5 จังหวะดนตรีส่งผลต่อการทำงานของเราอย่างไร
หากกล่าวถึงเสียงเพลงกับการทำงาน บางครั้งภาพด้านความบันเทิงและท่วงทำนองของดนตรีที่สวยงามอาจจะดูไม่เข้ากับการทำงานที่ดูเป็นเรื่องที่จริงจัง ทว่าจากการศึกษาของไมนด์แล็บ อินเตอร์เนชันแนล (Mindlab International) เมโลดี้ที่เรียงร้อยผ่านตัวโน๊ตกลับส่งผลต่อการทำงานทางอ้อมชนิดที่เราคาดไม่ถึงกันด้วย เพราะจากการศึกษาบุคลิกของคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงในเวลาทำงานนั้น สามารถแบ่งกลุ่มดนตรีออกได้เป็น 5 กลุ่มดนตรีที่แตกต่างกัน และส่งผลไปสู่การทำงานได้อย่างน่าประหลาดใจ มาเปิดแผ่นเสียงเริ่มบรรเลงท่วงทำนองกันเลย … 1.เสียงเบสทุ้มๆ เพิ่มพลังการทำงานให้ดียิ่งขึ้น จากงานวิจัยพบว่า เพลงที่มีเสียงเบสเป็นเสียงหลักในการเดินเรื่องราวของทำนองและมีจังหวะที่หนักแน่นของเครื่องดนตรีชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นให้คุณมีพลังระหว่างการทำงาน และสร้างอารมณ์ที่สนุกโดยเฉพาะงานด้านความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกับคำแนะนำว่า ดนตรีที่มีเสียงเบสหนักๆ ควรฟังก่อนเริ่มต้นการประชุมเพื่อสร้างความมั่นใจและความฮึกเหิม แต่ข้อเสียของเสียงเบสหนักๆ ก็อาจจะทำให้ผู้ฟังเสียสมาธิ และทำให้เกิดความ ไม่รอบคอบในการทำงานเกิดขึ้น 2. เพลงบรรเลงที่ใช้เพลงเมโลดี้เรียบๆ และไม่มีเนื้อเพลง เพลงบรรเลงรูปแบบนี้ถูกค้นพบว่า จังหวะเพลงจะช่วยให้คนทำงานมีสมาธิ และเหมาะกับงานที่ต้องนั่งทำเป็นระยะเวลายาวนาน แต่ต้องไม่มีความซับซ้อน เนื่องจากจังหวะเพลงมีเพียงเมโลดี้คอยขับกล่อมผ่านท่วงทำนองเรียบๆ ไม่มีเนื้อร้อง ซึ่งดนตรีในรูปแบบนี้ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกสงบมากขึ้น 3. ดนตรีคลาสสิคท่วงทำนองสวยงาม ความคลาสสิคของดนตรีชนิดนี้มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อผลจากงานวิจัยพบว่า ดนตรีคลาสสิคนั้นจะช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายและทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง รวมถึงช่วยชะลอความดัน และลดความเครียดในการทำงาน ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้ถูกทดลองนำไปใช้กับนักเรียนที่ต้องเผชิญกับความกดดันสูงอย่างนักเรียนพยาบาลเพื่อช่วยลดภาวะดังกล่าว นอกจากนี้แนวดนตรียังเหมาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก รวมถึงด้านการแพทย์ที่อาจช่วยลดความเครียดในช่วงปฏิบัติงานด้วย […]


