กรมชลจัดตั้งกรรมการติดตามวิเคราะห์และวางแผนการใช้น้ำ
คุณสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายบำรุงรักษา กล่าวว่า ปีนี้ค่อนข้างวิกฤตเนื่องจากฝนมีปริมาณน้อย ค่าฝนเฉลี่ยต้องแต่ต้นปีถึงวันที่5 กรกฎาคม ต่ำถึง30% ซึ่งเกิดจากจากการผันแปรของปริมาณฝน ถือว่ารุนแรง ส่งผลให้33เขื่อนในประเทศไทยมีปริมาณน้ำน้อย ส่วนเรื่องนโยบายการจัดการน้ำ ซึ่งต้องดูปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งมอบหมายให้คุณทองเปลว กองจันทร์ เป็นผู้วิเคราะห์ และบริหารเป็นระยะๆ เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผน ซึ่งมีหลักการวิเคราะห์ว่าหากฝนทิ้งช่วงนานถึงจะส่งน้ำจากกรมชลประทานมาเกื้อหนุนเพื่อให้ประชาชนได้อุปโภคบริโภค คุณทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่อง22จังหวัด ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จาก10หน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคณะการวางแผนปลูกพืชฤดูแล้ง จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยชุดนี้จะมีการประชุมต่อเนื่องในเดือนตุลาคมทุกๆปี ซึ่งแผนปลูกพืชและแผนน้ำต้องเสร็จสิ้นวันที่1พฤศจิกายน เนื่องจากเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูแล้งโดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ไปสิ้นสุดวันที่30เมษายน และต้องทำงานเชื่อมโยงกัน


