าผู้ประกอบการ SME ย่อมต้องการให้ธุรกิจของตนนั้นเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง แต่ทุกคนทราบดีว่าคือว่าท้าทาย ที่มาพร้อมความเสี่ยง เนื่องจากธุรกิจ SME เป็นธุรกิจขนาดเล็ก มีเงินทุนค่อนข้างจำกัด อีกทั้งยังมีคู่แข่งอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันที่แสนจะดุเดือด ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องหันมาพึ่งพาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของตนเองให้เหนือคู่แข่งขัน จึงเรียกได้ว่าสินเชื่อ SME เป็นช่องทางนำไปสู่ความสำเร็นจอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการ กล่าวคือสินเชื่อ SME ถูกผลิตขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพ และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการขอกู้เงินของ SME ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุน หรือขยายธุรกิจ แม้กระทั่งขอสินเชื่อเพื่อมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน เงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ความต้องการขอผู้ประกอบการ SME ทั้งสิ้น ดังนั้นสินเชื่อดังกล่าวจึงมีเงื่อนไขที่ไม่แตกต่างกัน ในแง่ขอระยะเวลาประกอบการ และรายได้ประจำปี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ควรศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วน แม้ว่าเงื่อนไขของสถาบันการเงินต่าง ๆ อาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME มีให้เลือกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงคุณสมบัติของผู้ขอใช้บริการเอง โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการยืดหยุ่นให้เหมาะกับธุรกิจของตนและช่วยแก้ไขปัญหาในแต่ละช่วงของธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม และสินเชื่อที่ขอนั้น ต้องครอบคลุมระยะเวลาที่ผู้ประกอบการดำเนินกิจการในช่วงขยายหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นด้วย ที่มา : smartsme.tv
เมื่อกล่าวถึงคำว่า นาโนไฟแนนซ์ หลายท่านคงคุ้นเคยหูเป็นอย่างดี เพราะเรามักได้ยินคำนี้ในวงการธุรกิจไทย มาเป็นพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่อาจจะยังมีหลายท่าน ที่ไม่เข้าใจ ว่านาโนไฟแนนซ์ แท้จริงแล้ว คืออะไร? คำว่า นาโนไฟแนนซ์ เมื่อแปลเป็นไทยจะมีความหมายว่า สินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ เป็นสินเชื่อเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการอิสระ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น พ่อค้า แม่ค้า หรือพนักงานประจำที่มีฐานเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท / เดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปเป็นทุนประกอบธุรกิจ หรือต่อยอดกิจการ รวมถึงการปลดหนี้นอกระบบ มีวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 36 / ปี นาโนไฟแนนซ์ เป็นสินเชื่อที่ภาครัฐต้องการให้การสนับสนุน จากปัญญาของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อยที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ แต่ประสบปัญหาด้านเอกสารแหล่งที่มาของรายได้ หรือการไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จนส่งผลให้หลายท่านเลือกการกู้เงินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง การเป็นภาระหนี้สินติดตัว จุดเด่นของสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ คือ เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และอนุมัติค่อนข้างเร็ว ทราบผลเบื้องต้นภายใน 5 – 7 วัน เท่านั้น จะเห็นได้ว่าสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่มีลักษณะยืดหยุ่นกว่าสินเชื่อประเภทอื่น […]
เรามักพบเห็นโฆษณาชวนเชื่อ เงินด่วนทันใจ อนุมัติไว พร้อมเบอร์โทรติดต่อ อยู่ตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ หรือแม้แต่มีคนแจกใบปลิวให้ตามสะพานลอย แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าใบปลิวเหล่านั้นไว้ใจไม่ได้ 100% อีกทั้งยังมีข่าวประเภทการทวงหนี้โหด ข่มขู่ หรือแม้แต่การฆ่าล้างหนี้มากมายให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือเป็นข่าวในหน้าโซเชียลต่าง ๆ มากมาย และปัจจุบันแม้จะไม่มีกฎหมายคุ้มครอง แต่เงินด่วนทันใจก็ยังเป็นทางออกของผู้คนที่เดือดร้อนอยู่บ่อยครั้ง กู้ 10,000 ผ่อนวันละ 150 ทุกคนอาจคิดว่า เห้ย!!! มันแค่ 150 ต่อวันเองนี่นา เรามาลองวิเคราะห์กันดู ยืมเงินมา 10,000 บาท ผ่อนจ่ายวันละ 150 บาท เป็นเวลา 3 เดือน 150 x 90 = 13,500 บาท ต้น = 10,000 ดอก = 3,500 อัตราดอกเบี้ย 3 เดือน คือ (3,500 + […]
การเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องสำคัญในการขอสินเชื่อ เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติให้มีมากขึ้น เคล็ดลับต่อไปนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจในการวางแผนเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคาร 1. เดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ การเดินบัญชีเป็นการสร้างประวัติธุรกิจของคุณกับธนาคาร เพื่อใช้ดูกระแสเงินสดเข้า – ออกบัญชี ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงรายรับ-รายจ่ายที่เกิดขึ้นของธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยธนาคารจะนำข้อมูลนี้มาใช้ประกอบในการพิจารณาสินเชื่อ ดังนั้นธุรกิจควรรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารเป็นประจำทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ 2. รักษาเครดิตให้ดีที่สุด เครดิตที่ดีทำให้ผู้กู้มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นอย่าละเลยปล่อยให้เกิดหนี้ค้างชำระ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครดิตส่วนบุคคล หรือประวัติเช็คคืน ที่เรียกกันว่าเช็คเด้ง เพราะข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินของคุณ ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 3. เอกสารทางการค้ามีค่าต้องเก็บไว้ให้ดี เอกสารการค้าที่แสดงให้เห็นถึงรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจคุณ ไม่ว่าจะเป็น บัญชีซื้อ บัญชีขาย สำเนาใบกำกับภาษี ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จรับเงิน เอกสารเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้ ในกรณีที่เงินหมุนเวียนในบัญชีของคุณไม่แสดงถึงรายได้ที่แท้จริงของธุรกิจ 4. วางใจธนาคารในเรื่องรักษาความลับลูกค้า มีข้อมูลหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อ แต่คุณอาจจะไม่ได้ให้ธนาคาร เพราะกลัวว่าความลับทางการค้าจะรั่วไหล ในความเป็นจริงธนาคารไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้กับใครได้ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า ดังนั้นจึงวางใจได้และนำส่งข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสนับสนุนการขอสินเชื่อของคุณ 5. ขอสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการ การพิจารณาสินเชื่อธนาคารจะดูจากความสามารถในการชำระหนี้ โดยพิจารณาจากรายได้ ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่าย ซึ่งจะสะท้อนถึงความต้องการทางการเงินของธุรกิจ ดังนั้นคุณควรรู้ความต้องการเงินลงทุนที่แท้จริงของธุรกิจ เพื่อขอกู้จากธนาคารในวงเงินที่ไม่มากเกินความจำเป็น เพราะอย่าลืมว่าเงินกู้นั้นมีดอกเบี้ยจ่ายที่จะเกิดขึ้นซึ่งเป็นภาระในระยะยาว 6. เตรียมแผนธุรกิจให้พร้อม การขอสินเชื่อที่ดีจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมก่อนเสมอ นอกเหนือจากเอกสารประกอบต่างๆ แล้ว สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องทำคือ […]
ธุรกิจ SME ในประเทศไทยถือว่าเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีจำนวนมากที่สุด แต่ทราบไหมว่า มีผู้ประกอบการ SME จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วยสาเหตุหลักๆ ก็คือ การไม่เดินบัญชี หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมการเดินบัญชีกับธนาคารจึงมีความสำคัญมากนักหนา ต้องบอกว่ามันเป็นเอกสารตัวหนึ่งที่จะสะท้อนให้ธนาคารเห็นถึงการหมุนเวียนด้านการเงินของธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่จะเล่าให้ฟังวันนี้ก็เป็นธุรกิจที่กระจายตัวอยู่ทั่วไป เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะให้เติบโตก็ต้องอาศัยฝีมืออยู่เหมือนกัน ฝีมือที่ว่านี้ก็คือ ฝีมือในการทำขนม และธุรกิจที่พูดถึงอยู่ก็คือ ธุรกิจ เบเกอรี่ โดยลูกค้าท่านนี้เริ่มทำธุรกิจเบเกอรี่ ด้วยการผลิตตามที่ลูกค้าสั่ง (Make to Order) ส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ตามบ้านและร้านค้าทั่วไป ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปาก ทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มจำนวนขึ้น จากยอดขายหลักพันสู่ยอดขายหลักหลายหมื่นบาทต่อวัน ลูกค้าเริ่มอยากที่จะขยับขยายธุรกิจ มีหน้าร้านเพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น รวมถึงการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ที่เข้ามาเป็นประจำเดือนละ 100,000 บาท ซึ่งการลงทุนเพิ่มนี้ลูกค้าอาจต้องการการสนับสนุนเงินทุนจากธนาคารแต่ปัญหาก็เกิดขึ้นคือ ลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าที่อยู่รอบนอกเขตเมือง ไม่มีสาขาของธนาคาร รวมถึงลูกค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบการเดินบัญชี จึงทำให้ลูกค้าแทบไม่ได้เดินบัญชีกับธนาคารเลย นอกจากนี้ลักษณะการทำธุรกิจของลูกค้าเป็นการค้าแบบซื้อสดขายสด ธุรกิจลักษณะซื้อสดขายสดนี้มีอยู่จำนวนมากในบ้านเรา ยกตัวอย่างเช่น ร้านโชห่วย, ร้านอาหาร, ร้านขายกิ๊ฟช็อป, ร้านกาแฟ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ไม่มีการวางบิล ไม่มีเครื่องรูดบัตรสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ เมื่อได้เงินจากการขายมาก็เก็บไว้ในลิ้นชัก เพื่อเตรียมจ่ายเป็นค่าวัตถุดิบที่ใช้ในร้าน หรือเป็นค่าอุปกรณ์ต่างๆ ของร้านหมุนเวียนเช่นนี้ตลอดเวลา […]
เทรนด์สมัยใหม่ที่คนเราหันมารับประทานอาหาร “คลีน” หรือเข้าฟิตเนสเร่ง “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” กันทุกวัน ก็เพื่อรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หุ่นเป๊ะ มีความสุข และมีอายุยืน สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ก็เช่นเดียวกัน ย่อมต้องหมั่นตรวจเช็คสุขภาพการเงิน หรือเสริมสภาพคล่องให้กับกิจการของตนเอง ก่อนที่ธุรกิจของตนเองจะเจ็บป่วยรุนแรงจนไม่สามารถต่อสู้กับสภาพเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่รุนแรงได้ การบริหารจัดการทางการเงินเปรียบเสมือนหัวใจของความอยู่รอดของธุรกิจ SME ซึ่งก่อนที่ธุรกิจ SME ของคุณจะกลายเป็นคนป่วย ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี มีคำแนะนำให้ SME หมั่นตรวจเช็คสุขภาพการเงินของธุรกิจด้วย “5 สัญญาณเร่งฟิตสุขภาพการเงิน สร้าง SME แข็งแรง” 1. รายได้มากกว่ารายจ่าย ข้อนี้หลายคนบอกว่าแน่นอนว่าขายของย่อมต้องมีกำไร แต่ในสภาวะเศรษฐกิจตึงๆ และการแข่งขันสูง คู่แข่งเล่นสงครามราคาตลอดเวลา บางครั้งเราไม่สามารถปรับเพิ่มราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนได้ หรือจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ได้ตลอด ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ สร้างประสิทธิภาพด้วยการลดต้นทุน หรือลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น คุณอาจเห็นตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้น เสริมสภาพคล่องให้การดำเนินธุรกิจนั้นไม่เกิดปัญหา 2. ทรัพย์สินที่มากกว่าหนี้สิน เราต้องทำความเข้าใจระหว่างคำว่า “ทรัพย์สิน” และ […]
ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก SME หลายราย เริ่มต้นธุรกิจจากเงินก้อนของตัวเอง สร้างธุรกิจเล็กๆ ขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อคิดที่เริ่มขยายธุรกิจ การต้องการเงินทุนหรือเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มก็จะตามมา การติดต่อขอกู้เงินจากธนาคารเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับการทำธุรกิจที่ยั่งยืน แต่ธนาคารก็ไม่ได้ให้เงินกู้กับทุกคนที่เข้ามาขอกู้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ธนาคารต้องพิจารณา ทั้งโอกาสของธุรกิจที่มาขอสินเชื่อ คุณสมบัติของผู้ประกอบการทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความซื่อสัตย์ มาดูกันว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ทางธนาคารส่วนใหญ่ใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อกับธุรกิจ SME ธุรกิจผ่านการพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้ว ธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนของเจ้าของในการเริ่มและดำเนินธุรกิจในเบื้องต้น เมื่อดำเนินธุรกิจถึงจุดที่จำเป็นต้องขยายแล้ว ธนาคารจึงจะพิจารณาเพื่อให้เงินกู้กับธุรกิจ โดยทั่วไปธนาคารจะปล่อยกู้กับธุรกิจที่ได้มีการดำเนินการมาแล้วประมาณ 2 ปีขึ้นไป แผนธุรกิจที่ชัดเจน เวลาที่ขอสินเชื่อควรนำเสนอได้อย่างชัดเจนว่า สินค้าและบริการของเราคืออะไร รายได้มาจากไหน ลูกค้าเป็นใคร ต้นทุนเท่าไหร่ จะทำกำไรได้อย่างไร ใช้แหล่งเงินทุนมาจากไหน วิธีการบริหารงานเป็นอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นว่าธุรกิจนี้ทำแล้วมีกำไรและเจ้าของสามารถบริหารงานเองได้ สิ่งเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจให้แก่ธนาคารถึงความสำเร็จของธุรกิจ ทำบัญชี งบการเงิน รายรับ-รายจ่าย ให้ถูกต้อง ธนาคารจะขอดูงบการเงินของบริษัท หรือหากไม่ได้เป็นในรูปแบบบริษัท ธนาคารก็จะขอดูการเดินบัญชีของผู้ประกอบการว่า ที่ผ่านมามี รายรับ-รายจ่าย เข้ามาตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ บางครั้งธุรกิจเล็กๆ ที่มีเจ้าของคนเดียวอาจจะนำเงินส่วนตัวมาปะปนกับบัญชี รายรับ-รายจ่าย ของบริษัท ซึ่งไม่เป็นผลดี ดังนั้นผู้ประกอบการควรเริ่มแบ่งบัญชีบริษัทออกมาให้ชัดเจน แผนการใช้เงินกู้ธนาคาร จะมี […]
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กทั่วไป เมื่อพูดถึงการทำบัญชี เรามักจะเห็นเป็นลักษณะของการจดรายรับ-รายจ่ายลงในสมุด หรือไม่ก็เก็บใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้และข้อมูลทางบัญชีต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลทางการเงินเหล่านี้ย่อมมีมากขึ้นๆ ตามการเติบโตของธุรกิจ และแน่นอนว่าทำในลักษณะนี้อาจจะไม่สะดวกต่อการบริหารจัดการของผู้ประกอบการนั้นๆ ได้ ฉะนั้นคงถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาหาระบบบัญชีมาไว้ใช้งาน เพื่อช่วยบริหารจัดการธุรกิจกันแล้ว ระบบบัญชีคืออะไร ระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ ไม่ใช่แค่จดใส่สมุด ใส่กล่องหรือใส่แฟ้มธรรมดา แต่เป็นระบบที่จะเก็บและจัดการข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ ซึ่งตัวเลขต่างๆ เหล่านั้นสามารถที่จะบอกสถานะเกี่ยวกับธุรกิจของผู้ประกอบการได้หลายอย่างทีเดียว อย่างไรก็ดี ระบบบัญชีนั้นทำได้มากกว่าแค่เก็บข้อมูล แต่สามารถใช้เป็นดัชนีทางการเงินได้อีกด้วย เนื่องจากระบบบัญชีจะมีส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้ • สามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน รายรับ รายจ่าย ค่าบริหารจัดการต่างๆ • สามารถจัดการข้อมูลได้ เช่น การจัดเรียงข้อมูล หรือค้นหาข้อมูลตามวัน ตามประเภทของรายการได้ • มีฐานข้อมูลทางบัญชี สามารถนำข้อมูลเข้าในรูปแบบฟอร์มทางบัญชีได้ หรือสามารถคำนวณได้ • มีรายงานทางการเงิน สามารถแสดงรายงาน แสดงงบดุล งบกำไรขาดทุนเทียบกับงบประมาณได้ • วิเคราะห์ ช่วยควบคุมระบบการเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หรือใช้เงินทุนที่มีได้อย่างเต็มที่ มาถึงตรงนี้เชื่อว่าคงจะมีผู้ประกอบการเริ่มเข้าใจแล้วว่า ระบบบัญชีนั้นเป็นอย่างไร และมีความสำคัญเพียงใด แต่หากใครที่ยังลังเลหรือไม่แน่ใจในการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาระบบบัญชีของตัวเองอยู่ละก็ ลองมาดู 8 […]
สิ่งที่สมควรต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการขอสินเชื่อ จะเป็นบทเริ่มต้นพื้นฐานที่ชี้ให้เห็นหลักในการขอสินเชื่อ SME ทุกประเภทสำหรับเสนอสถาบันการเงินพูดง่ายๆคือหลักที่สามารถบ่งบอกศักยภาพของกิจการได้ทั้งหมด ศักยภาพของผู้บริหาร คือการพิจารณาคุณลักษณะและรูปลักษณ์ของตัวผู้ประกอบกิจการโดยพิจารณาในแง่ประวัติความเป็นมาของโครงการ แรงจูงใจในการทำโครงการความเป็นไปได้ในการทำการตลาดของโครงการ นิสัยและประวัติของผู้ทำโครงการว่ามีหรือไม่มีประสบการณ์ แนวคิดที่มีต่อธุรกิจ เนื่องด้วยสถาบันการเงินต้องการลูกหนี้ที่มีแนวโน้มที่จะประกอบธุรกิจประสพความสำเร็จสูง แต่การที่มีประสบการณ์ก็ใช่ว่าจะทำให้ผู้ประกอบการรายนั้นประสพความสำเร็จเสมอไป ส่วนใหญ่ต้องลงลึกถึงวิสัยทัศน์จริงๆ ศักยภาพในการชำระหนี้ของโครงการ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ด้วยประมาณการกระแสเงินสด และงบการเงิน เพื่อที่จะวิเคราะห์ว่าสถาบันการเงินจะได้รับการชำระหนี้คืนโดยพิจารณางบการเงินและรายการหมุนเวียนเงินในบัญชีประกอบกัน เพื่อพิสูจน์ได้ว่างบการเงินที่ลูกค้านำเสนอนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่สถาบันการเงินจะได้ทำการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินเพื่อดูทิศทางหรือแนวโน้มของกิจการทั้งก่อนและหลังขอสินเชื่อ ศักยภาพด้านเงินทุน โดยต้องทำการวิเคราะห์จากสองแหล่งคือจากหนี้สิน และส่วนทุน สินทรัพย์เท่ากับหนี้สินรวมกับส่วนทุน ก็เพื่อพิจารณาการเกิดของทรัพย์สินว่าเกิดขึ้นจากเงินทุนในส่วนของ capital จำนวนเท่าใดซึ่งเงินทุนในส่วนนี้จะมาจากทุนจดทะเบียนและกำไรสะสมของกิจการหากทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจาก capital จำนวนสูงก็หมายความว่าโครงการที่ต้องการเงินกู้มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เหตุผลเพราะหากมี Capital สูงและยื่นกู้กับสถาบันการเงินในจำนวนที่ไม่สูงก็จะทำให้ความเสี่ยงขอสถาบันการเงินต่ำ เนื่องจากกรณีหากกิจการเกิดไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ และสถาบันการเงินต้องฟ้องร้องบังคับคดีต่อกิจการนั้นๆ สถาบันการเงินก็จะยังมีทรัพย์สินปลอดภาระให้ตามบังคับได้อีก หากหลักประกันเงินกู้เมื่อขายทอดตลาดไม่คลอบคลุมภาระหนี้ ศักยภาพของหลักประกัน การขอสินเชื่อนั้นแบ่งออกเป็นสองประเภท คือแบบที่ไม่มีหลักประกัน และที่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่งส่วนใหญ่สินเชื่อเพื่อธุรกิจนั้นเป็นที่แน่นอนว่าจะต้องมีหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยทั่วไปหลักประกันนั้นจะเป็นการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ซึ่งแนวโน้มในปัจจุบันนี้ธนาคารส่วนมากให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์หลักประกันลดลง สืบเนื่องมาจากปัญหามากมายในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันจะหันมาให้ความสำคัญต่อการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เสียมากกว่า โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะปล่อยสินเชื่อในอัตราร้อยละ 50-80 ของมูลค่าหลักประกัน จากราคาประเมิน ศักยภาพของผู้กู้กับเงื่อนไขของสินเชื่อ สินเชื่อนั้นในความเห็นของผู้เขียนคือ สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการหากำไรอย่างหนึ่งของธนาคารที่เป็นตัวคัดกรองหาลูกค้าที่มีศักยภาพในการทำกำไรซึ่งเงื่อนไขนี้โดยมากจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับกิจการของตัวลูกค้า เช่น สินเชื่อเพื่อโครงการอพาร์ทเม้นให้เช่าที่กำหนดให้โครงการจ่ายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวในสองปีแรกและเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะให้ชำระเงินต้นทุกๆสามเดือนซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่ปรับเข้ากับธรรมชาติชองธุรกิจอพาร์ทเม้นให้เช่าที่โดยธรรมดาแล้วไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ในระยะแรกๆจนกว่าจะเริ่มมีผู้เช่า […]
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เกิดการชะลอตัว ทำให้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ได้เข้ามาช่วยเหลือเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอีในระดับฐานราก รายการตอบโจทย์ SME วันนี้เราจะพาคุณผู้ชมไปดูบทบาทสำคัญของทาง BOI ในการส่งเสริมการลงทุนให้กับผู้ประกอบการ พร้อมกับสิทธิพิเศษสำหรับผู้ประกอบการจะได้รับ โดยคุณหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะมาให้คำตอบในรายการ ห้ามพลาด!! เวลา 20.00-21.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
รายการ Secrets of Victory สัปดาห์นี้ถอดบทเรียนความสำเร็จ บริษัท ว่องไววิทย์ อินดัสเตรียล ซัพพลาย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้า ส่งออก และขายส่งสายไฮดรอลิค รวมถึงผลิตและดัดแปลงสายเพื่อใช้งานอุตสาหกรรมและงานเกษตรกรรมต่าง ๆ ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ในวงการมากว่า 20 ปี ทำให้สินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยสร้างฐานลูกค้าประจำในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ คุณวีระพล ว่องไววิทย์ ผู้บริหารคนเก่งมีเทคนิคการบริหารธุรกิจอย่างไรให้สร้างชื่อมาอย่างยาวนาน กับการส่งผ่านธุรกิจไปยังทายาท คุณภัณฑิรา ว่องไววิทย์ มีแนวทางการรับช่วงต่ออย่างไร ทั้งหมดนี้ติดตามได้ในรายการ เวลา 21.00 น. ทางช่องสมาร์ทเอสเอ็มอี สถานีแห่งโอกาสสำหรับเอสเอ็มอี รับชมผ่าน trueHD ช่อง 570 / trueSDช่อง 49 และPSI True ช่อง 49 หรือรับชมในช่วงเวลาออกอากาศสดผ่านทาง www.smartsme.tv และรับชมผ่านสมาร์ทโฟนโดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Smart SME
ลีสซิ่ง (Leasing) เป็นธุรกิจการให้เช่าประเภทหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่ส่วนใหญ่มีราคาสูง เพื่อเข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่า เครื่องจักร เครื่องมือการก่อสร้าง เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภท สำหรับการเช่าอุปกรณ์เครื่องมือดังกล่าวนั้น จะมีบริษัทลีสซิ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้เช่า เปรียบเสมือนเป็นตัวกลางในการจัดหาสินทรัพย์ตามที่ผู้เช่าต้องการ โดยจะมีการทำสัญญาเช่าตามระยะเวลาที่ตกลงกัน สัญญาเช่าลีสซิ่งมีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย สัญญาเช่าดำเนินงาน คือ ผู้เช่าจะต้องจ่ายเงินให้บริษัทลีสซิ่งทุกเดือน เรียกว่า “ค่าเช่า” กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์จะเป็นของผู้ให้เช่า สัญญาการเช่าทางการเงิน คือ สินทรัพย์จะเป็นของผู้ให้เช่า และมีการนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา ตั้งแต่เริ่มต้นทำสัญญา ซึ่งในการจ่ายเงิน ให้แก่ผู้ให้เช่านั้น จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5 แต่สำหรับ 3 กรณีต่อไปนี้คือผู้ที่ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในการเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง 1. ผู้ให้เช่าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ชำระทุนจดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 60,000,000 บาท และต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. ผู้เช่าเป็นนิติบุคคล 3. มีกำหนดระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ยกเว้นว่าทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นบริษัทลีสซิ่งไปยึดมากจากผู้เช่ารายอื่น […]
ปัจจุบันภาวะที่การลงทุนภาคเอกชนเริ่มกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง SME ที่อยู่ในภาคการผลิตจำเป็นต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มขึ้น สินเชื่อประเภท “ลีสซิ่ง-เช่าซื้อ” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนพร้อมกับยังเหลือสภาพคล่องในธุรกิจ แต่แท้จริงแล้วสินเชื่อสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันซึ่งSME สามารถเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการได้ หนึ่งในความแตกต่างระหว่างสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) กับสินเชื่อลีสซิ่ง (Leasing) อยู่ที่วิธีการลงบันทึกบัญชีในงบดุล กล่าวคือ ถ้าผู้ประกอบการกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อเครื่องจักรจะต้องลงบัญชีระบุว่าเป็นสินทรัพย์ ซึ่งสามารถหักค่าเสื่อมราคาต่อปีซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของราคาเครื่องจักร ระยะเวลาประมาณ 5-10 ปี รวมดอกเบี้ยจ่าย ผู้ประกอบการสามารถนำสองสิ่งนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ กรณีที่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อมีส่วนที่เหมือนกันคือ จะลงบันทึกเป็นสินทรัพย์เช่นกัน เพราะผู้ประกอบการต้องการเป็นเจ้าของ แต่ไม่มีเงินก้อน จึงต้องผ่อนชำระ การขอหัดลดหย่อนภาษีจึงอยู่ในหลักการเดียวกันกับการกู้เงิน แต่ถ้าเป็นสินเชื่อลีสซิ่ง ผู้ประกอบการจะไม่มีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของจนกว่าจะผ่อนชำระกับสถาบันการเงินจนหมด ดังนั้นจึงไม่สามารถบันทึกค่าเสื่อมได้ แต่สิ่งที่จะนำมาบันทึกเพื่อขอลดหย่อนภาษีได้ คือ ค่าเช่าที่ต้องจ่ายให้สถาบันการเงินทุกเดือน ซึ่งรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สิ่งที่ลูกค้าได้ประโยชน์ คือ ค่าเช่าจะสามารถนำมาหักภาษีได้มากกว่า เมื่อผ่อนจ่ายกับสถาบันการเงินจนหมดแล้วถึงจะลงบันทึกค่าเสื่อมได้และมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเกิดขึ้น ปกติแล้วผู้ประกอบการรายเล็กที่มีขนาดทุนจดทะเบียนไม่สูงนักจะนิยมใช้วิธีการเช่าซื้อ เนื่องจากยังไม่มีภาระด้านภาษีมากนัก และต้องการความเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ ข้อแตกต่าง คือ สินเชื่อลีสซิ่งเมื่อครบสัญญาเงินกู้แล้ว ผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นเจ้าของเครื่องจักรชิ้นนั้นไปเลย หรือจะเช่าต่อ หรือเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ได้ แต่ถ้าเป็นสินเชื่อเช่าซื้อ เมื่อผ่อนจ่ายครบผู้ประกอบการจะเป็นเจ้าของโดยทันทีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ สินเชื่อลีสซิ่งยังมีความพิเศษ […]
หน้าร้อนอย่างนี้ นอกจากจะนำพาเอาอากาศที่ร้อนอบอ้าวชวนให้หงุดหงิดอารมณ์เสียแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่พึงประสงค์คือเรื่องกลิ่นตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีกลิ่นตัวก็มักจะสร้างมลพิษให้แก่คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว วันนี้แอดมินจึงขอแนะนำเคล็ดลับในการป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวมาฝาก ลองทำกันดูนะคะแล้วคุณจะไม่เป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง 1. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือมากกว่านั้น หากรู้สึกว่าร่างกายมีเหงื่อไคล ร้อนอบอ้าว โดยฟอกสบู่ให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ รอบหัวนม อวัยวะสืบพันธุ์ 2. ลดกิจกรรมกระตุ้นให้เหงื่อออกมาก 3. เลี่ยงอาหารและผลไม้บางชนิด ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม สะตอ ทุเรียน พริกป่น เนย ตับ ถั่ว ซึ่งเป็นแหล่งของสาร Trim ethylamine โดยจะถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อบริเวณต่อม อะโปครายน์ส่งผลให้กลิ่นตัวฉุนมากขึ้น 4. ท่านใดที่ยังมีกลิ่นตัวฉุนอยู่ แม้เหงื่อออกไม่มาก หรืออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุความเครียด ความกลัว ความโกรธ จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว (deodorant) ร่วมด้วย 5. ควรโกนขนรักแร้ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่าขนเหล่านี้จะเก็บกักความชื้น เหงื่อไคล สิ่งสกปรกต่างๆ ทำให้จำนวนแบคทีเรียบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีกลิ่นตัวรุนแรงได้ 6. ควรสวมใส่เสื้อผ้าบางเบา หลวม […]