NFIเดินหน้ายุทธศาสตร์หนุนSMEใหม่
คุณยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ได้เปิดเผยในรายการตอบโจทย์SMEว่า หน้าที่ของสถาบันอาหารคือ การให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับธุรกิจอาหาร เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้การอบรมบุคลากร รวมถึงหากผู้ประกอบการต้องการไปต่างประเทศทางสถาบันจะช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มเติม ทั้งเชิงวิชาการ และวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ บทบาทของสถาบันคือต้องทำงานร่วมกันกับอาเซียนถึงจะไปสู่ระดับโลก เพื่อให้สินค้าของไทยไปสู่ทั่วโลก สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้คือ การที่นำอาหารไทยสู่ตลาดโลกต้องมีการสร้างเรื่องราว สร้างคุณค่าให้เกิดความต้องการ เช่น หากทำสเต็กแบบฉบับฝรั่งก็ควรใส่วัตถุดิบของไทย อย่างพริกไทยดำของไทย เป็นต้น และต้องทำแพ็กเกตให้ทานง่าย เพิ่มรูปลักษณ์หน้าตาให้น่าทาน นอกจากนี้ อาฮาลาลยังคงเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะกับเอเชีย อาทิ เออีซีครึ่งหนึ่งเป็นมุสลิม และทั่วโลกคิดเป็น1,700 ล้านคน คิดเป็น20-25% โดยคาดว่าอีก10ปีข้างหน้าจะโตถึง2,200 ล้านคน แต่ยังขาดผู้ผลิตอาหารฮาลาล โดยประเทศไทยมี2ระบบคือ 1. ฟูดส์วาเล่ เป็นภูมิภาคที่ผลิตอาหารป้อน อาทิ ภาคเหนือ ภาคอีสานเป็นแหล่งพืชผักผลไม้ ภาคใต้เป็นแหล่งของปลา เป็นต้น แต่ต้องปรุงตามวิถีของฮาลาล ซึ่งสถาบันอาหารจะเข้ามาให้ข้อมูล ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 2.ขบวนการตรวจสอบของอาหารฮาลาล ทั้งขั้นตอนต่างๆในโรงงาน กรรมวิธีการผลิต และจัดอบรมให้บุคลากรในสายการผลิต ที่ผ่านมาทางสถาบันได้รับงานวิจัยในการศึกษาตลาดฮาลาลในอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้ทราบว่าเฉพาะในตลาดอินโดนีเซียที่มีประชากร200ล้านคนทำให้เล็งเห็นว่าไทยควรเจาะตลาดประเทศที่ไม่ต้องมีขนาดใหญ่มากนัก การทำงานบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ ทางสถาบันได้ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการนำงานวิจัยมาต่อยอดเพื่อผู้ประกอบการให้ออกมาเชิงพาณิชย์ […]


