กลยุทธ์ในการบริหารองค์กรให้แข็งแกร่ง
หลังจากที่ได้เผยได้เผย 3 กลยุทธ์ในการบริหาร ได้แก่ 1. มองความเคลื่อนไหวรอบข้าง 2.คิดมุมกลับ และ 3. อย่าวูบวาบตัดสินใจหากไม่ม่ข้อมูลสนับสนุน ในวันนี้เราจะมาต่ออีก 3 กลยุทธ์ที่ผู้บริหารจำเป็นต้องรู้และควรฝึกฝนไว้ให้เป็นนิสัยติดตัวดังนี้ ….. 4. วางกำลังพลให้เหมาะสม เมื่อถึงขั้นตอนสั่งงาน เราควรเลือกทีมให้เหมาะกับงาน ทั้งในด้านเนื้อหา ความยากง่่าย หรือแม้แต่ปริมาณ ไม่ควรปล่อยให้พนักงานคนใดคนหนึ่งทำงานมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผลงานออกมาไม่ดีนัก ดังนั้นเราจึงควรแบ่งงานให้ลูกทีมตามความเหมาะสมทั้งด้านความสามารถและจำนวนคนในทีมนั้นๆ นอกจากนี้เราควรคอยสนับสนุนให้ความช่วยเหลือเมื่อลูกทีมต้องการ อาจเป็นการให้คำแนะนำหรือหาคนมาเสริมทีมหากจำเป็น 5. ปรับแนวทางการดำเนินงานให้ทันท่วงที เมื่อลูกทีมปฎิบัติงานไปสักพักก็ควรมีการประชุมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อว่าหากเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นก็จะแก้ไขได้ทันท่วงที และควรใช้โอกาสนี้ปรับแผนงานบ้าง เพราะไม่มีทางที่แผนงานซึ่งวางไว้แต่ต้นจะไม่มีจุดบกพร่องใดๆ ยังไม่นับรวมการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในส่วนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดการดำเนินงาน นอกจากจะระดมสมองแก้ไขปัญหาแล้ว เราควรสังเกตลูกทีมว่าต้องการให้ช่วยสิ่งใดบ้างไหม บางครั้งลูกทีมอาจไม่รู้ตัวหรือไม่คิดว่าสิ่งเหล่านั้นมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง เราจึงต้องใช้ทักษะความเป็นผู้นำแนะแนวทาง และเพราะเราเป็นผู้บริหารซึ่งมีหน้าที่มองภาพรวม หากมีสิ่งใดไม่เข้ารูปเข้ารอยแล้วละก็ จัดการแก้ไขให้เป็นไปตามแนวทางที่เคยวางไว้ หรืออาจต้องปรับแผนบ้าง หากแผนเดิมไม่เวิร์กนัก 6. เป็นผู้นำทางความคิดให้ลูกทีม การที่ทีมจะทำงานเข้าขากันได้ดีนั้นต้องเริ่มจากตัวลูกทีมควรมีทัศนคติและมุมมองไปในทางเดียวกัน ดังนั้นผู้บริหารควรสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกทีมกล้าคิดกล้าแสดงออก และสร้างทัศนคติที่ดีเสริมเข้าไปด้วย เพื่อว่าพวกเขาจะกล้าออกความแสดงความคิดเห็นต่อมุมมองหรือเสนอไอเดียการแก้ปัญหาต่างๆ ออกมาในที่ประชุม […]


