ผู้นำกับการตัดสินใจ : สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์
โลกที่พวกเราอาศัยอยู่กันทุกวันนี้ ดูทำท่าว่าจะวุ่นวายหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความที่อยากจะมีอำนาจ แย่งชิงทรัพยากรกันอย่างไม่เคยรู้จักกับคำว่า “พอเพียง” ทุจริตคดโกง เอารัดเอาเปรียบใครได้ก็รู้สึกว่าตัวเองเก่ง มีปัญญาล้ำเลิศกว่าเพื่อน บ้านเมืองไทยของเราก็ดูจะไม่แตกต่างไปจากประชาคมโลกสักเท่าใดนัก พอเราเปลี่ยนผู้นำทีหนึ่งก็มักจะมีการกล่าวอ้างให้ร้ายป้ายสีกันถึงความไม่ชอบมาพากลดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีทั้งที่จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ยังกำลังตรวจสอบกันอยู่บ้างก็มี แต่ผู้ถูกกล่าวหานั้นก็มักจะสะบักสะบอมไปทั้งตัวแน่นอนอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบแน่ชัด แต่บางคนแม้ผลการตรวจสอบจะยังไม่ออกมา ลักษณะบุคลิกภาพของบางท่านมันก็ส่อแววมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็มีอยู่บ้างในบางคนและบางสถานการณ์ และนี่แหละครับคือปัญหาและความยากลำบากของผู้นำในการที่จะชี้ขาดตัดสินใจลงไปว่าจะดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ อย่างไร เพราะสภาพสังคมไทยเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ซึ่งมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ อะไรที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ก็มักจะช่วยเหลือกัน ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่พอมาเกิดเรื่องมีปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตคดบ้านโกงเมืองหรือความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ จนเป็นข่าวคราวเอิกเกริกกันใหญ่โต จะยังมาใช้ระบบอุปถัมภ์กันโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เห็นทีคงจะไม่ได้ ผู้นำหลายคนจึงมักมีอาการ “อีหลักอีเหลื่อ” แล้วเราก็มักจะไม่ค่อยได้ฝึกให้ผู้คนรู้จักในเรื่องของการตัดสินใจมาตั้งแต่เด็ก มักจะถูกฝึกให้คอยสังเกตสัญญาณว่าผู้ใหญ่จะเอาอย่างไรในเรื่องนั้น ๆ มากกว่า พอมาเป็นผู้ใหญ่ที่จะต้องตัดสินใจเองเข้าจริง ๆ จึงเกิดอาการดังกล่าว ผมคิดว่าแนวทางการตัดสินใจของผู้นำที่ดีในยุคปัจจุบันนี้จึงควรต้องตระหนักให้รอบคอบเพราะหากไม่เช่นนั้นแล้วการตัดสินใจเกิดผิดพลาดขึ้นมา มันจะทำให้อนาคตของการเป็นผู้นำของท่านดับวูบลงได้ในชั่วพริบตา ตัวอย่างในเมืองไทยก็มีให้ได้พบได้เห็นกันอยู่มากมายหลายท่าน ผมจึงอยากนำเสนอเป็นข้อพิจารณาในการตัดสินใจโดยอาศัยหลักปัจจัยและองค์ประกอบซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธได้เลย เป็น 3 ประการ ดัวยกัน คือ ประการแรก “Legal Mechanism” หลักการนี้ผู้นำควรพิจารณาและตรวจสอบดูก่อนว่าถ้ามีเหตุการณ์ใด […]


