รศ.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เปิดเผยในรายการตอบโจทย์SMEว่า จากที่รัฐลงทุนไปแสนกว่าล้านเมื่อ14ปีที่แล้ว ปัจจุบันสามารถงอกเงยได้มากกว่าสองแสนกว่าล้านบาท ซึ่งต้องชมเชยหมู่บ้าน 79,215หมู่บ้านโดยมีแต่ละหมู่บ้านจะมี1กองทุน และปัจจุบันกำลังมีหมู่บ้านเกิดขึ้นอีกประมาณ200กองทุน โดยหมู่บ้านใหม่ก็สามารถเข้าถึงกองทุนหมู่บ้านได้เพียงแต่ต้องรวมกันเป็นสมาชิก มีคณะกรรมการซึ่งจะมีวาระมีความรู้ว่าชุมชนต้องการอะไร มีการจัดอบรม จัดร่างระเบียบ และจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือและจะนำเรื่องราวเสนอมาที่กองทุนหมู่บ้านเป็นขั้นตอนต่อไป ส่วนการที่กองทุนหมู่บ้านที่ได้ทำการประเมินหมู่บ้าน โดยแบ่งเป็น3ระดับ คือ ดีมาก(A) ดี(B) ปานกลาง/พอใช้(C)และต้องปรับปรุงแก้ไข(D)และในการสำรวจปี2554พบว่าหมู่บ้านดีมากนั้นมี20-30% ระดับดี 40-50% ระดับพอใช้ปานกลาง20% นายกรัฐมนตรีจึงได้เรียกทางสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อหารือหาแนวทางในการจัดยาให้แต่ละชุมชนเนื่องจากแต่ละชุมชนมีความถนัด มีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน จึงได้จัดโครงการกองทุนวงเงิน4หมื่นล้าน(มาตรการ4หมื่นล้าน)และได้ร่วมมือกับธนาคารรัฐ2แห่ง แห่งละ2หมื่นล้านบาท ซึ่งเริ่มโครงการมาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2558 มีอายุ2ปี และได้มีกองทุนยื่นสมัครเพื่อขอเข้าร่วมโครงการ4หมื่นล้าน เพื่อนำไปต่อยอดของสินค้าชุมชน หรือการดำเนินชีวิตในหมู่บ้าน ทั้งสิ้น3,000กว่าโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นการตอบรับที่ดีมาก นอกจากนี้ ในปี2546เป็นต้นมา ได้มีการประเมินนั้น ซึ่งได้เพิ่มล้านที่2เพื่อให้หมู่บ้านที่อยู่ในกลุ่มดีถึงดีมาก และกลุ่มที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา รวมถึงกลุ่มซีที่ยังมีข้อบกพร่องใน20ตัวชี้วัด หากสามรารถแก้ได้ก็สามารถรับเงินล้านที่2ได้ โดยจะได้นำเงินกองทุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อในวงเงิน18,000ล้านบาท ซึ่งหนึ่งที่ รศ.นที ฝากไว้คือ ถ้าประธานชุมชนนั้นๆเข้มแข็ง ชุมชนก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย