Other
การเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง ใครไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ลีสซิ่ง (Leasing) เป็นธุรกิจการให้เช่าประเภทหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่ส่วนใหญ่มีราคาสูง เพื่อเข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่า เครื่องจักร เครื่องมือการก่อสร้าง เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภท สำหรับการเช่าอุปกรณ์เครื่องมือดังกล่าวนั้น จะมีบริษัทลีสซิ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้เช่า เปรียบเสมือนเป็นตัวกลางในการจัดหาสินทรัพย์ตามที่ผู้เช่าต้องการ โดยจะมีการทำสัญญาเช่าตามระยะเวลาที่ตกลงกัน สัญญาเช่าลีสซิ่งมีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย สัญญาเช่าดำเนินงาน คือ ผู้เช่าจะต้องจ่ายเงินให้บริษัทลีสซิ่งทุกเดือน เรียกว่า “ค่าเช่า” กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์จะเป็นของผู้ให้เช่า สัญญาการเช่าทางการเงิน คือ สินทรัพย์จะเป็นของผู้ให้เช่า และมีการนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา ตั้งแต่เริ่มต้นทำสัญญา ซึ่งในการจ่ายเงิน ให้แก่ผู้ให้เช่านั้น จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5 แต่สำหรับ 3 กรณีต่อไปนี้คือผู้ที่ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในการเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง 1. ผู้ให้เช่าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ชำระทุนจดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 60,000,000 บาท และต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. ผู้เช่าเป็นนิติบุคคล 3. มีกำหนดระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ยกเว้นว่าทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นบริษัทลีสซิ่งไปยึดมากจากผู้เช่ารายอื่น […]
คิดขยายผลผนึกสองกำลัง ลีสซิ่ง-เช่าซื้อ ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง
ปัจจุบันภาวะที่การลงทุนภาคเอกชนเริ่มกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง SME ที่อยู่ในภาคการผลิตจำเป็นต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มขึ้น สินเชื่อประเภท “ลีสซิ่ง-เช่าซื้อ” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนพร้อมกับยังเหลือสภาพคล่องในธุรกิจ แต่แท้จริงแล้วสินเชื่อสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันซึ่งSME สามารถเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการได้ หนึ่งในความแตกต่างระหว่างสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) กับสินเชื่อลีสซิ่ง (Leasing) อยู่ที่วิธีการลงบันทึกบัญชีในงบดุล กล่าวคือ ถ้าผู้ประกอบการกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อเครื่องจักรจะต้องลงบัญชีระบุว่าเป็นสินทรัพย์ ซึ่งสามารถหักค่าเสื่อมราคาต่อปีซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของราคาเครื่องจักร ระยะเวลาประมาณ 5-10 ปี รวมดอกเบี้ยจ่าย ผู้ประกอบการสามารถนำสองสิ่งนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ กรณีที่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อมีส่วนที่เหมือนกันคือ จะลงบันทึกเป็นสินทรัพย์เช่นกัน เพราะผู้ประกอบการต้องการเป็นเจ้าของ แต่ไม่มีเงินก้อน จึงต้องผ่อนชำระ การขอหัดลดหย่อนภาษีจึงอยู่ในหลักการเดียวกันกับการกู้เงิน แต่ถ้าเป็นสินเชื่อลีสซิ่ง ผู้ประกอบการจะไม่มีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของจนกว่าจะผ่อนชำระกับสถาบันการเงินจนหมด ดังนั้นจึงไม่สามารถบันทึกค่าเสื่อมได้ แต่สิ่งที่จะนำมาบันทึกเพื่อขอลดหย่อนภาษีได้ คือ ค่าเช่าที่ต้องจ่ายให้สถาบันการเงินทุกเดือน ซึ่งรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สิ่งที่ลูกค้าได้ประโยชน์ คือ ค่าเช่าจะสามารถนำมาหักภาษีได้มากกว่า เมื่อผ่อนจ่ายกับสถาบันการเงินจนหมดแล้วถึงจะลงบันทึกค่าเสื่อมได้และมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเกิดขึ้น ปกติแล้วผู้ประกอบการรายเล็กที่มีขนาดทุนจดทะเบียนไม่สูงนักจะนิยมใช้วิธีการเช่าซื้อ เนื่องจากยังไม่มีภาระด้านภาษีมากนัก และต้องการความเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ ข้อแตกต่าง คือ สินเชื่อลีสซิ่งเมื่อครบสัญญาเงินกู้แล้ว ผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นเจ้าของเครื่องจักรชิ้นนั้นไปเลย หรือจะเช่าต่อ หรือเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ได้ แต่ถ้าเป็นสินเชื่อเช่าซื้อ เมื่อผ่อนจ่ายครบผู้ประกอบการจะเป็นเจ้าของโดยทันทีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ สินเชื่อลีสซิ่งยังมีความพิเศษ […]
ร้อนนี้อย่าสร้างมลพิษคนรอบข้าง กับเคล็ดลับลดกลิ่นตัว!!
หน้าร้อนอย่างนี้ นอกจากจะนำพาเอาอากาศที่ร้อนอบอ้าวชวนให้หงุดหงิดอารมณ์เสียแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่พึงประสงค์คือเรื่องกลิ่นตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีกลิ่นตัวก็มักจะสร้างมลพิษให้แก่คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว วันนี้แอดมินจึงขอแนะนำเคล็ดลับในการป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวมาฝาก ลองทำกันดูนะคะแล้วคุณจะไม่เป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง 1. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือมากกว่านั้น หากรู้สึกว่าร่างกายมีเหงื่อไคล ร้อนอบอ้าว โดยฟอกสบู่ให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ รอบหัวนม อวัยวะสืบพันธุ์ 2. ลดกิจกรรมกระตุ้นให้เหงื่อออกมาก 3. เลี่ยงอาหารและผลไม้บางชนิด ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม สะตอ ทุเรียน พริกป่น เนย ตับ ถั่ว ซึ่งเป็นแหล่งของสาร Trim ethylamine โดยจะถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อบริเวณต่อม อะโปครายน์ส่งผลให้กลิ่นตัวฉุนมากขึ้น 4. ท่านใดที่ยังมีกลิ่นตัวฉุนอยู่ แม้เหงื่อออกไม่มาก หรืออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุความเครียด ความกลัว ความโกรธ จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว (deodorant) ร่วมด้วย 5. ควรโกนขนรักแร้ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่าขนเหล่านี้จะเก็บกักความชื้น เหงื่อไคล สิ่งสกปรกต่างๆ ทำให้จำนวนแบคทีเรียบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีกลิ่นตัวรุนแรงได้ 6. ควรสวมใส่เสื้อผ้าบางเบา หลวม […]
พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย
SME Smart Service วันนี้ร่วมพูดคุยกันในประเด็นธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ไปดูกันว่าภาพรวมของธุรกิจในตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ไปฟังคุณอุราพร พุ่มเพชร ประธานกลุ่มผู้ประกอบการเสื้อผ้าสตรีมุสลิม มีนบุรี ภายใต้เครือข่าย Heart craft และคุณเสาวลักษณ์ ทรัพย์โฉม ผู้ดำเนินโครงการ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่จะมาให้คำตอบและคำแนะนำดีๆในการขับเคลื่อนธุรกิจแฟชั่นไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ติดตามได้ในรายการ เวลา 13.00-14.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
ลักษณะเฉพาะของสัญญาประกันภัย
การประกันภัย เป็นการโอนความรับผิดชอบจากตัวเราไปยังบริษัทผู้รับประกัน ซึ่งหากเกิดความเสียหายตามที่กรมธรรม์ระบุไว้ บริษัทจะทำการจ่ายค่าเสียหายให้ตามจำนวนที่ประกันไว้ ส่วนสัญญาประกันภัย หมายถึง สัญญาที่บริษัทประกันภัยตกลงกับผู้เอาประกันว่าจะชดใช้ค่าสินไหม หรือเงินจำนวนหนึ่ง หากเกิดความเสียหายตามที่กำหนด และผู้ทำประกันต้องทำการส่งเงิน เรียกว่า ค่าเบี้ยประกัน ให้แก่บริษัทผู้รับประกัน ลักษณะเฉพาะของสัญญาประกันภัย 1. เป็นสัญญาต่างตอบแทน กล่าวคือผู้ทำประกัน และผู้รับประกัน ต่างก็เป็นทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ของกันและกัน โดยผู้รับประกันต้องทำการจ่ายเบี้ยประกัน และผู้รับประกันต้องทำการชำระค่าสินไหมทดแทน เมื่อมีเหตุตามสัญญาเกิดขึ้น 2. เป็นสัญญาที่มีเงื่อนไขอันไม่แน่นอน เนื่องจากการประกันภัยคือการรับประกันเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า หากผู้ทำประกันภัยได้ทำประกันแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจนครบระยะเวลาการประกันตามกำหนด หรือเกิดภัยแต่ไม่ใช่ภัยตามที่กรมธรรม์ระบุ ผู้ทำประกันก็จะไม่ได้รับเงินใด ๆ 3. เป็นสัญญาที่รัฐควบคุม – การประกอบธุรกิจประกันจะต้องอยู่ในรูปแบบของบริษัท จำกัด และได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี – กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทออกให้กับผู้เอาประกัน ต้องเป็นไปตามรูปแบบ และข้อความที่นายทะเบียนเห็นชอบแล้ว – อัตราดอกเบี้ยประกันภัยต้องเป็นไปตามที่นายทะเบียนเห็นชอบ บริษัทจะกำหนดเองไม่ได้ (ข้อมูลจาก www.bu-law.blogspot.com)
19 ขั้นตอนสู่การเปิดร้านกาแฟด้วยตัวเอง
ใครที่มีความฝันที่จะเปิดร้านกาแฟ วันนี้ แอดมินมี 19 ขั้นตอนสู่การเปิดร้านกาแฟด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ เผื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจของใคร หลายๆคนนะคะ 1. ถามตัวเองอีกครั้งว่า คุณรักที่จะทำร้านกาแฟจริงจังแล้วหรือเปล่า 2. ตรวจสอบงบประมาณ สำหรับการลงทุนให้เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของตนเอง 3. หาทำเลที่เหมาะสม ทำเลที่เหมาะสมในที่นี้ก็คือ เป็นสถานที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และที่สำคัญปราศจากคู่แข่ง 4. ค้นหาความชื่นชอบและรสนิยมส่วนตัว เพื่อนำมาปรับใช้ในการวางคอนเซ็ปต์ของร้านกาแฟ 5. คิดคอนเซ็ปต์ของร้าน เพื่อให้ร้านมีจุดขายที่โดดเด่น 6. คิดชื่อร้านที่เหมาะสมและออกแบบโลโก้ โดยต้องคำนึงว่าจะต้องเป็นชื่อและโลโก้ที่สามารถจดง่าย และเข้ากับกลุ่มลูกค้า 7. ออกแบบตกแต่งร้าน 8. คัดเลือกรายการอาหารและเครื่องดื่มในร้าน 9. จดรายการสิ่งของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องใช้ในร้าน 10. เรียนรู้เรื่องกาแฟและการชงกาแฟ รวมทั้งขนม อาหารว่าง ที่จะขายอื่นๆ 11. คัดเลือกและฝึกหัดพนักงาน สำหรับบริการที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าทุกคน 12. ทำตารางเวลา สำหรับจัดสรรการบริหารจัดการ 13. จัดซื้อสิ่งของและอุปกรณทั้งหมด ตามรายการที่จดไว้ 14. เตรียมแผนการเปิดร้าน คำนวณจุดคุ้มทุน วางแผนการขาย 15. กำหนดวันเปิดร้าน 16. […]
ลดความเสี่ยงของคุณ ด้วยประกันเพราะคุ้ม คุ้ม 3 เด้งจากไทยพาณิชย์
การทำประกันเปรียบเสมือนการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและเชื่อมั่นได้ว่าต้นทุนจะไม่สูญหายไป รวมถึงเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเจ็บปวดหรือการจากไปของเขาเหล่านั้น จะไม่เป็นภาระของครอบครัว รวมถึงครอบครัวของเขาเหล่านั้นจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างสุขสบาย หากเรียกเป็นภาษาชาวบ้าน ก็คือ“นอนตายตาหลับ” นั่นเอง รูปแบบการจ่ายเบี้ยประกัน เป็นการจ่ายแบบกึ่งบังคับโดยเฉพาะการประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ซึ่งผู้ทำประกันจะต้องมีหน้าที่ในการจ่ายเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าเป็นการออมทรัพย์อย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างค่านิยมให้คนรู้จักประหยัด และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวอีกด้วย ในด้านของสิทธิประโยชน์ทางภาษี รัฐบาลให้การส่งเสริมธุรกิจประกันชีวิตสำหรับผู้ที่ทำประกันชีวิตก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 100,000 บาท การลดความเสี่ยงของคุณ ด้วยประกันเพราะคุ้ม คุ้ม3เด้ง จากไทยพาณิชย์ คุ้มค่า คุ้มครอง และคุ้มทวีคูณ คุ้มค่า กับเงินชดเชย วันละ 10,000 บาท คุ้มครอง ชีวิตสูงถึง 1 ล้านบาท คุ้มทวีคูณ ในกรณีอุบัติเหตุ รับผลประโยชน์ถึง 2 เท่า ด้วยลักษณะเป็นการบริการประกันชีวิตแบบตลอดชีพพร้อมกับสัญญาเพิ่มเติม ระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน 10 ปี ให้ความคุ้มครองถึง อายุ 80 ปี โดยมีจุดเด่นคือ จ่ายเบี้ยประกันภัยระยะสั้น 10 ปี แต่คุ้มครองยาวนานถึงอายุ 80 ปี คุ้มค่ากับเงินชดเชยสูงถึง […]
เมื่อต้องส่งออกทางทะเล จะเลือกซื้อความคุ้มครอง อย่างไรดี
ประกันขนส่งสินค้าทางทะเล คือ การประกันความเสียหายแก่เรือและสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล และยังขยายของเขตความคุ้มครองไปถึง การขนส่งสินค้าทางอากาศ และ ทางบก ซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วย ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ค้าที่มีการขนส่งสินค้าเนื่องด้วยความเสี่ยงในการเสียหายจากอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงต่างๆเพียงครั้งเดียวอาจจะทำให้ขาดทุนอย่างมากจึงมีการประกันขนส่งสินค้าทางทะเล เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ค้าที่มีการขนส่งสินค้า ประเภทของการประกันภัยทางทะเล 1. การประกันภัยตัวเรือ ( Hull Insurance ) : จะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ภัยจากลมพายุ, เรือเกยตื้น, เรือชนกัน, เรือชนหินโสโครก เป็นต้น และยังหมายความรวมไปถึงการประกันค่าระวางด้วย 2. การประกันภัยสินค้า ( Cargo Insurance ) : คุ้มครองสินค้าที่เอาประกันภัยซึ่งอยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล ภัยที่ได้รับการคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อความคุ้มครองไว้ ผู้มีสิทธิในส่วนได้ส่วนเสียที่อาจจะเอาประกันภัยทางทะเลได้ ผู้ที่จะเอาประกันภัยได้ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย เช่น เจ้าของเรือ, เจ้าของสินค้าหรือผู้รับขนส่ง เป็นต้น ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าขณะเกิดความเสียหายย่อมได้สิทธิเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ ภัยที่คุ้มครองและเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์ 1. ภัยทางทะเล ( Peril of the sea ) เช่น ภัยจากพายุ, มรสุม, เรือจม, เรือชนกัน และเรือเกยตื้น 2. อัคคีภัย ( Fire ) ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ […]
มักกะโรนีผัดขี้เมา ทำง่ายในหม้อหุงข้าว
วิธีทำ ใส่น้ำลงไปในหม้อหุงข้าว รอจนน้ำเดือด จากนั้นใส่เส้นมักะโรนีลงไป ใส่เกลือเล็กน้อย ปิดฝาต้มประมาณ 7 นาที 2. เมื่อเส้นสุกดีแล้ว นำเส้นขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ เทน้ำในหม้อทิ้ง 3. ใส่น้ำมันพืชลงไปในหม้อเพียงเล็กน้อย รอจนน้ำมันเดือดจึงใส่เครื่องผัดขี้เมาลงไป โดยมีพริกไทย คั่วพริกไทย และพริก 4. ใส่เนื้อสัตว์ที่ต้องการลงไป ผัดจนคลุกทั่วกัน แล้วตามด้วยเส้นที่ลวกไว้ ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ปรุงรสตามใจชอบ เมื่อเข้ากันดีแล้วตักขึ้นใส่จานเสิร์ฟได้เลย
10,000 บาท สามารถลงทุนอะไรได้บ้าง??
10,000 บาท สามารถลงทุนอะไรได้บ้าง?? ออมหุ้นกับซื้อกองทุนรวม การออมหุ้นนั้นเป็นการลงทุนอย่างง่ายๆ โดยเราต้องวิเคราะห์ว่าธุรกิจอะไรน่าสนใจและเหมาะกับการลงทุน ซึ่งการวิเคราะห์นี้สามารถดูจากผลกำไรผลประกอบการ วิสัยทัศน์ผู้บริหาร รวมไปถึงการวางแผนอนาคตธุรกิจของธุรกิจว่าจะมีทิศทางไปทางใด เพราะในยุคนี้การออมหุ้นและซื้อกองทุนรวมเริ่มแค่หลักพันบาทเท่านั้น ซึ่งการออมหุ้นและซื้อกองทุนรวมอาจไม่ได้ทำให้เรารวยในเร็ววัน แต่เป็นการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ทำธุรกิจค้าขาย ธุรกิจค้าขายนั้นไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากที่จะทำให้สำเร็จ เพียงแค่เราวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจให้ดี โดยเราต้องศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าเราอยู่ไหน จะซื้อสินค้าเพราะอะไร และสินค้าของเราตรงตามความต้องการของลูกค้าหรือเปล่า เราจะโปรโมทสินค้าอย่างไร รวมไปถึงการตั้งราคาสินค้าให้ผู้บริโภคยอมรับจะต้องเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องวางแผนให้ดีก่อนที่จะลงมือทำธุรกิจ ลงทุนกับความรู้ เมื่อเรามีความรู้ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีให้กับตัวเราเอง โดยความรู้ที่เรามีนั้นจะทำให้เราพัฒนาตัวเองและการพัฒนาการทำงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากความรู้ที่เรามีจะทำให้เราสา่มารถสร้างอาชีพเสริมหรือนำความรู้ไปพัฒนางานจนสามารถปรับเลื่อนตำแหน่งงานได้นั่นเอง ลงทุนกับสุขภาพ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนกับสุขภาพ เป็นเพราะว่าเมื่อเรามีสุขภาพที่ดีก็จะสามารถทำอย่างอื่นได้อีกมากมายโดยไม่ต้องเสียเงินรักษาพยาบาล ซึ่งถือได้ว่าสุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่งและยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้่างความมั่งคั่งให้กับคุณได้อีกด้วย
เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน 4G ได้ ในงบไม่เกิน 7,000 บาท!!!
ขอบคุณภาพจาก : www.asus.com 1. Asus Zenfone 2 ZE550MLราคา 6,990 บาท Asus zenfone 2 Ram 2 GB Rom 16 GB มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ: Android 5.0 Lollipop หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ HD 720 p โดยมีหน่วยประมวลผลความเร็ว 1.8 GHz Intel Atom Z3560 แรม 2 GB รอม 16 GB และกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัสและแฟลชแบบ Dual LED กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล แบตเตอร์รี่: ขนาด 3,000 mAh […]
ประกันอุบัติเหตุ สำคัญไฉน
ทำไมต้องมีประกันอุบัติเหตุ ในเมื่อเราระมัดระวังตัวเองแถมยังมีประกันสังคมเอาไว้ใช้ในยามเจ็บป่วย ทำไมจึงต้องมีประกันอุบัติเหตุอีก? ที่มีประกันอุบัติเหตุเอาไว้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการระวังปลอดภัยของคุณที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นโดยบริษัทประกันภัยจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่าย สินไหม ค่ารักษาพยาบาล ในกรณีที่ผู้ประกัน ประสบอุบัติเหตุ ตามที่ได้ตกลงกับบริษัทประกัน โดยที่เจ้าของประกันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายค่ารักษาใดๆเลย ไม่ว่าคุณจะเกิดเหตุตอนไหนกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ จะให้ความคุ้มครองตลอด 24ชั่วโมงเรียกได้ว่าปลอดภัยหายห่วงและผู้ที่ทำประกันไว้นั้นสามารถเลือกความคุมครองได้ด้วยตัวเอง สำหรับคนที่เคยทำกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ จะคุ้นเคยกับ อบ. 1 และ อบ.2 โดยความคุ้มครองทั้ง2นั้นต่างกันที่แบบ อบ.1 จะให้ความคุ้มครองน้อยกว่าแบบ อบ.2ดังนี้ อบ. 1 เลือกซื้อความคุ้มครองได้ 4 อย่าง ได้แก่ คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ/สายตา ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง, การทุพพลภาพชั่วคราวสิ้นเชิง, การทุพพลภาพชั่วคราวบางส่วน และ การรักษาพยาบาล อื่นๆ อบ. 2 มีส่วนที่เพิ่มมา ก็คือ หากเกิดนิ้วหาย (ขาด) สูญเสียการรับฟังเสียง/การพูดออกเสียง และ การทุพพลภาพถาวรบางส่วน จะได้รับความคุ้มครองเช่นกัน หากเป็นนิสิต นักศึกษาจะใช้ได้เฉพาะ อบ. 1 เท่านั้น นอกจากนั้น กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ ยังมีการคุ้มครองกรณีถูกฆ่า ฆาตกรรม และ ทำร้ายร่างกายด้วย […]
แค่หลงลืมหรือเป็นภาวะสมองเสื่อม
แค่หลงลืมหรือเป็นภาวะสมองเสื่อม อาการหลงๆ ลืมๆ มักเกิดในผู้สูงวัย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่อาจเป็นไปตามวัย แต่หากอาการหลงลืมหนักหนาถึงขั้นภาวะสมองเสื่อม ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมและบุคลิกภาพโดยอาจสร้างปัญหาขึ้นตามมา ดังนั้นลูกหลานหรือคนใกล้ชิดต้องหมั่นสังเกตดูแล เพื่อรู้เท่าทันภาวะสมองเสื่อม โดย รศ.พญ.วรพรรณ เสนาณรงค์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แนะให้สังเกตอาการผิดปกติของภาวะสมองเสื่อมโดยมีอาการ ดังนี้ ความผิดปกติที่สังเกตได้ คือ 1. อาการจากความจำสิ่งใหม่ ๆ บกพร่อง ในขณะที่ความจำเรื่องเก่า ๆ ยังปกติดี ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ซาก ๆ 2. บกพร่องในการรับรู้ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น พูดทวนเรื่องเก่า จำเหตุการณ์ปัจจุบันหรือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ 3. บกพร่องในการประกอบกิจกรรมที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน เช่น เคยจ่ายกับข้าวมาประกอบอาหารได้ก็กลายเป็นซื้อส่วนประกอบขาด ๆ เกิน ๆ หรือปรุงอาหาร ใช้ส่วนประกอบแปลกๆ หรือไม่สามารถต่อโทรศัพท์หรือพูดโทรศัพท์ได้ทั้งที่เคยทำได้มาก่อน 4. บกพร่องในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา เช่น นั่งดูน้ำล้นอ่างเฉย ๆ เพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดในหน้าที่การงาน แม้ในเรื่องเล็ก ๆ […]
เคล็ดลับขอสินเชื่อ SME
การดำเนินธุรกิจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและละเอียดอ่อนอย่างมาก การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ ย่อมมีอุปสรรคเกิดขึ้นตลอดเวลา การรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ปัญหาโดยส่วนใหญ่ที่ทุกธุรกิจมักจะประสบพบเจอสภาพคือคล่องทางการเงิน หรือแม้แต่ต้องการจะขยายธุรกิจเพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง กลุ่มที่มีปัญหานี้มักจะเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม (SME) กลุ่มนี้มีความสามารถแต่ขาดเรื่องของเงินทุน เงินทุนที่ดีที่สุดก็ คือ ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่ม SME ในปัจจุบันมีหลายธนาคารที่ให้สินเชื่อกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME เพื่อขยายธุรกิจ หรือเสริมสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME มักจะมีความกังวลใจว่าจะสามารถขอสินเชื่อได้หรือไม่ เพราะธุรกิจตัวเองก็ไม่ได้เติบโต หรือกลัวขอแล้วจะไม่ผ่านอนุมัติ เทคนิคเล็กๆที่พอจะช่วยให้การขอสินเชื่อ SME ทำได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อแบบไม่ยากมีดังนี้ 1. หมั่นเดินบัญชี โดยหลักการที่สถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อให้นั้น สิ่งแรกที่ธนาคารจะตรวจสอบ คือ การเดินบัญชีของบริษัท เมื่อประเมินรายได้ของบริษัท ผ่านยอดหมุนเวียนของบัญชี เทคนิคของการเดินบัญชีให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติ สามารถทำได้โดยการฝากเงินเข้าไปในบัญชี ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ให้นำเข้าบัญชีทันที เพื่อแสดงให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ และพยายามที่จะไม่ถอนเงินออกจากบัญชีจนหมด ทั้งนี้ธนาคารจะตรวจสอบการเดินบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน 2. ปลดหนี้ให้หมด หากคุณมีหนี้สินที่ยังค้างชำระอยู่ ให้รีบทำการปิดหนี้เหล่านั้นก่อนที่จะทำการขอสินเชื่อ โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด อีกทั้งเรื่องของเช็ค ที่ได้ทำการสั่งจ่ายออกไป จะต้องมั่นใจว่ามีเงินในบัญชีเพียงพอ เพราะถ้าเช็คเด้ง รับรองว่ามีปัญหาแน่นอน […]
“ธุรกิจต้องห้าม” ย่านรถไฟฟ้าที่ไม่ควรทำ!!
ธุรกิจต้องห้ามที่ไม่ควรทำบริเวณรถไฟฟ้า คือ….. ธุรกิจค้าปลีก จะเห็นได้ว่าถนนทางเดินบริเวณรถไฟฟ้านั้นเป็นถนนที่มีลักษณะแคบและไม่เหมาะแก่การจอดรถ ซึ่งธุรกิจที่ได้ผลกระทบมากที่สุดเห็นจะเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ส่งผลให้ลูกค้าที่จะมาใช้บริการไม่สามารถรจอดรถซื้อของได้ จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อของในห้างสรรพสินค้ามากกว่าเพราะมีสถานที่จอดรถในการรองรับลูกค้าที่มาใช้บริการเทียบกับร้านค้าปลีกทั่วไปที่จะมีข้อเสียในเรื่องของที่จอดรถให้สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการอาจทำให้ธุรกิจอาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องให้ลูกค้าจอดรถหน้าร้านซึ่งถือว่าไม่เหมาะที่จะอยู่ในบริเวณรถไฟฟ้า วิธีแก้ไข ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ววิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การหาทำเลใหม่เลยจึงจะดีที่สุด แต่สำหรับใครที่ลงทุนไปแล้วอาจจะหาทางออกโดยการขายออนไลน์ช่วยด้วยอีกทางหนึ่งก็ถือว่าเป็นหนทางที่ดีในการแก้ปัญหานี้ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเกี่ยวกับหลักฮวงจุ้ยธุรกิจสามารถติดตามได้ในรายการ ฮวงจุ้ยหน้า 1 ไปดูกันว่าฮวงจุ้ยกับการสร้างรถไฟฟ้าแล้วจะดีจริงหรือไม่ คลิกเลย>> http://goo.gl/jYdMBO
กระแสเงินสด กับธุรกิจ SME
กฎทองอย่างหนึ่งของความสำเร็จของกิจการนั้นหนีไม่พ้น กระแสเงินสด ต่อให้ยอดขายดีแค่ไหนแต่ผู้บริหารไม่เข้าใจตัวเลขทั้งหมดของบริษัทก็ไม่มีทางก้าวหน้าได้แน่นอนเจ้าของธุรกิจ มักจะมัวแต่ทุ่มเทเวลาไปกับการหาเงินเข้า แต่การบริหารเงินขาออกกลับไม่สนใจ ที่ร้ายกว่านั้นเจ้าของกิจการบางรายมักโฟกัสสิ่งที่ตนเองถนัดแต่ไม่ได้ควบคุมทั้งระบบอย่างที่ควรเป็น หลักพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจในด้านการจัดการกระแสเงินสดทำได้ไม่ยาก 1. ในกรณีรับงานแต่ละครั้งควรทำสัญญาและตกลงให้ลูกค้าวางเงินมัดจำหรือประกันก่อนเริ่มงาน และกรณีที่เป็นลูกค้าใหม่ เครดิต30 หรือ 60 วันนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม หลักของการทำธุรกิจคือจ่ายเงินให้ช้ารับเงินให้ไวเพื่อสภาพคล่องด้วยส่วนหนึ่งและอย่าให้ใครใช้การจ่ายเงินช้ากับเราได้ง่ายๆหากมีทางเลือก 2. กรณีการใช้จ่ายสำหรับดำเนินธุรกิจ ไม่ควรใช้เงินตัวเองแต่ใช้เงินคนอื่น ซึ่งข้อนี้สัมพันธ์กับข้อแรกเนื่องจากถ้าเราได้รับเงินช้าหมายความว่าลูกค้าเรากำลังใช้เงินสดของเราอยู่ นอกจากนี้หลักที่ว่าไม่ควรใช้เงินตัวเองทำธุรกิจนั้นหมายความว่าควรเก็บเงินให้นานที่สุดนำมาใช้ต่อเมื่อจำเป็น เพราะเมื่อวันที่คุณประสพปัญหาไม่มีใครอยากให้คนที่กำลังขาดสภาพคล่องยืมเงินหรอก 3. หากเลี่ยงไม่ได้ในข้อ 1. และต้องการเงินสดในทันที ตัวเลือกอย่างการขายบัญชีลูกหนี้ทางการค้าหรือที่เรียกว่า Factoring นั้นต้องใช้เมื่อคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมจริงๆแล้วเท่านั้นเพราะหากกระแสเงินสดสะดุดก็หมายความว่ากิจการของเรามีปัญหา กรณีการขายบัญชีลูกหนี้ทางการค้านี้เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งในหลายๆผลิตภัณฑ์ของธนาคารเท่านั้นเอง 4. กรณีเราเป็นผู้ซื้อสิ่งที่ต้องได้คือเครดิตอย่างน้อย 30 วัน สลับกับข้อแรกที่เราต้องการผู้ซื้อที่จ่ายเงินสดทันที 5. ลดต้นทุนเพื่อผลกำไรและกระแสเงินสด กิจการนั้นก็เหมือนคนเราบางครั้งก็ต้องมีการลดน้ำหนักเปลี่ยนไขมันที่ไม่ใช้ประโยชน์ไปเป็นกล้ามเนื้อเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง 6. ทุนสำรองจากธนาคาร การสร้างเครดิตที่ดีไม่ว่าจะเป็นบูโรหรือการติดต่อขอ O/D ไว้เสียแต่เนิ่นๆก็ถือว่าเป็นการสร้างความมั่นคงแก่กระแสเงินสดทางหนึ่ง กระแสเงินสดนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เป็นเจ้าของกิจการต้องเข้าใจ แต่หากไม่เข้าใจคุณก็ต้องดำเนินธุรกิจด้วยความกังวลและความกลัวซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความเสี่ยง การดำเนินธุรกิจหากเราควบคุมกระแสเงินสดได้เราก็จะได้ประโยชน์หลายทางเช่นสามารถควบคุมต้นทุน และสามารถวางแผนด้าน เงินทุน หรือเงินกู้ สินเชื่อ ที่ต้องการจะขอในอนาคตได้ ที่มา : https://goo.gl/b92ckE
กฎเหล็กจัดการสภาพคล่อง SME
สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ให้ความสำคัญ คือ มุ่งหาตลาดเพื่อสร้างยอดขาย จนอาจละเลยการบริหารจัดการรายได้ที่เข้ามา หากรู้จักวางแผนการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งของกิจการ แต่สามารถต่อยอดนำสู่การขยายเครือข่ายรองรับโอกาสทางธุรกิจมากมาย กฎเหล็กจัดการสภาพคล่องให้ SME หันกลับมาทบทวนและเตรียมความพร้อมกันอีกครั้ง มีดังนี้ 1. ทำงบประมาณเงินสด (Cash Budget) บันทึกทุกอย่างเกี่ยวกับเงิน ทั้งรายรับและรายจ่าย จุกจิกแค่ไหนอย่าขี้เกียจ ทำงานวันนี้ต้องบันทึกวันนี้ เพื่อความถูกต้องและไม่ล่าช้า แม้กระทั่งนั่งดื่มกาแฟรอลูกค้าหรือเลี้ยงลูกค้า คือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มทวีคูณตามจำนวนแก้วและจำนวนครั้ง คุณสามารถจัดการกับตัวเลขที่ไม่พึงประสงค์นี้ได้หากมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง 2.ตรวจสถานะเงินสดของกิจการเป็นประจำ โดยเทียบอดีตกับปัจจุบัน และประมาณการอนาคต ยิ่งมีความถี่ในการทำเป็นประจำได้ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน โอกาสที่จะรับรู้ความผิดพลาดย่อมเร็ว เป็นการป้องกันการรั่วไหลที่ดี 3.อย่าตรวจดูสถานะเงินเฉพาะในสมุดบัญชีธนาคารหรือใน Bank Statement เพียงอย่างเดียว เพราะไม่ได้แสดงข้อมูลใดๆ นอกจากตัวเลขรายรับ-รายจ่ายกลมๆ เท่านั้น อย่าลืมว่าคนเราความจำสั้น คุณไม่สามารถจดจำรายละเอียดทั้งหมดได้แม้จะผ่านไปเพียงวันเดียว ฉะนั้นกลับไปทำ 3 ข้อแรกอย่างเข้มงวด 4.หัวใจในการดำเนินธุรกิจ SME คือเงินสดไม่ใช่กำไรหรือตัวเลขทางบัญชี ผู้ประกอบการ SME ต้องโฟกัสเฉพาะหน้าให้ดีที่สุด ด้วยความเป็นกิจการขนาดเล็ก เงินทุนหมุนเวียนสั้น หากรายได้ไม่เข้าเพียงวันเดียว ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับกิจการของคุณ […]
เปิดมิติบัญชีนวัตกรรมทำการค้ากับภาครัฐ
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลในเรื่อง “บัญชีนวัตกรรมไทย” เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยผลักงานวิจัยไทยออกสู่ตลาดและก่อให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบัญชีนวัตกรรมไทยมี 15 ผลิตภัณฑ์จาก 3 กลุ่มอุตสาหกรรมคือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและการเกษตร ส่วนตลอดปี 2559 คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอีก 50 รายการสู่ระบบ ขณะที่ยังมีหลายรายการที่ต้องการการทดสอบมาตรฐาน และอยู่ระหว่างหารือกับเจ้าหน้าที่ว่าจะส่งทดสอบที่ใดบ้าง แต่เชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นนวัตกรรม นักประดิษฐ์ ให้ตื่นตัว สร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดใหญ่ ผลิตและจำหน่ายได้จริง ที่สำคัญคือมีตลาดรองรับจริง สำหรับสินค้าที่จะขึ้นบัญชีนวัตกรรมได้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. ต้องเป็นนวัตกรรมที่เป็นของคนไทย 2.เป็นนิติบุคคลไทย 3.สินค้าต้องได้รับมาตรฐานบังคับตามแต่ละประเภทของสินค้านั้นๆ และ4.หากสินค้าใดไม่มีมาตรฐานบังคับต้องผ่านการตรวจสอบจากทาง สวทช. หากสินค้าของผู้ประกอบการรายใดตรงตามเงื่อนไขที่กล่าวมาสามารถมาขอขึ้นบัญชีนวัตกรรมได้ ประโยชน์ที่จะได้รับคือจะเกิดการซื้อขายสินค้าระหว่างบริษัทของผู้ประกอบการเองกับทางรัฐบาลโดยไม่ต้องไปผ่านการประมูลสินค้าแบบวิธีเดิม เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีบัญชีนวัตกรรมที่ สวทช.ได้มีการนำเสนอไปแล้วทั้งสิ้น 34 รายการ
6 เคล็ดลับการขอสินเชื่อ SME มัดใจแบงก์… ให้อนุมัติง่ายได้ทันใจ
การเริ่มต้นหรือขยับขยายธุรกิจให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินความสามารถของหลายคน แต่การทำธุรกิจก็ต้องใช้เงินทุน จะหันหน้าไปพึ่งพาเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องก็คงจะยากน่าดู เพราะจำนวนเงินที่ใช้ก่อตั้งหรือขยายธุรกิจก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักธุรกิจจะหันมาใช้บริการสินเชื่อ SME จากธนาคาร ซึ่งการขอสินเชื่อ SME ให้ธนาคารอนุมัติง่ายๆนั้นมีเคล็ดลับอยู่ไม่กี่ข้อ ซึ่งถ้าทำครบ รับรองว่าการขอสินเชื่อ SME ไม่ยากเกินเอื้อมแน่นอน 1.เดินบัญชีสวยงามมีชัยไปกว่าครึ่ง ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ธนาคารไม่ได้รู้จักธุรกิจหรือใกล้ชิดกับลูกค้าทุกคน แถมธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉลี่ยแล้วยังมีความผิดพลาดสูง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้ธนาคารรู้จักตัวตนของคุณก็คือ การเดินบัญชี ซึ่งแทบทุกธนาคารจะอ้างอิงยอดหมุนเวียนเงินในบัญชี เพื่อประเมินรายได้ซึ่งจำนวนเงินที่ฝากในแต่ละครั้งสามารถตีความได้ถึงสภาพธุรกิจของคุณ เพราะฉะนั้นเมื่อมีรายได้เข้ามา ก็ควรเอามาฝากบัญชีไว้ทันที หรือหากเป็นไปได้ คุณอาจจะรับเงินจากลูกค้าด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง เพื่อให้บัญชีเดินอย่างสม่ำเสมอ ส่วนการถอนเงินก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ถอนจนหมดบัญชี เพราะนั่นหมายถึงรายจ่ายของธุรกิจคุณเอง คุณควรมีเงินหมุนเวียนเข้าออก เพื่อให้เห็นทั้งรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในธุรกิจ ธนาคารจะตรวจสอบการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน หากตัวเลขในบัญชีของคุณสวยงาม ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว 2. เครดิตดี ชีวิตดี เครดิตหรือความน่าเชื่อถือนับเป็นปัจจัยแรกๆ ที่ใช้เพื่อประเมินการขอสินเชื่อ SME เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรที่จะละเลยการชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตส่วนบุคคลหรือสินเชื่อธุรกิจต่างๆ ทั้งของตัวเองหรือหุ้นส่วน หากคุณเป็นคนที่มีระเบียบวินัยทางการเงินที่ดี การขอสินเชื่อ SME ก็จะง่ายขึ้น รวมทั้งอย่าให้มีประวัติเช็คคืนเป็นอันขาด เช็คคืนหรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า เช็คเด้ง เป็นผลเสียต่อประวัติทางการเงิน เพราะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจขาดสภาพคล่องทางการเงิน รวมทั้งอาจจะมีผลทางกฎหมายอีกด้วย […]
5 วิธีเซฟเงินอย่างง่ายของ SMEs
หากคุณกำลังอยากให้ธุรกิจ SMEs ของคุณนั้นอยู่รอด สองสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้คงเป็น การตัดลดต้นทุน และมุ่งเป้าที่การเติบโต ซึ่งวันนี้เราขอเสนอบทความเกี่ยวกับการประหยัดค่าใช้จ่ายของ SMEs ของคุณ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ค่าจ้างพนักงาน ในช่วงไตรมาสแรกของปี เป็นช่วงที่บริษัทมักจะมีการเปิดรับตำแหน่งใหม่ หรือมีคนลาออก ทำให้ต้องหาคนมาทำงานเพิ่ม เคล็ดลับดีๆ เพื่อการประหยัดเงินในส่วนนี้คือ เมื่อมีคนลาออก คุณไม่จำเป็นต้องรับคนมาทำงานแทนในทันที คุณอาจให้คนที่อยู่เลื่อน หรือสับตำแหน่ง และให้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือหากคุณต้องการตำแหน่งนี้จริงๆ ลองดูเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ก่อนก็ได้ ประหยัดพลังงาน จากผลสำรวจเกี่ยวกับความกังวลเกี่ยวกับการใช้พลังงาน จำพวก ไฟฟ้า และน้ำ พบว่า ร้อยละ 92 ของพนักงานบริษัท มีนิสัยรักการประหยัดไฟในบ้านของตัวเอง ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 47 เท่านั้น ที่รู้สึกว่าอยากประหยัดการใช้พลังงานของบริษัท นอกจากนี้ผลสำรวจยังบอกอีกว่า พนักงานบริษัทจะประหยัดไฟก็ต่อเมื่อ มีคำสั่งออกมา หรือหากทำแล้วจะเป็นที่ทราบของเจ้านายเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงมากในแต่ละเดือน ทั้งๆ ที่เป็นส่วนที่คุณสามารถประหยัดได้ ดังนั้น คำแนะนำคือ คุณต้องตั้งกฎอย่างชัดเจนเพื่อประหยัดพลังงาน เช่น ปิดแอร์เมื่อเลิกใช้ ปิดคอมพิวเตอร์ก่อนกลับบ้าน เป็นต้น ซึ่งหากไม่มีกฎออกมาอย่างชัดเจน คุณก็คงไม่ได้ประหยัดในส่วนนี้ เพราะอาจจะเป็นการยากที่คุณจะรอให้พนักงานของคุณมีจิตสำนึกในส่วนนี้ขึ้นมาเอง […]
วางแผนก่อนยื่นกู้ สำหรับ SME
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นจนถึงจุดที่จำเป็นต้องมีเงินทุนเพิ่มเพื่อขยายกิจการ หรือต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับลูกค้าที่มากขึ้นตามการเติบโตของกิจการ การตัดสินใจขอสินเชื่อจากธนาคารถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ในอดีตปัจจัยหลักๆ สำหรับผู้ประกอบการที่จะพิจารณาในการขอสินเชื่อจากธนาคารอาจอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและวงเงินที่มากเป็นสำคัญ แต่ที่จริงแล้วยังมีปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาในการขอสินเชื่อจากธนาคาร นอกเหนือจากเรื่องทางการเงินเพียงอย่างเดียว 1.อัตราดอกเบี้ย วงเงิน และระยะเวลา เป็นปัจจัยแรกที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาในการขอสินเชื่อ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปของสินเชื่อจะมีประกาศในเว็ปไซต์ของแต่ละธนาคาร อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทก็จะมีอัตราที่แตกต่างกัน เช่น อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี อัตราดอกเบี้ยประเภทเงินเบิกเกินบัญชี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจมีการ เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง จากอัตราปกติ ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของลูกค้าที่ขอกู้ รวมทั้งวงเงินและระยะเวลากู้ ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร 2.บริการทางการเงินที่ครบวงจร เนื่องจากธุรกิจต้องเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินหลายด้าน ทั้งเงินลงทุน เงินหมุนเวียน จ่ายเงินซื้อวัตถุดิบ การรับเงินจากลูกค้า การจ่ายเงินเดือนพนักงาน เป็นต้น บริการของธนาคารควรจะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ธุรกิจอย่างครบวงจร เช่น มีวงเงินเบิกเกินบัญชี(โอดี) สินเชื่อเพื่อการส่งออก-นำเข้าบริการจัดการทางการเงินบริการอัตราแลกเปลี่ยน การโอนเงิน การชำระค่าสาธารณูปโภค บริการจ่ายเงินเดือนพนักงาน บริการเครื่องรับบัตรเครดิต ฯลฯ 3.ความสะดวกสบาย ปัจจุบันธุรกรรมทางการเงินหลายอย่างสามารถดำเนินการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ทั้งการ จ่าย โอน ถอน และเรียกเก็บเงินค่าสินค้า อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ยังคงต้องคำนึงในการใช้บริการธนาคารในด้านความสะดวกสบายก็ยังคงต้องพิจารณาถึงเครือข่ายสาขาธนาคาร ตู้ATM ศูนย์ธุรกิจที่ดูแลผู้ประกอบการ ว่ามีความพร้อมและเพียงพอให้ใช้บริการได้อย่างสะดวกหรือไม่ 4.การให้ความรู้และการเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจและเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ธนาคารหลายแห่งในปัจจุบันมีการจัดโครงการให้ความรู้ผู้ประกอบการรวมทั้งจัดงานจับคู่ธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ลูกค้าของธนาคาร […]
สนทช.เร่งเดินหน้าโครงการส่งเสริมนวัตกรรมไทย
ตอบโจทย์ SME วันนี้พาคุณผู้ชมไปกันที่ สวทช. พาคุณผู้ชมไปเจาะลึกในเรื่องของบัญชีนวัตกรรม ไปดูกันว่าบัญชีนวัตกรรมนั้นหมายถึงอะไร แล้วจะให้ประโยชน์อะไรกับเอสเอ็มอีไทยเราบ้าง หาคำตอบได้จากแขกรับเชิญ คุณณรงค์ ศิริเลิศวรกุล โฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี / รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ที่จะมาไขข้อสงสัยให้กับคุณในรายการ เวลา 20.00-21.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ SD 49, HD 570/ PSI TRUE 49 www.smartsme.tv หรือรับชมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Smart SME
3 ตัวอย่างทางบัญชีที่ SMEs พึงระวังอย่าให้เกิด
ผู้ประกอบการของ ธุรกิจ SME มักจะเกิดอาการปวดหัว กับปัญหาการเงินที่เกิดจากการลงบัญชีที่ผิดพลาด ลองมาดู 3 ตัวอย่างและบทเรียนที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจเพื่อจะได้ระมัดระวังมากขึ้น ตัวอย่างที่ 1 เกิดความสับสนในกำไรของกระแสเงินสด ผู้ประกอบการบริษัทหนึ่ง ซึ่งกำลังทุ่มทุนไปกับการขยายตลาดเป็นอย่างมากมักจะจดบันทึกกำไรที่ได้ในแต่ละวันลงบนกระดาษ แต่เมื่อถึงสิ้นเดือน หลังคำนวณอย่างดีแล้วกลับพบว่าแทบไม่มีกำไรเหลือเลย นั่นเกิดจากการที่จ่ายเงินเพื่อขยายตลาดมากกว่าการได้รับเงินเข้ามา แต่ทั้งนี้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ด้วยการกู้ยืมเงินจากสินเชื่อบัตรเครดิต และมันได้กลายเป็นหนี้สินก้อนโต เมื่อทำเช่นนี้ติดต่อกันหลายปี บทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในกำไรของกระแสเงินสด คุณจำต้องเปรียบเทียบรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจ และเมื่อตระหนักได้ว่าธุรกิจมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ก็ควรลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งจะช่วยให้หนี้สินลดลงตามไปด้วย ตัวอย่างที่ 2 นับยอดขายเป็นรายได้ก่อนสินค้าส่งถึงมือลูกค้า มีหลายบริษัทที่มองยอดขายของบริษัทเป็นรายได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วยอดขายจำนวนนั้นเป็นเพียงยอดขายสินค้าที่สินค้ายังส่งไม่ถึงมือลูกค้าด้วยซ้ำ และจากเหตุการณ์นี้เอง ทำให้ผู้ประกอบการต้องประสบปัญหาทางการเงิน และจำต้องตัดสินใจยุติการวางแผนเพื่อพัฒนาธุรกิจไว้ชั่วคราว บทเรียน จงจำไว้เสมอว่า “ยอดขาย” จะไม่ถูกนับว่าเป็นรายได้จนกว่าสินค้าหรือบริการจะส่งถึงมือลูกค้า และงานบัญชีของธุรกิจจะเกิดความคลาดเคลื่อนแน่นอน หากเผลอคำนวณมันเป็นรายได้ของธุรกิจ ตัวอย่างที่ 3 ไม่พิจารณาเงินทุนก่อนการจ่ายครั้งใหญ่ ผู้ประกอบการหลายคนมักควักเงินก้อนโตเพื่อจ่ายไปกับการวางเซิร์ฟเวอร์หรือจัดซื้ออุปกรณ์ชิ้นใหญ่ๆ สำหรับใช้ในธุรกิจโดยขาดการไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนจ่ายว่าสิ่งเหล่านั้นจำเป็นและถึงเวลาต้องซื้อแล้วหรือไม่ และที่สำคัญ ผู้ประกอบการหลายรายยังนำเงินสำรองของธุรกิจมาจ่าย ซึ่งนี่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มโดยไม่รู้ตัว บทเรียน เมื่อจำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ การเช่าทรัพย์ (Leasing) เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประหยัดเงิน ถ้าสิ่งที่ต้องการซื้อเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น นี่เป็นตัวอย่างบัญชีที่ผู้ประกอบการพึงระวังสำหรับการทำธุรกิจ หากผู้ประกอบการศึกษาและทำความเข้าใจต่อการทำบัญชี […]
สัญญาเช่าทรัพย์
การเช่าทรัพย์สินในทางกฎหมาย คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า “ผู้ให้ทรัพย์” ตกลงให้บุคคลหนึ่งที่เรียกว่า “ผู้เช่า” ให้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีระยะเวลาอันจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น ทั้งนี้ สัญญาเช่าทรัพย์ ไม่ได้หมายถึง สัญญาเช่าทรัพย์ สำหรับวัตถุที่มีรูปร่าง เช่น หนังสือ หรือ รถยนต์ เท่านั้น แต่รวมถึงทรัพย์ที่ไม่เป็นวัตถุไม่มีรูปร่าง เช่น ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในเครื่องหมายการค้าด้วย สัญญาเช่าทรัพย์ 1. สัญญาเช่าทรัพย์เป็นสัญญาต่างตอบแทน : เป็นสัญญาที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าต่างมีหนี้ที่จะต้องชำระตอบแทนซึ่งกันและกัน โดยทางผู้ให้เช่ามีหน้าส่งมอบทรัพย์สินที่ให้เช่าแก่ผู้เช่าใช้ และผู้เช่ามีหน้าที่จะต้องชำระค่าเช่า เป็นการตอบแทน 2. สัญญาที่มิได้มุ่งหมายจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน : เป็นสัญญาที่ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน แต่เป็นการโอนสิทธิ์ในทรัพย์สินไปยังผู้เช่าตามวัตถุประสงค์ของสัญญานั้น ซึ่งผู้เช่าสามารถใช้งานหรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่า ชั่วคราวตามระยะเวลาที่สัญญากำหนด และเมื่อสัญญาเช่าระงับลง ผู้เช่าจะต้องส่งทรัพย์สินที่เช่าคืนแก่ผู้ให้เช่า 3. สัญญามีวัตถุเป็นทรัพย์สิน : หมายความว่า สิ่งที่จะนำมาให้เช่ากันได้นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สิน กล่าวคือวัตถุที่ให้เช่าอาจจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ที่มีราคาและอาจถือได้ เช่น สิทธิในสัมปทาน 4. สัญญาเช่าทรัพย์เป็นสัญญาที่มีข้อตกลงชั่วระยะเวลาอันจำกัด […]
ข้อแตกต่างระหว่างการเช่าทรัพย์ การเช่าซื้อ
ในการทำธุรกิจหลายธุรกิจ ต้องอาศัยการเช่าทรัพย์ เพื่อดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการเช่าอุปกรณ์ นวัตกรรมที่มีราคาแพง หรืออสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรทราบลักษณะของการเช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ก่อนดำเนินการ การเช่าทรัพย์ มาตรา 537 อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น การเช่าทรัพย์ ตามมาตรา 537 คือ สังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีรูปร่างชัดเจน รวมถึง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรต่าง ๆ และเครื่องหมายการค้า โดยเป็นการทำสัญญาที่มีระยะเวลาจำกัด เช่น ในสัญญาให้เช่าระยะเวลา 3 ปี ก็จะสิ้นสุดการเช่าเพียง 3 ปี เท่านั้น และเมื่อสิ้นสุดการทำสัญญาจะไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ใด ๆ เจ้าของทรัพย์สินจะยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินเช่นเดิม การเช่าซื้อ มาตรา 572 อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว การเช่าซื้อคือการที่เจ้าของทรัพย์สินมีการทำสัญญากับผู้เช่า โดยจะขายทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้เช่าเมื่อชำระราคาครบถ้วนตามกำหนดแล้ว ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้เช่าก็ต่อเมื่อชำระครบกำหนดแล้วเท่านั้น ทั้งนี้สัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ หากไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดสัญญาทั้งหมดจะถือเป็นโมฆะ โดยคู่สัญญาต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น แต่ไม่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
แนวคิดแบบลีสซิ่งคืออะไร?
การทำลิสซิ่งสำหรับรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งที่รู้จักแพร่หลายจะมี 2 รูปแบบ คือ Financial Lease ซึ่งเป็นสัญญาเช่าทางการเงิน ที่ผู้ให้บริการมักจะเป็นสถาบันการเงิน เช่น บรรดาบริษัทเงินทุน โดยที่ผู้เช่าจะต้องเป็นนิติบุคคล เพื่อจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี วิธีคิดค่าเช่า จะเข้าหลักเกณฑ์เดียวกันกับการคำนวณค่างวดของการกู้บ้าน เช่น เงินต้น 600,000 บาท ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี (Effective Rate) ค่าเช่าต่อเดือนคือ 14,508 บาท สิทธิประโยชน์ทางภาษีในระบบลิสซิ่งคือ จำนวนเงิน 14,508 บาท บริษัทจะสามารถนำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน ทั้งนี้ ค่าเช่าจะต้องไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน ตามที่สรรพากรกำหนด และการบันทึกบัญชีของบริษัท จะลงเป็น “ค่าเช่า” ซึ่งเป็นหมวดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ หรือเป็น operating cost แต่หากเป็นระบบเช่าซื้อแล้ว จะคำนวณค่างวดโดยนำ เช่น เงินต้น 600,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี (Flat Rate) […]
3 สิ่งภายในบ้านที่ควรทำความสะอาดเสียบ้าง!
แต่เชื่อว่าหลายคนคงมองข้ามการทำความสะอาดในบางส่วนของบ้านเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ หรือบางจุดของบ้าน ทำให้มันเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรีย กว่าจะรู้ตัวมันก็กลายเป็นของเก่าจนแทบจะไม่อยากหยิบจับมาใช้งาน ลองมาดูของใช้ 3 สิ่งภายในบ้านที่หลายคนมักลืมทำความสะอาดกันดีกว่าค่ะ 1. เตารีด เตารีดนั้นมีโอกาสเผชิญกับคราบสีน้ำตาลจากรอยไหม้บนเสื้อผ้า รอยคราบของยางเหนียวๆ ที่เราเผลอรีดทับลงไปโดยไม่รู้ตัว หากไม่ทำความสะอาด รอบหน้าของการรีดก็จะทำให้เสื้อผ้าตัวอื่นสกปรกขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น ลองหันด้านรีดขึ้นมาดูว่ามีรอยสกปรกใดๆ หรือไม่ จากนั้นผสมเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ขัดอย่างเบามือลงไปบนพื้นที่ๆ มีรอยคราบจนหมด จากนั้นเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า รอให้แห้ง แล้วเก็บเข้าที่ตามเดิม 2. รีโมททีวี รีโมททีวีที่ใช้งานอยู่เป็นประจำทุกวันก็ไม่ต่างจากเม้าส์ สิ่งสกปรกจากมือสามารถเข้าไปสะสมอยู่ตามซอกปุ่มของมันได้ง่าย ยิ่งนานวันยิ่งพบว่าความสกปรกเริ่มเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งฝุ่นผงที่เกาะแน่นอยู่ด้วย การทำความสะอาดเพียงแค่ใช้สำลำชุบกับแอลกอฮอล์เช็ดไปตามซอกมุมให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ให้แห้ง เชื้อโรคและฝุ่นผงก็จะถูกกำจัดออกไปได้ 3. แก้วสำหรับใส่แปรงสีฟัน แก้วใส่แปรงสีฟัน ยิ่งใช้ไปนานวันเข้า ยิ่งทำให้สกปรกได้ง่ายขึ้น แถมยังเกิดรอยขุ่นมัวและคราบน้ำที่สะสมจากด้ามแปรงสีฟันที่เปียกทำให้บริเวณด้านก้นแก้วเกิดคราบตะไคร่ พลอยทำให้ก้นแปรงสกปรกตามไปด้วย ดังนั้นทางที่ดีควรหมั่นทำความสะอาดด้วยการล้างเช่นเดียวกับการล้างจาน ตากแดดผึ่งให้แห้งอาทิตย์ละครั้งก็จะช่วยให้แก้วดูเหมือนใหม่และน่าใช้งานได้ต่อไป ที่มา : ชี้ช่องรวย
ข้อดีและข้อข้อจำกัด ของการเช่าสินทรัพย์แบบลิสซิ่ง
ลิสซิ่ง (Leasing) เป็นธุรกิจให้เช่าประเภทหนึ่ง ที่ดำรงธุรกิจโดยการให้เช่า รถยนต์ หรือเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องมือการก่อสร้าง เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์การขนส่ง การคมนาคม ตลอดจนเครื่องมือที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยี โดยผู้ให้เช่ายังคงมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ในขณะที่ผู้เช่าเป็นเพียงผู้ใช้ทรัพย์สินนั้น ๆ และจ่ายค่าเช่าตามระยะเวลาที่ตกลงกัน เมื่อสิ้นสุดสัญญา กรรมสิทธ์ในทรัพย์สินจะเปลี่ยนไปเป็นของผู้เช่าหรือไม่ก็ได้ ตามแต่ข้อตกลง ข้อดีของการเช่าสินทรัพย์แบบลิสซิ่ง คือ 1. ผู้เช่าไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาความล้าสมัยของสินทรัพย์ ทั้งนี้ผู้เช่าสามารถเลือกสินทรัพย์ที่จะเช่าได้ ถ้าระยะเวลาเช่าไม่นานเกินไป 2. เงื่อนไขข้อสัญญาน้อยกว่าสัญญากู้เงิน 3. เป็นการจัดหาเงินทุนเต็มจำนวน เพราะการเช่าไม่ต้องชำระเงินดาวน์ล่วงหน้าและไม่ต้องถูกหักเงินสำรองเหมือนในกรณีกู้เงิน 4. มีภาระผูกพันธ์น้อยในกรณีที่กิจการล้มละลาย กล่าวคือถ้าธุรกิจเกิดล้มละลาย ผู้ให้เช่ามีสิทธิเพียงเรียกเงินค่าเช่าที่ยังคงค้างชำระตามสัญญาเช่าจากผู้เช่า ไม่สามารถฟ้องให้ผู้เช่าล้มละลายได้แต่การกู้เงิน นอกจากเจ้าหนี้จะมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยที่คงค้างชำระแล้วยังสามารถฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลายได้ ถ้าลูกหนี้ไม่มีทางจะชำระคืนหนี้ได้ตามกฎหมาย 5. ประโยชน์ทางด้านภาษี ค่าเช่าสินทรัพย์ถือเป็นค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งที่ธุรกิจสามารถนำไปหักออกจากรายได้ เพื่อคำนวณกำไรสุทธิในการเสียภาษีเงินได้ ส่วนการซื้อสินทรัพย์ ค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจหักได้ คือ ค่าเสื่อมราคา ดังนั้น ถ้าอายุการเช่าน้อยกว่าระยะเวลาที่สินทรัพย์ถาวรนั้นสามารถถูกหักค่าเสื่อมราคาได้ตามกฎหมาย การเช่าสินทรัพย์ถาวรจะได้เปรียบกว่าการซื้อสินทรัพย์ถาวรในเรื่องของภาษี กล่าวคือ ทำให้ธุรกิจเสียภาษีน้อยลง เพราะค่าเช่าสูงกว่าค่าเสื่อมราคา ยกเว้นในกรณีที่ธุรกิจใช้วิธีคิดค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่ง แต่ถ้าเป็นการเช่าที่ดิน ธุรกิจจะได้เปรียบในด้านภาษี […]
ต้องการขอลิสซิ่ง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ลิสซิ่ง (LEASING) คือ อะไร ลิสซิ่ง(LEASING) คือ การเช่า หรือ การให้เช่า สิ่งได้สิ่งหนึ่ง โดยมากจะเป็นการให้สินเชื่อ จากบริษัท เอกชนหรือธนาคารต่างๆ เกี่ยวกับรถทุกประเภท โดยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องเอกเทศสัญญา มี บทบัญญัติเกี่ยวกับซื้อขาย แลกเปลี่ยนให้ เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ฯลฯ แต่ยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับลิสซิ่ง(LEASING)ไว้เป็นการเฉพาะเมื่อ พิจารณาจากรูปแบบของสหรัฐอเมริกา ลิสซิ่ง (LEASING) คือ สัญญา ที่เจ้าของทรัพย์สินรถยนต์ให้บุคคล อีกฝ่ายหนึ่ง ใช้ ประโยชน์จาก รถยนต์นั้นได้ โดยมีเงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่ระบุ ไว้ในสัญญา และ ต้องชำระให้ตรงตามราคาที่กำหนดไว้ หรือเปรียบเทียบ ต้องชำระให้ตรงตามราคาที่กำหนดไว้ เอกสารในการขอ ลิสซิ่ง (LEASING) คุณสมบัติเบื้องต้นของลูกค้า – – เป็นบุคคลธรรมดา อายุ 20 ปี ขี้นไป ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ – – ประกอบอาชีพสุจริต […]
ประโยชน์ของการให้บริการลีสซิ่ง
การเช่าซื้อ ( Hire Purchase ) หมายถึงการที่เจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิ์แก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว การเช่าซื้อต้องทำสัญญาเช่าซื้อเป็นลายลักษณ์อักษร ทางการบัญชีอนุโลมให้ผู้ขายใช้หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปเดียวกันสำหรับการขายผ่อนชำระและการเช่าซื้อ ทั้งนี้เนื่องจากนักบัญชีพิจารณาจาก เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ ( Substance Over Form ) กล่าวคือ ผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อได้ครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นนับตั้งแต่วันที่ตกลงกัน กระบวนการก่อให้เกิดรายได้สำเร็จแล้ว สามารถรับรู้กำไรขั้นต้นในงวดที่มีการขาย การขายแบบการเช่าซื้อสามารถรับรู้กำไรขั้นต้นในงวดที่มีการขาย ในด้านประโยชน์ของการให้บริการลีสซิ่งมีดังนี้คือ 1. สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการใช้สินทรัพย์สประเภททุนโดยเร่งด่วนเพื่อนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการปฏิบัติงาน โดยไม่จำเป็นต้องตั้งงบประมาณการลงทุนไว้ และจัดหาแหล่งเงินทุนจากที่ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้กิจการสามารถผลิตสินค้าออกจำนห่ายได้เพิ่มขึ้นและมีกำไรมากขึ้น 2. ช่วยลดความเสี่ยงในด้านเทคโนโลยีของสินทรัพย์ได้ดีกว่าการซื้อสินทรัพย์นั้นเอง เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องจักร โดยเฉพาะโครงการอุตสาหกรรมขนาดย่อม ขนาดกลางและขนาดเล็ก ตลอดจนธุรกิจที่จัดตั้งใหม่หรือธุรกิจที่มีความต้องการใช้สินทรัพย์ในระยะสั้นๆ หรือต้องการใช้สินทรัพย์ใหม่บริการลูกค้าของตนเสมออาจไม่พร้อมที่จะรับความเสี่ยงในอนาคตจากการล้าสมัยของสินทรัพย์ การทำลีสซิ่งจะช่วยให้กิจการสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิตหรือกระบวนการให้บริการได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าก็สามารถเช่าเครื่องจักรรุ่นใหม่ในการเช่าครั้งต่อไป 3. ผู้เช่ามีสิทธิ์ใช้สินทรัพย์นั้น ๆ ด้วยการจ่ายค่าเช่ารายงวดในอัตราคงที่ที่ไม่สูงเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อสินทรัพย์ประเภททุนนั้นเอง ซึ่งจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากในคราวเดียว ทำให้ผู้เช่าสามารถนำเงินไปใช้ในการลงทุนแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 4. กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ยังคงเป็นของผู้ให้เช่าตลอดอายุสัญญาและเมื่อสิ้นสุดสัญญาผู้เช่ามีสิทธิที่จะตัดสินใจซื้อสินทรัพย์นั้นหรือไม่ก็ได้ 5. การกำหนดค่าเช่าไว้คงที่ตลอดระยะเวลาการเช่าทำให้ผู้เช่าที่มีกระแสรายได้ที่แน่นอนหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะเงินเฟ้อหรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ผู้เช่าจะสามารถทราบค่าเช่าในแต่ละเดือนเป็นจำนวนที่แน่นอนเพราะค่าเช่าจะคำนวณขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่ตายตัวตลอดระยะเวลาของสัญญาเช่า ช่วยให้ผู้เช่าสามารถกำหนดรายจ่ายค่าเช่าให้สอดคล้องกับรายได้จากการใช้สินทรัพย์ที่เช่ามา จัดทำงบประมาณวางแผนเกี่ยวกับกระแสเงินสดและคำนวณต้นทุนการผลิตได้อย่างแม่นยำ 6. […]
สัญญาลิสซิ่ง VS สัญญาเช่าซื้อ ต่างกันอย่างไร
1. เช่าซื้อ คือสัญญาซึ่งเจ้าของทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว สัญญาเช่าซื้อถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ เป็นโมฆะ **ลิสซิ่ง*คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า lease n.,vt., แปลว่า เช่า , สัญญาเช่า , ให้เช่า ข้อที่ 2. การประกอบธุรกิจลิสซิ่ง มีความหมายที่แตกต่างกับที่กล่าวข้างต้นดังนี้ 3. การประกอบธุรกิจลิสซิ่ง เป็นลักษณะของการประกอบธุรกิจให้สินเชื่ออย่างหนึ่งที่มิใช่ให้เป็น *เงิน*แต่เป็นการให้สินเชื่อ เป็นทรัพย์สิน 4. องค์กรทางราชการแห่งหนึ่ง ได้ศึกษาการประกอบธุรกิจลิสซิ่ง ซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากประเพณีปฏิบัติทางการค้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ 4.1 Financial Leasing เป็นการที่ ผู้ประกอบธุรกิจลิสซิ่ง จัดหาทรัพย์สิน มาให้ผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สิน ได้ใช้ทรัพย์สินตามระยะเวลาของสัญญา การประกอบธุรกิจลีสซิ่งรูปแบบนี้จะมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย ผู้ประกอบธุรกิจลีสซิ่ง และ ผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สิน โดยผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สินจะเป็นผู้เลือกว่าตนประสงค์จะใช้ทรัพย์สินที่ผลิตหรือจำหน่าย โดยผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายรายใด และจะเป็นผู้เจรจากับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายทรัพย์สินเกี่ยวกับราคา การชำระราคา การรับประกันภัย […]
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิสซิ่งในประเทศไทย
เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้บัญญัติหลักการเกี่ยวกับสัญญาลิสซิ่งไว้เป็นการเฉพาะ แม้จะมีลักษณะเหมือนกับสัญญาเช่าซื้อ แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ทั้งไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสัญญาลิสซิ่งโดยตรง ซึ่งการบังคับใช้สัญญาลิสซิ่งในปัจจุบัน ศาลจะใช้บทบัญญัติลักษณะ เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับในฐานะที่เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และใช้หลักการตีความสัญญา ทำให้การตีความสัญญาลิสซิ่งมีข้อจำกัด และมีปัญหาในทางปฏิบัติ จึงสมควรกำหนดกรอบ หรือเงื่อนไขที่จำเป็นในการดำเนินการตามสัญญาลิสซิ่ง เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจลิสซิ่ง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ลักษณะ ๕/๑ ลิสซิ่ง มาตรา ๕๗๔/๑ ถึงมาตรา ๕๗๔/๑๗ แห่งพระราชบัญญัติแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะลิสซิ่ง มาตรา ๕๗๔/๑ อันว่าลิสซิ่งนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือเป็นผู้จัดหาทรัพย์สิน เรียกว่าผู้ให้เช่าลิสซิ่ง นำทรัพย์สินออกให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้เช่าลิสซิ่ง ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น ด้วยการชำระค่าเช่า ในการใช้หรือการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินตามเวลาที่ระยะเวลาที่ตกลงกัน โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว ผู้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิในการเลือกซื้อทรัพย์สิน […]
ซื้อขาย-เช่าทรัพย์-เช่าซื้อ-ลิสซิ่ง
ในการดำรงชีวิตประจำวัน และในการทำธุรกิจค้าขาย ส่วนมากเราจะคุ้นเคยกับคำว่าซื้อขายและเช่า จนมีประโยคที่พูดแบบประชดประชันว่า ไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหน บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ที่เห็นกันส่วนใหญ่คือ เช่าสำนักงานสำหรับการประกอบธุรกิจ ส่วนเช่าซื้อก็เริ่มเป็นที่คุ้นเคยไม่แพ้คำว่าเช่า ถึงแม้จะมีความสับสนกันอยู่บ้างระหว่างการผ่อนชำระค่าสินค้า หรือชำระเงินกู้ค่าซื้อบ้าน แต่ที่นิยมแพร่หลายคือการเช่าซื้อรถยนต์ ในระยะหลังมีธุรกิจเริ่มนิยมกันมากขึ้นคือการทำธุรกิจลิสซิ่ง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ลิสซิ่งคืออะไร เหมือนหรือไม่เหมือนกันกับการเช่า เช่าซื้ออย่างไรมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องซื้อขาย เช่า เช่าซื้อ และลิสซิ่ง กันเลย 1. ซื้อขาย (SALE) ซื้อขายคือสัญญาประเภทหนึ่ง ที่บุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งที่เรียกว่า ผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อตกลงใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย เช่น ตกลงซื้อรถยนต์คันละ 1 ล้านบาท เมื่อจ่ายเงิน 1 ล้านบาทให้เจ้าของ เจ้าของก็โอนรถยนต์คันนั้นให้ผู้ซื้อ แต่ก็มีบางกรณีคือโอนทรัพย์สินที่ให้แล้ว อาจมีเงื่อนไขจ่ายค่าสินค้าเป็นงวดๆ ก็ได้ หรือในกรณีซื้อบ้าน เจ้าของบ้านโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินให้แล้ว ผู้ซื้อบ้านนำบ้านนั้นไปจำนองธนาคาร เพื่อกู้เงินจ่ายเงินค่าบ้านและที่ดินให้เจ้าของโครงการ และเจ้าของบ้านผ่อนเงินกู้กับธนาคารอีกทอดหนึ่ง 2. เช่าทรัพย์(Hire of Property หรือ Rent) เป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่บุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ให้เช่าตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งได้ใช้ […]
ธุรกิจลิสซิ่งตัวช่วย หนุนธุรกิจ SME
ธุรกิจลิสซิ่งเป็นธุรกิจที่ให้บริการจัดหาเงินทุน เพื่อซื้อทรัพย์สิน โดยมากผู้เช่าจะเป็นผู้จัดหาและตกลงราคาของทรัพย์สินนั้นกับผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ผลิตโดยตรง แล้วจึงหาแหล่งเงินในการจัดซื้อทรัพย์สินซึ่งหมายถึง การจัดหาผู้เช่า ซึ่งปกติจะเป็นบริษัทลิสซิ่ง เมื่อหาผู้เช่าให้บริษัทลิสซิงแล้ว บริษัทจะทำการซื้อทรัพย์สินที่ผู้เช่าต้องการโดยคิดค่าเช่าจากผู้เช่าตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนดไว้ ขั้นตอนการเช่าซื้อ ขั้นตอนการเช่าซื้อมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ ลูกค้าที่มาเช่าซื้อ (Prospective Hire) เจ้าของสินค้าหรือผู้มาติดต่อ (Dealer) และบริษัทการเงิน (Finance) โดยสัญญาเช่าซื้อทำขึ้นระหว่างลูกค้า (ผู้เช่าซื้อ) กับบริษัทการเงิน (ผู้ให้เช่าซื้อ) ขั้นตอนการเช่าซื้อสรุปได้ดังนี้ 1. ผู้เช่าซื้อชำระมูลค่าสินค้าบางส่วน (Down Payment) ให้แก่ผู้ขายสินค้า 2. ผู้ขายสินค้าจะแจ้งเพื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทธุรกิจเช่าซื้อ โยที่ลูกหนี้สินเชื้อเช่าซื้อคือลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อ 3. บริษัทธุรกิจเช่าซื้อจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เช่าซื้อ เพื่อตกลงทำสัญญาเช่าซื้อ 4. บริษัทจะเป็นผู้ชำระค่าสินค้าที่เหลือให้กับผู้ขายสินค้า จากนั้นสภาพหนี้จะตกอยู่กับผู้เช่าซื้อทันที โดยเจ้าหนี้คือบริษัทธุรกิจเช่าซื้อ 5. บริษัทธุรกิจเช่าซื้อทำประกันอุบัติภัยกับบริษัทประกันภัย โดยผู้เช่าซื้อชำระค่าเบี้ยประกันเอง การกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อลดความเสี่ยงของบริษัท เพราะตราบใดที่ผู้เช่าซื้อยังชำระหนี้ไม่ครบตามจำนวน กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังคงเป็นของบริษัทธุรกิจเช่าซื้ออยู่เสมอ 6. ขั้นตอนสุดท้ายคือ การผ่อนชำระหนี้ของผู้ผู้เช่าซื้อกับบริษัทธุรกิจเช่าซื้อตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สำหรับ SME มีความจำเป็นต้องใช้บริการจากกลุ่มลิสซิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร รถยนต์ อุปกรณ์สำนักงานต่าง […]
วิเคราะห์ความเป็นไปในการดำเนินธุรกิจลิสซิ่ง
ลักษณะทั่วไปของการประกอบธุรกิจลิสซิ่งในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่มักจะดำเนินกิจการทั้งด้านเช่าซื้อ สินเชื่อระยะยาว สินเชื่อแฟคเตอริ่ง และการให้เช่ารถยนต์และรถเชิงพาณิชย์ เช่น รถเครน เป็นต้น ซึ่งมีสินค้าหลักได้แก่ รถยนต์ทุกประเภทและเครื่องจักรโรงงาน รวมถึงอุปกรณ์ในการประกอบอุตสาหกรรม การประกอบธุรกิจในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาติจากกระทรวงพาณิชย์ ส่วนการทำธุรกิจเช่าซื้อจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จุดแข็งของธุรกิจลิสซิ่ง มีการจัดการบริหารที่ดีของบริษัทมีการทำงานเป็นระบบ มีขั้นตอนและแบบแผนทำให้เกิดการพัฒนา ความหลากหลายของบริการที่ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการมากขึ้น การจัดแคมเปญต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการที่มากขึ้น จุดอ่อนของธุรกิจลิสซิ่ง มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ทำให้ผลกำไรที่ควรจะได้นั้นลดลงเนื่องจากภาวะการแข่งขัน สำหรับโอกาสความต้องการใช้รถยนต์ในการดำรงชีวิตหรือประกอบธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต อีกทั้งกลุ่มธนาคารค่อนข้างเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจลิสซิ่ง และการเข้ามาของห้างค้าปลีกในเครือ จะทำให้มีการค้าขายกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจลิสซิ่ง ส่วนในด้านอุปสรรคนั้น การเข้ามาใหม่ของธุรกิจต้องใช้เงินทุนที่คาอนข้างสูง หากหวังที่แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิม อีกทั้งยังมีมิจฉาชีพหากินกับธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อธุรกิจได้ แนวโน้มของธุรกิจลิสซิ่งในอนาคตมีโอกาสเติบโตไม่สูงมาก แต่ยังพอประคับประคองไปได้โดยอาศัยความสะดวก และความรวดเร็วในการขอรับสินเชื่อท่ามกลางความเข้มงวดในการอนุมิติสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ แต่จากการประเมินของทีมวิจัยพบว่าการเริ่มธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหม่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะปัจจัยด้านเงินทุน และกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ อีกทั้งธุรกิจประเภทนี้ต้องระวังในเรื่องการแข่งขันภายนธุรกิจ และการค้างชำระหนี้ของลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่มา : center.kkmuni.go.th
5 ประกันภัย ที่ควรมีบนเส้นทางธุรกิจ
ในการทำธุรกิจผู้ประกอบการต้องเผชิญกับอุปสรรครูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ การทำประกันภัยจึงเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้น การประกันภัย เป็นการโอนความเสี่ยงภัยของธุรกิจคุณไปไว้กับบริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้สินไหมแทนตามที่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงสามารถสบายใจไปได้ว่าเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ธุรกิจของคุณจะยังดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด 5 ประกันภัย ที่ควรมีบนเส้นทางธุรกิจ ประกันอัคคีภัย ประกันอัคคีภัยเป็นประกันภัยที่มีความนิยมในหมู่ผู้ประกอบการมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องดำเนินงานในสำนักงาน เช่น โรงงาน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือธุรกิจเล็ก ๆ เพราะการเกิดเพลิงไหม้ จะส่งผลให้มีความเสียหายมากมาย ทั้งทรัพย์สิน และเอกสารสำคัญ ๆ การทำประกันอัคคีภัยจึงเหมาะสมที่สุดแล้ว ที่ต้องมีในเส้นทางธุรกิจ 2. ประกันภัยโจรกรรม หากธุรกิจที่คุณทำอยู่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับของมีค่า เช่น ธุรกิจจิวเวลรี่ และห้างทอง การไม่ทำประกันภัยโจรกรรม ดูเหมือนจะเสี่ยงเกินไป เพราะของมีค่านั้นล่อตาล่อใจมิจฉาชีพนัก และผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถตรวจสอบดูแลสินค้าของตนเองได้ตลอดเวลา การทำประกันภัยโจรกรรมจึงช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจเหล่านี้ได้ดีที่สุด 3. ประกันภัยทางทะเล ประกันภัยทางทะเล แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ 1. การประกันภัยตัวเรือ คุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ภัยจากลมพายุ, เรือเกยตื้น, เรือชนกัน, เรือชนหินโสโครก และยังหมายความรวมไปถึงการประกันค่าระวางด้วย […]
ประกันภัยกลุ่มดีอย่างไรกับธุรกิจ SME
ประกันภัยกลุ่มเป็นการรับประกันภัยสำหรับบุคคลหลายคนในกรมธรรม์ฉบับเดียว โดยทั่วไปบริษัทต่าง ๆ จะมีการทำประกันภัยกลุ่ม ให้กับลูกจ้าง เพื่อเป็นสวัสดิ์การจากบริษัท และเสริมคุณภาพชีวิตให้ลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างจะเป็นคนถือกรมธรรม์หลัก ส่วนลูกจ้างจะได้รับเอกสารที่เรียกว่า ใบรับรอง ไว้เป็นหลักฐาน ในปัจจุบันผู้ประกอบการอาจมองว่าการทำประกันภัยกลุ่ม เป็นต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น เพราะเบี้ยประกันที่บริษัทต้องทำการจ่ายทุกปี คือต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ แต่ถึงแม้ว่าประกันภัยกลุ่มจะถูกมองว่าเป็นภาระทางต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ก็มีหลายบริษัท ที่เลือกทำประกันภัยกลุ่มให้ลูกจ้าง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และช่วยทำให้ลูกจ้างมีความรักองค์กรมากขึ้นอีกด้วย มาดูกันว่าการทำประกันภัยกลุ่ม ให้อะไรนายจ้าง และลูกจ้าง บ้าง ประโยชน์ต่อนายจ้าง ประโยชน์ต่อลูกจ้าง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร สร้างหลักประกัน ทำให้ลูกจ้างรู้สึกมีความมั่นคงในชีวิต ช่วยวางแผนการเงินจากอัตราเบี้ยประกันที่แน่นอน ลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อยามเจ็บป่วย หรือต้องเข้าโรงพยาบาล การทำประกันภัยกลุ่มช่วยลดหย่อนภาษี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การทำประกันภัยกลุ่มให้ลูกจ้าง เป็นสวัสดิ์การที่นอกเหนือจากประกันสังคม สามารถสร้างทัศนคติที่ดีที่ดีต้อนายจ้างได้เป็นอย่างดี ในแง่ของการดูแลเอาใจใส่พนักงาน ในส่วนของความกังวลด้านต้นทุนที่สูงขึ้นนั้น ปัจจุบันมีกรมธรรม์ที่ราคาเหมาะสมกับผู้ประกอบการ SME หลากหลาย ผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกกรมธรรม์ที่สอดคล้องกับความต้องการและความสามารถในการชำระเบี้ยประกันได้
ประกันภัยธุรกิจ กับการก่อการร้าย
เรื่องการก่อการร้ายไม่ว่าประเทศไหนก็เคยประสบปัญหานี้ทั้งนั้นรวมถึงในประเทศไทยเองก็พบกับความไม่สงบทางการเมือง หรือปัญหาชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง ทำให้กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้ที่ทำธุรกิจต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะกระทบต่อธุรกิจ หรือหาหลักประกันในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ประกันภัยการก่อการร้าย เป็นกรมธรรม์ที่น่าสนใจในการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ประกันภัยการก่อการร้ายครอบคลุมลักษณะความวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้น อาทิ การปฏิวัติ ภัยทางการเมือง เป็นต้น เพิ่มความอุ่นใจในการดำเนินธุรกิจช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ การดำเนินกิจการสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและเสถียรมากขึ้น ทุกวินาทีตั้งแต่นี้ไป ความปลอดภัย ความเสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือของธุรกิจคุณ หากเกิดความไม่มั่นคงตามเหตุการณ์ที่ไม่สงบ ก็จะส่งผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหรืออาจถึงขั้นปิดกิจการได้ โดยที่ประเทศอื่น ๆ ต่างได้รับผลกระทบกันบ้างแล้ว เมื่อขาดวิธีป้องกันจะเกิดความเสียหายมูลค่าหลักล้านเป็นภาพรวมของประเทศ ประกันภัยการก่อการร้ายจึงเหมาะที่จะเป็นหลักประกันความมั่นใจให้ธุรกิจทำงานอย่างต่อเนื่องและ ช่วยแบ่งเบาภาระให้คุณไปจัดสรรส่วนสำคัญอื่น ๆ เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจต่อไป ที่มา : www.aus.co.th


