Other
ร็อคเก็ตสเกต ทางเลือกการเดินทางในเมือง
ร็อคเก็ตสเกต (RocketSkates) คือรองเท้าสเกตไฟฟ้าที่ทำให้ผู้ใช้เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความเร็วสูงสุด 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทางบลูทูธ เว็บไซต์บิซิเนสวีค รายงานว่า ร็อคเก็ตสเกตใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยผู้ใช้สามารถสวมร็อคเก็ตสเกตเข้ากับรองเท้าได้เลย ไม่ต้องถอดรองเท้าออกก่อนเพื่อใส่รองเท้าสเกตเหมือนรองเท้าทั่วๆไป การควบคุมร็อคเก็ตสเกต หากผู้ใช้เอนตัวไปด้านหน้ารองเท้าก็จะเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และหากเอนไปด้านหลังก็จะเคลื่อนตัวไปด้านหลัง ซึ่งล้อเล็กๆตรงส้นเท้าจะทำให้เกิดการ ทรงตัว หากต้องการเบรกก็แค่กดส้นเท้าลง ทั้งนี้การใช้งานร็อคเก็ตสเกตต้องอาศัยการฝึกฝน เพราะรองเท้าสเกตไฟฟ้านี้ไม่ได้บาลานซ์หรือทรงตัวด้วยตัวเอง ร็อคเก็ตสเกตยังสามารถสื่อสารกับร็อคเก็ตสเกตคู่อื่นและสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ผ่านบลูทูธ โดยแอพพลิเคชั่นจะทำให้ผู้สวมใส่บันทึกเส้นทาง, สมรรถนะ, แบตเตอรี่พาวเวอร์ และสื่อสารกับเพื่อนๆได้ ผู้คิดค้นร็อคเก็ตสเกต มองว่ารองเท้าไฟฟ้านี้เป็นทางเลือกในการเดินทางในเมืองที่มีฟังก์ชั่นอเนกประสงค์, ปลอดภัย และสะดวกสบาย ด้วยความเร็วสูงสุด 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ใช้ไม่ต้องหาที่จอดรถหรือเก็บรองเท้าสเกตนี้เมื่อไม่ได้ใช้ นอกจากนั้นยังสามารถสวมใส่รองเท้าสเกตไฟฟ้านี้เวลาเดินหรือขึ้นบันได เนื่องจากล้ออยู่ด้านข้างรองเท้า ไม่ได้อยู่ด้านใต้เท้า ปีเตอร์ เทรดเวย์ (Peter Treadway) ผู้คิดค้นร็อคเก็ตสเกตมองว่ารองเท้านี้เหมาะสมกับการใช้งานในมหาวิทยาลัยและสิ่งแวดล้อมในเมือง โดยใช้ในสถานที่ที่คนแค่ต้องการออกไปข้างนอกโดยไม่อยากขับรถ สำหรับราคาของร็อคเก็ตสเกตขึ้นกับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และสี ซึ่งรุ่นอาร์หก ร็อคเก็ต เรด ราคา 499 เหรียญสหรัฐ ใช้งานได้ 45 […]
เลือกกินอาหารต้านการอักเสบอย่างไร ?
อาหารต้านการอักเสบมีลักษณะใกล้เคียงกับอาหารเมดิเตอเรเนียน ซึ่งเน้นองค์ประกอบที่ดี ของอาหารต่อไปนี้ กินผักและผลไม้มากไว้ก่อน เพราะผักและผลไม้อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร สารแอนติออกซิแดนท์ (แคโรทีนอยด์ วิตามินซี และวิตามินอี ซีลีเนียม) และสารพฤษเคมีที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นระยะของร่างกายสามารถช่วยต้านการอักเสบได้ โดยเลือกผักและผลไม้ที่มีสีเข้มสด สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง ดังนั้นควรกินอาหารหมวดนี้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน ซึ่งเทียบเท่ากับ 2 ถ้วยตวงครึ่ง – 3 ถ้วยตวงหรือ 5-6 อุ้งมือเล็ก โปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น อาหารทะเล โดยเฉพาะปลาทะเลซึ่งเป็นแหล่งของกรดโอเมกา 3 เนื้อไก่ไร้หนังไร้มัน ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ถั่วต่างๆ น้ำมันและไขมัน เลือกใช้น้ำมันหรือไขมันที่ดี เช่น กรดโอเมกา 3 ที่มีมากในปลาทะเล เมล็ดแฟล็กสีด น้ำมันคาร์โนล่าและเมล็ดทานตะวัน กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแห่นงเดียว ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีมากในน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา […]
ขอชื่นชม รปภ. ยืนเฝ้ารถอยู่นานหลังลูกค้าเปิดกระจกรถทิ้งไว้
ขอชื่นชม รปภ. ยืนเฝ้ารถอยู่นานหลังลูกค้าเปิดกระจกรถทิ้งไว้ (9ต.ค.) กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันแชร์และชื่นชมอย่างมาก หลังแฟนเพจเฟซบุ๊ค เครือข่ายระวังภัย ได้มีการแชร์เรื่องราวน่าประทับใจที่เกิดในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งทางแฟนเพจระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา มีลูกค้าท่านหนึ่งลืมปิดกระจกรถ แล้วจอดรถทิ้งไว้ที่ลานจอดรถบนอาคาร ชั้น G ฝั่งโรบินสัน ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ขณะนั้นมี รปภ.ของห้าง ชื่อนายบุญจันทร์ หิมะคุณ อายุ 30ปี สังเกตุเห็นว่ามีลูกค้าลืมปิดกระจกรถทิ้งไว้ เป็นเวลานาน รปภ.ท่านนี้จึงยืนเฝ้ารถคันดังกล่าว เพื่อรอให้เจ้าของรถกลับมา พร้อมประสานทางห้างให้เร่งประชาสัมพันธ์ทันที ทางศูนย์การค้า จึงประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาเจ้าของรถ จนกระทั่งลูกค้าได้กลับมาที่รถและตรวจสอบทรัพย์สินร่วมกัน ซึ่งไม่มีทรัพย์สินใดๆสูญหาย น่าชื่นชมคุณ รปภ. คนนี้มาก ๆ ค่ะ
ทำไม…ต้องเลิกบุหรี่?
แม้ว่าฤทธิ์ของสารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้ผู้คนหลงใหลเพียงใด แต่ทรายหรือไม่ว่า ทันทีที่บุหรี่ถูกจุดขึ้นการเผาไหม้ของมวนบุหรี่จะทำให้เกิดสารเคมีกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด และกว่า 50 ชนิด เป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยสารพิษมีหลักๆดังนี้ 1.นิโคติน เป็นสารเสพติดตัวร้ายและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนติดบุหรี่ ในระยะแรกนิโคตินจะออกฤทิธิ์กระตุ้นสมอง แต่ต่อมาจะออกฤทธิ์กดประสาททำให้รู้สึกมึนงง ทำให้ไขมัน LDL Cholesterol ในเลือกสูงขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสอมงตีบหรือแตกได้ 2.น้ำมันดิน เป็นสารก่อมะเร็งชนิดร้ายแรง โดยร้อยละ50 จะสะสมจับตัวอยู่ที่ปิด ในบริเวณถุงลม ทำให้ผู้สูบบุหรี่เกิดอาการระคายเคืองในช่องจมูก ในลำคอ หลอดลม และปอด เกิดถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด และอาการไอแบบมีเสมหะเรื้อรัง 3.ไฮโดรเจนไซนาไนด์ และสารไซยาไนด์ ปกติใช้เป็นก๊าซพิษในสงคราม และใช้ยาเบื่อหนู ออกฤทธิ์ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้ไอและหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ปวดศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน หากได้รับปริมาณมากจะทำให้หัวใจหยุดเต้น หรือเป็นอัมพาตได้ 4.ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นก๊าซชนิดเดียวกับที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสีย ทำหน้าที่ขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง เมื่อสูบบุหรี่มากขึ้นจะทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน […]
วิธีปฎิบัติตนเองระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว
การรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในแวดวงนักธุรกิจ ทางด้าน บิซิเนส อินไซเดอร์เว็บไซต์ชั้นนำเกี่ยวกับธุรกิจระบุว่า การเปิดกิจการของตัวเองพร้อมๆ กับมีชีวิตส่วนตัวเป็นไปได้ เพราะหากทุ่มเวลาทั้ง 100% ให้กับงาน ก็จะบั่นทอนทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต จนอาจกระทบกับธุรกิจได้ด้วย ดังนั้นทางที่ดีก็ควรนำเอา 5 คำแนะนำต่อไปนี้ไปปฏิบัติตาม วิธีที่ 1 ทำตามตารางเวลาที่วางไว้ เพราะการกำหนดเวลาถือเป็นการกระตุ้นตัวเองให้ทำงานแข่งกับเวลา ดังนั้นทุกวินาทีที่ผ่านไปก็ย่อมไม่สูญเปล่า แต่ในตารางเวลาก็ควรจะแบ่งสรรเวลาให้กับการพักผ่อนบ้างและให้รางวัลตัวเองเล็กน้อยเมื่อทำงานได้สำเร็จ แต่ที่สำคัญคือจะต้องมีวินัยกับตัวเอง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง วิธีที่ 2 เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดใสอย่ารีบใจร้อนตรงเข้าไปทำงานในทันที ทั้งๆ ที่สมองอาจยังไม่ตื่นตัวอย่างเต็มที่ ลองปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเล็กน้อย ปล่อยความคิดให้ปลอดโปร่ง เพื่อเตรียมพร้อมรับผิดชอบหน้าที่ต่อไป วิธีที่ 3 อย่าลืมไปพักผ่อนในวันหยุดนอกเหนือจากจะผ่อนคลายจากการทำงานที่วุ่นวายแล้ว สมองที่ปราศจากความเครียดก็ช่วยให้คิดไอเดียใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และเมื่อกลับเข้าสู่โหมดชีวิตการทำงานอีกครั้งรับรองได้เลยว่าการแก้ไขปัญหาตรงหน้าจะง่ายขึ้นมาก วิธีที่ 4 ปล่อยให้ลูกน้องจัดการแทนบ้างการมีเพื่อนร่วมบริษัทหรือพนักงานที่ไว้ใจได้จะช่วยแบ่งเบาภาระไปมากโข และนั่นหมายถึงการมีเวลาให้ชีวิตส่วนตัวที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน อย่ายึดติดว่าต้องทำงานทุกอย่างด้วยตัวเอง ปล่อยให้คนอื่นได้แสดงฝีมือเสียหน่อยก็ไม่เสียหาย วิธีที่ 5 ตัดความรับผิดชอบที่ไม่จำเป็นแม้ว่าหลายคนอาจจะอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมหลายๆ อย่าง แต่นั่นจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับตัวเองเสียเปล่า และเวลาว่างที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัวก็อาจอันตรธานหายไป ดังนั้นอะไรที่ไม่จำเป็นก็ต้องยอมตัดทิ้งไป
4 วิธีเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจครอบครัว
สำหรับ”เถ้าแก่น้อย” ที่เพิ่งรับช่วงต่อการบริหารธุรกิจของครอบครัวมาจากรุ่นพ่อคงรู้สึกปวดหัวไม่น้อยกับปัญหาการรักษาธุรกิจไว้ให้ได้ โดยเฉพาะบรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีสายป่านไม่ได้ยาวมาก นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาสำหรับผู้สืบทอดธุรกิจที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือความอิ่มตัวของธุรกิจเนื่องจากธุรกิจอาจได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ตั้งแต่รุ่นพ่อแล้ว พอถึงรุ่นเถ้าแก่น้อยกิจการเลยไม่เหลือช่องว่างให้เติบโตอีกต่อไปดีไม่ดีอาจกลายเป็นธุรกิจอาทิตย์อัสดงอีกด้วย เรียวา เลสซอนสกี คอลัมนิสต์ด้านการตลาด ประจำเว็บไซต์ สมอลล์บิซเทรนเข้าใจปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงได้ทำการรวบรวมกลยุทธ์พลิกฟื้นธุรกิจรุ่นพ่อสำหรับบรรดาเถ้าแก่น้อย และกลั่นกรองจนเหลือ 6 ข้อหลักดังนี้ 1) ธุรกิจเก่าคือจุดขาย อย่ามองว่าความเก่าแก่ของธุรกิจคือปัญหา เพราะธุรกิจเหล่านี้มักมีประวัติที่ยาวนานสำหรับการฝ่าฟันการสร้างธุรกิจ ซึ่งนับเป็นจุดขายที่ดีทีเดียว เลสซอนสกีแนะนำว่า เถ้าแก่น้อยควรเขียนเล่าเรื่องราวของการสร้างธุรกิจไว้ในหน้า “เกี่ยวกับ” และอาจใส่รูปหรือวิดีโอสั้นๆ ไปด้วยเพื่อเรียกความสนใจก็นับว่าเป็นวิธีที่ดีทีเดียว 2) ฉลองครบรอบการก่อตั้งธุรกิจ เอสเอ็มอีอาจละเลยการฉลองการก่อตั้งธุรกิจเพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่อันที่จริงการฉลองครบรอบการก่อตั้งนับเป็นการช่วยตอกย้ำกับสังคมถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ และอย่าลืมที่จะชวนลูกค้าขาประจำมาร่วมงานเฉลิมฉลองดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณที่สนับสนุนธุรกิจมาโดยตลอด และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว 3) โดดเข้าโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก การสร้าง “แฟนเพจ” ของธุรกิจก็นับเป็นวิธีหนึ่งที่ดีสำหรับการดันให้ชื่อธุรกิจเก่าเป็นที่รู้จักสำหรับคนรุ่นใหม่และอย่าลืมอัพเดทเรื่องราวของธุรกิจในแต่ละวันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตนเองด้วย 4) ธุรกิจเก่าแต่ต้องเก๋า เจ้าของธุรกิจต้องจำไว้ว่าลูกค้าอาจชอบความดูย้อนยุคของธุรกิจ แต่ก็อยากได้ความสะดวกสบายแบบปัจจุบันเช่นกันฉะนั้นหากธุรกิจยังคงรับเฉพาะเงินสดและยังไม่ได้ทำการติดเครื่องปรับอากาศละก็ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะหันมาทำระบบรับบัตรเครดิตและลงทุนสร้างความเย็นสบาย 5) ปักหมุดจุดแข็งธุรกิจ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินมาได้อย่างมั่นคงและยาวนานล้วนเป็นจุดแข็งของธุรกิจแน่นอน อย่าลืมที่จะโฆษณาจุดแข็งดังกล่าวลงบนผลิตภัณฑ์ของธุรกิจด้วย 6) ยกย่องพนักงานเก่า ไม่ว่าลูกค้าจะประทับใจความเก่าแก่ของบริษัทขนาดไหน พนักงานที่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อย่อมรู้สึกประทับใจกว่าอยู่แล้วเพราะบุคคลเหล่านี้มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจมาอย่างยาวนาน ดังนั้นบรรดาเถ้าแก่น้อยต้องไม่ลืมที่จะยกย่องบุคคลเหล่านี้ในฐานะคนสำคัญของบริษัท โดยอาจเผยแพร่เรื่องราวผ่านเว็บไซต์ของบริษัท
“ข้าวหอมปิ่นโต” ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่เจาะกลุ่ม คลีนฟู้ด
ช่วง SME Trends เรามีอีกหนึ่งธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่น้องใหม่ที่กำลังมาแรง โดยเจาะตลาดกลุ่มของผู้รักสขุภาพ หรือ คลีนฟู้ด โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิตที่ทำงานจนไม่มีเวลาในการดูแลตนเอง ธุรกิจดังกล่าวมีความน่าสนใจอย่างไร เราจะไปสอบถามกับคุณกฤษณา อัญญะโพธิ์ เจ้าของธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ “ข้าวหอมปิ่นโต” กันคับ/ค่ะ จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ออนไลน์ จุดเด่นของทางร้านที่แตกต่างจากอาหารเดลิเวอรี่เจ้าอื่นๆ /กระแสตอบรับของผู้บริโภค/อุปสรรคในการทำธุรกิจออนไลน์ รายได้ต่อเดือนในการธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ออนไลน์ หากต้องการที่จะสั่งอาหาร“ข้าวหอมปิ่นโต”สามารถติดต่อทางใดได้บ้าง/พื่นที่ให้บริการ/ค่าบริการคิดอย่างไร
ร็อคเก็ตสเกต ทางเลือกการเดินทางในเมือง
ร็อคเก็ตสเกต (RocketSkates) คือรองเท้าสเกตไฟฟ้าที่ทำให้ผู้ใช้เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความเร็วสูงสุด 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทางบลูทูธ เว็บไซต์บิซิเนสวีค รายงานว่า ร็อคเก็ตสเกตใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยผู้ใช้สามารถสวมร็อคเก็ตสเกตเข้ากับรองเท้าได้เลย ไม่ต้องถอดรองเท้าออกก่อนเพื่อใส่รองเท้าสเกตเหมือนรองเท้าทั่วๆไป การควบคุมร็อคเก็ตสเกต หากผู้ใช้เอนตัวไปด้านหน้ารองเท้าก็จะเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และหากเอนไปด้านหลังก็จะเคลื่อนตัวไปด้านหลัง ซึ่งล้อเล็กๆตรงส้นเท้าจะทำให้เกิดการ ทรงตัว หากต้องการเบรกก็แค่กดส้นเท้าลง ทั้งนี้การใช้งานร็อคเก็ตสเกตต้องอาศัยการฝึกฝน เพราะรองเท้าสเกตไฟฟ้านี้ไม่ได้บาลานซ์หรือทรงตัวด้วยตัวเอง ร็อคเก็ตสเกตยังสามารถสื่อสารกับร็อคเก็ตสเกตคู่อื่นและสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ผ่านบลูทูธ โดยแอพพลิเคชั่นจะทำให้ผู้สวมใส่บันทึกเส้นทาง, สมรรถนะ, แบตเตอรี่พาวเวอร์ และสื่อสารกับเพื่อนๆได้ ผู้คิดค้นร็อคเก็ตสเกต มองว่ารองเท้าไฟฟ้านี้เป็นทางเลือกในการเดินทางในเมืองที่มีฟังก์ชั่นอเนกประสงค์, ปลอดภัย และสะดวกสบาย ด้วยความเร็วสูงสุด 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ใช้ไม่ต้องหาที่จอดรถหรือเก็บรองเท้าสเกตนี้เมื่อไม่ได้ใช้ นอกจากนั้นยังสามารถสวมใส่รองเท้าสเกตไฟฟ้านี้เวลาเดินหรือขึ้นบันได เนื่องจากล้ออยู่ด้านข้างรองเท้า ไม่ได้อยู่ด้านใต้เท้า ปีเตอร์ เทรดเวย์ (Peter Treadway) ผู้คิดค้นร็อคเก็ตสเกตมองว่ารองเท้านี้เหมาะสมกับการใช้งานในมหาวิทยาลัยและสิ่งแวดล้อมในเมือง โดยใช้ในสถานที่ที่คนแค่ต้องการออกไปข้างนอกโดยไม่อยากขับรถ สำหรับราคาของร็อคเก็ตสเกตขึ้นกับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และสี ซึ่งรุ่นอาร์หก ร็อคเก็ต เรด ราคา 499 เหรียญสหรัฐ ใช้งานได้ 45 นาที ประมาณ 9.5 กิโลเมตร, […]
“ลิกซิล”ยักษ์ใหญ่วัสดุปลาดิบ บุกตลาดวัสดุไทย
“ลิกซิล” ยักษ์ใหญ่วัสดุจากแดนญี่ปุ่น เปิดโชว์รูมใหม่ภายใน CDC เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา หวังดึงแบรนด์สินค้าตกแต่งจากญี่ปุ่นทำตลาดในไทย นายเคร็ก เม็กเคคเริร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสุขภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้ใช้งบฯ 45 ล้านบาทเปิดโชว์รูมลิกซิลเป็นอาคารมีพื้นที่กว่า 2,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราถือเป็นโชว์รูมแฟลกชิปแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ภายในรวบรวมสินค้าในเครือลิกซิลมานำเสนอ ในรูปแบบโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคได้ในที่เดียว โดยมีสินค้าไฮไลต์ที่เปิดตัวใหม่ อาทิ เซต สุขภัณฑ์รุ่นอะคาเซีย เอโวลูชั่น ประกอบด้วยสุขภัณฑ์ราคา 1.59 หมื่นบาท อ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำราคา 5.3 พันบาท สุขภัณฑ์อัจฉริยะแบรนด์อิแน็กซ์ที่ควบคุมด้วยปุ่มสัมผัส ฯลฯ นายเคร็กกล่าวต่อว่า แต่เดิมมีสินค้ากลุ่มสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำแบรนด์อเมริกัน สแตนดาร์ดเป็นแม่เหล็กใหญ่ในการดึงดูดลูกค้างานโครงการ อย่างไรก็ตาม การมีโชว์รูมใหม่ที่จัดแสดงสินค้าเป็นเซตได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดงานโครงการ อนาคตสัดส่วนยอดขายงานโครงการน่าจะแซงหน้าลูกค้ารายย่อย จากปัจจุบันมีสัดส่วน 50 […]
Redika นวัตกรรมวัสดุคอมโพสิตจากยางเก่ารถยนต์
เรดิเจน โชว์นวัตกรรม Redika ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางเก่ารถยนต์ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง100 เท่า น.ส.จิรัชญา ดวงบุรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรดิเจน เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ เรดิกา (Redika)นวัตกรรมวัสดุคอมโพสิตจากยางรถยนต์ถือเป็นนวัตกรรมในโลก โดยได้นำเศษยางรถยนต์ที่ใช้แล้วมาแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์คอมโพสิต สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้าง ถือว่าได้เพิ่มมูลค่าให้แก่ยางรถยนต์เก่าได้ถึง 70-100 เท่า น.ส.จิรัชญา กล่าวว่า แนวคิดการสร้างผลิตภัณฑ์คอมโพสิต เพราะเห็นว่าปัจจุบันยางรถยนต์ในแต่ละปีมีมากกว่า 85 ล้านตัน/ปี ถือเป็นสินค้าที่ยังไม่ได้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มมากนัก บริษัทจึงต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ยางรถยนต์เก่าไม่ให้เป็นขยะสร้างมลพิษ เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดในปีแรกได้ 27.4 ล้านบาท เพราะเป็นตลาดใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่งในประเทศไทย สำหรับแนวทางการสร้างนวัตกรรมได้นำเศษยางรถยนต์เก่ามาผ่านกระบวนการแปรรูปใหม่ ทำให้ได้วัสดุคอมโพสิตที่มีความแข็งแรง มีความยืดหยุ่น ทนต่อสภาพอากาศต่างๆ ได้ดี ราคาถูก และสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ เชื่อมั่นว่าตลาดสินค้าใหม่นี้จะสามารถขยายตลาดได้ดี ปัจจุบัน สินค้าของบริษัทได้รับรางวัลชนะเลิศ นวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพราะเป็นสินค้าใหม่ในไทย สามารถสร้างผลประโยชน์ที่ดีต่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์
เซ็นเตอร์วัน เชื่อไตรมาสสุดท้ายกำลังซื้อฟื้นตัว
เซ็นเตอร์วัน เชื่อมั่นกำลังซื้อโค้งสุดท้ายดีขึ้น หลังยอด 9 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัวขณะที่ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกติดลบ 10-15% แต่เชื่อทั้งปีจะกลับมาดีขึ้น นายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เซ็นเตอร์วัน เปิดเผยว่า แนวโน้มกำลังซื้อ ผู้บริโภคเริ่มดีขึ้นโดยเฉพาะในเดือน ก.ย. ที่มี การเติบโตขึ้นเล็กน้อย หลังจากผู้บริโภคชะลอ การใช้จ่ายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าไตรมาส 4 จะเป็นช่วงการเร่งสร้างยอดขายของผู้ประกอบการ ห้าง และร้านค้าต่างๆ ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่น ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ออกมาใช้งบในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น ในส่วนของบริษัทได้จัดกิจกรมส่งเสริมการขายมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความคึกคักควบคู่กับการกระตุ้นกำลังซื้อในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้กลับมาดีขึ้น โดยได้ใช้งบการตลาด 2 ล้านบาทการจัดกิจกรรมต่างๆ จะล้อไปกับช่วงเทศกาลในช่วง 3 เดือนที่เหลือจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฮาโลวีน เดือน ต.ค. คริสมาสต์ เดือน พ.ย. นี้ นายรัชพล กล่าวว่า ช่วง […]
3 เดือนสุดท้ายธุรกิจ SME ฟื้นตัว
เชื่อมั่นไตรมาสสุดท้ายธุรกิจเอสเอ็มอี ดีขึ้น หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเริ่มเข้าสู่เทศกาลสำคัญผู้คนจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวกันมากขึ้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลการสำรวจดีชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการประจำเดือนสิงหาคม พบว่า ดัชนีรวมภาคการค้าและบริการลดลง 1.0 อยู่ที่ 46.4 จากระดับ 47.4 เป็นผลจากการลดลงของดัชนีภาคการค้าส่งและค้าปลีกส่วนภาคบริการดัชนีเพิ่มขึ้น 2.8 อยู่ที่ 47.5 จากระดับ 44.7 ขณะที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 2.8 อยู่ที่ 47.5 จาก ระดับ 44.7 ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าค่าดัชนีเพิ่มขึ้นในทุกมิติ โดยค่าดัชนีรวมภาคการค้าและบริการอยู่ที่ 60.0 จากระดับ 54.7 เมื่อพิจารณาดัชนีคาดการณ์รายภาคธุรกิจพบว่า ภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งสินค้าเกษตร ค่าดัชนีคาดการณ์เพิ่มขึ้นมากที่สุด เนื่องจากผู้ประกอบการมองว่าสถานการณ์การบริโภคในช่วงต่อไป น่าจะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มดีขึ้นและผลจากสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นขณะที่ผลการสำรวจดัชนีรายภูมิภาคในเดือนสิงหาคม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2557 พบว่า ค่าดัชนีปัจจุบันเกือบทุกภูมิภาคปรับตัวลดลงมีเพียงภาคใต้ที่ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เมื่อพิจารณาดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ทุกภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยภูมิภาคที่มีค่าดัชนีคาดการณ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือ ภาคกลาง […]
สสว. แนะเอสเอ็มอีสร้างแผนรับมือภัยธรรมชาติ
สสว. เร่งเสริมศักยภาพให้เอสเอ็มอีเตรียมพร้อมรับภัยธรรมชาติ ระบุปัจจุบันผู้ประกอบการไทย 73.2% ยังขาดแผนบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้ง พ.ศ. 2553 สร้างความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจถึง 2.4 ล้านบาท ขณะที่มหาอุทกภัย พ.ศ. 2554 ได้สร้างความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ความเสียหายเหล่านี้ ล้วนเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ย่อมได้รับผลกระทบรุนแรงดังนั้น ภาครัฐจึงดำเนินการช่วยเหลือส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถป้องกันและลดความรุนแรงจากผลกระทบภัยพิบัติ โดยเฉพาะแก่กลุ่มSMEs ทาง สสว. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ด้วยการจัดให้เป็นองค์ประกอบสำคัญในยุทธศาสตร์การสนับสนุนปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของ SMEs ไทย ภายใต้แผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 3 (2555-2559) ขณะเดียวกัน รายงานจากมูลนิธิเอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ศปพอ.) และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ยูทีซีซี) ซึ่งได้ทำการสำรวจความพร้อมของ SMEs ไทย […]
เล็งขึ้นราคา LPG อีก 5.85 บาทใน 1 ปี
ก.พลังงานเสนอปรับราคาแอลพีจีอีก 5.85 บาท/ก.ก. ให้สะท้อนต้นทุนจริง โดยทยอยขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ เป็นเวลา 1 ปี รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า แนวทางการปรับโครงสร้างที่กระทรวงเตรียมเสนอ รมว.พลังงาน เพื่อนำสู่การพิจารณาเห็นชอบในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) คือ การปรับราคาแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนการจัดหาที่ 27.85 บาท/กิโลกรัม (ก.ก.)ดังนั้น แอลพีจีขนส่งปัจจุบันอยู่ที่ 22 บาท/ก.ก. ต้องปรับขึ้น 5.85 บาท/ก.ก. และแอลพีจีครัวเรือนที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 22.63 บาท/ก.ก. จะต้องปรับขึ้นอีก 5.22 บาท/ก.ก. แต่เพื่อเป็นการลดผลกระทบจึงเสนอให้ทยอยปรับขึ้นเป็นแบบขั้นบันไดเดือนละ 0.50 บาท/ก.ก. เป็นระยะเวลา 12 เดือน ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือยังคงดำเนินการตามเดิมเหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน โดยรัฐจะช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อยให้ใช้แอลพจีราคาเดิมที่ 22.63 บาท/ก.ก. ไม่เกิน 15 ก.ก.ต่อ 3 เดือน ร้านค้าหาบเร่แผงลอยอาหารไม่เกิน 150 ก.ก.ต่อเดือน ซึ่งทั้งหมดมีประมาณ 7.7 ล้านครัวเรือน […]
“เฮงเค็ล” ปั้นไทยเป็นฮับบุกตลาดเอเชีย
“เฮงเค็ล” เร่งขยายกำลังผลิตในไทย หวังใช้เป็นฐานลุยตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมเอเชีย ชี้โอกาสยอดขายในเอเชียมีศักยภาพเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักได้ นายทิม เพทซินน่า ผู้จัดการประจำประเทศไทยและหัวหน้าฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ดูแลความงามประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบริษัท เฮงเค็ล ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เปิดเผยว่า แผนในระยะ 2 ปีข้างหน้าบริษัทมุ่งทำตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมผ่านช่องทางร้านซาลอนและเจาะกลุ่มผู้บริโภคในเอเชียและละตินอเมริกา เพราะเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก หลังจากรายได้ไตรมาส 2 ตลาดเอเชียเติบโตถึง 7% สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ที่เติบโต 3.3% ทั้งนี้ บริษัทเตรียมใช้งบลงทุนเพิ่มกำลังผลิตและขยายคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่โรงงาน จ.ชลบุรี รองรับกับการเติบโตจากแผนทำตลาดในเอเชียจากปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในเอเชียอยู่แล้ว อาทิออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมทั้งญี่ปุ่น วางเป้าหมายอีก 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมมูลค่าราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันให้รายได้รวมบริษัทแตะ 8.4 แสนล้านบาท ธุรกิจผลิตภัณฑ์เส้นผมยังมียอดขายแข็งแกร่งในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดใหญ่ในเอเชียแต่อินโดนีเซียและไทยเป็นตลาดใหญ่ในอาเซียน โอกาสยอดขายในเอเชียมีศักยภาพเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักได้ขณะที่แอฟริกาและตะวันออกกลางยังมีโอกาสเติบโต ส่วนในยุโรปตะวันออกกลางรายได้ของบริษัทไม่เติบโต จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดเกิดการแข่งขันกลยุทธ์ราคาอย่างรุนแรง สำหรับรายได้รวมของบริษัทสิ้นปีตั้งเป้าเติบโต 3-5% แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวดีมากนัก โดยช่วงไตรมาส 2 รายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเติบโต […]
คัดค้านตั้ง สภาเอสเอ็มอี หวั่นทำงานซ้ำซ้อนกัน
กระทรวงอุตฯ-ส.อ.ท.ห่วงเกิดความขัดแย้งในอนาคต ในการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี แบ่งย่อยหลายองค์กรยิ่งทำให้ขาดความเข้มแข็ง ส.อ.ท.ยันดูแลเอสเอ็มอีเต็มที่ เร่งทำความเข้าใจ นัดหารือทุกภาคส่วน นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว. อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือกับคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เรื่องการจัดตั้งสภาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือสภาเอสเอ็มอี เนื่องจากได้มีกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้มาเรียกร้องว่า ส.อ.ท.ใหญ่เกินไปทำให้ดูแลผู้ประกอบการระดับล่างไม่ทั่วถึง ดังนั้น จึงควรตั้งสภาเอสเอ็มอี เพื่อให้เป็นองค์กรที่ดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ นายจักรมณฑ์ ยังกล่าวว่า ผมเห็นว่าหากมีการตั้งสภาเอสเอ็มอีขึ้นมาใหม่ จะเป็นการแบ่งย่อยองค์กรภาคเอกชนมากเกินไป จากในปัจจุบันก็มีทั้ง ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งหากมีสภาเอสเอ็มอีแห่งใหม่เกิดขึ้นอีกจะทำให้ภาคเอกชนขาดความเข้มแข็ง รวมทั้งองค์กรที่กล่าวมาขั้นต้น ก็มีหน่วยงานดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายใต้อยู่แล้ว และสมาชิกส่วนใหญ่ 80-90% เป็นเอสเอ็มอี จึงได้ส่งเรื่องให้นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วย รมว. อุตสาหกรรม เป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้ และประสานงานไปยังองค์กรเอกชนต่างๆมาร่วมหารือว่าควรจะตั้งสภาเอสเอ็มอีหรือไม่” ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มเอสเอ็มอี และให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน ขณะเดียวกันยังได้ผลักดันเรื่องเอสเอ็มอีให้เป็นวาระแห่งชาติ และเกิดการวางยุทธศาสตร์ชาติช่วยเหลือเอสเอ็มอีทั้งประเทศ โดยหลังจากนี้จะลงไปทำความเข้าในกับสมาคมเอสเอ็มอีให้มากขึ้น […]
พณ. เผยปัญหาภัยแล้งดันยอดคำสั่งซื้อข้าวทะลัก
“ฉัตรชัย” เผยหลายประเทศเริ่มวางแผนซื้อข้าวจากไทย หลังผวาภัยแล้งคาดทำราคาข้าวดี ส่วนการระบายข้าวในสต็อกยังเน้นเจรจาขายจีทูจี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหลายประเทศติดต่อซื้อข้าวจากไทยจำนวนมากเพราะกังวลปัญหาภัยแล้ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งมีการประเมินในเบื้องต้นว่าอาจเป็นภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ซึ่งจะส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรรวมถึงสินค้าข้าวให้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ผลจากปัญหาภัยแล้ง จะส่งผลดีต่อราคาข้าวไทย โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยขณะนี้บางพื้นที่ขายได้ตันละ 8,700 บาทแล้ว และยังจะส่งผลดีต่อข้าวในสต็อก ที่จะขายได้ในราคาดีขึ้น ส่วนการระบายข้าวในสต็อก จะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้เน้นการขายในรูปรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งล่าสุดฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลข้าวอีกประมาณ 5 แสนตัน ได้ มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศเข้าไปร่วมแข่งประมูล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ชนะ การประมูลมาแล้ว 3 แสนตัน และยังให้มีการเจรจาขายต่อเนื่อง ทั้งกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย รวมทั้งประเทศอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าก่อนสิ้นปีนี้ จะขายข้าวจีทูจีได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับการมอบนโยบายให้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ขอให้มีการปรับรูปแบบการทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น และให้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีสต็อกสินค้าอยู่ที่ไหน ปริมาณเท่าไร และให้ทำแผนด้วยว่าสินค้าที่เก็บสต็อกเข้ามานั้น ควรมีระยะเวลาในการเก็บไม่เกินเท่าไร เพื่อป้องกันสินค้าหมดอายุ เพื่อที่จะได้วางแผนในการบริหารจัดการได้ล่วงหน้า […]
รวมเรื่องราวเข้าใจผิด ในวงการศัลยกรรม
บ่อยครั้งที่คนไข้หลาย ๆ ท่าน ได้เข้ามาปรึกษาในเรื่องการทำศัลยกรรมและยังมีคนไข้อีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจ และเข้าใจผิด ในเรื่องการทำศัลยกรรม รวมไปถึงการดูแลตนเอง หลังจากทำการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว นายแพทย์อดุลย์ชัย แสงเสริฐ หรือหมอเกมส์ จึงได้รวบรวม เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศัลยกรรม ซึ่งจะเริ่มจากเรื่อง Basic ไปจนถึง Advance 1.หลังผ่าตัดควรงดกินไข่ เพราะไข่เมื่อทานเข้าไปแล้วจะทำให้เป็นของแสลง และทำให้อาจเกิดเป็นแผลเป็นได้ ตามความเชื่อมาแต่โบราณ ตลอดจนความเชื่อในแบบคนปัจจุบันนี้ รวมถึงนายแพทย์อดุลย์ชัย แสงเสริฐเอง ซึ่งตอนที่ยังไม่ได้เป็นแพทย์ศัลยกรรมก็ยังคิดว่า เวลาเราเกิดแผลเป็น ก็มักมีแต่คนทักว่า “อย่าไปทานไข่นะ” เพราะถ้าทานไข่เข้าไปแล้วจะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นนูนได้ ที่เรียกว่า Keloid ทำให้คนไข้หลาย ๆ ท่านที่เข้ามาทำการรักษาด้วยการผ่าตัด ทั้งผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่ ต่างเข้าใจกันว่า ทานไข่ […]
อั้ม-พัชราภา ควง แอมป์-พิธาน เปิดบูธการกุศล
“อั้ม – พัชราภา” ควง “แอมป์ พิธาน”เปิดบูธขายของ ในงาน DARA CHARITY FESTIVAL เทศกาลลดบันลือโลก SUPERSTARS CARNIVALพร้อมด้วยเหล่าดาราดังที่ตบเท้ากันมาร่วมบุญมากมาย อาทิ วุ้นเส้น วิริฒิพา ,คริส หอวัง, หนิง ปณิตา, แก๊งนางฟ้า, ไอซ์ อภิษฎา, จอย ริลณี, เปิ้ล ภารดี, เมย์ ปทิตา อยู่กำเนิด, ใหญ่ อมาตย์, มิ้นท์ อาทิตยา, เจี๊ยบ พิจิตตรา ฯลฯ พร้อมร่วมสนุกเล่นเกมส์ และช้อปของดีราคาถูก รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่มูลนิธิพรมหาชน, มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) ร่วมชมกิจกรรมพิธีเปิดเสาร์ที่ 11 ต.ค.นี้ ตลอดทั้งวันที่ อิมแพ็ค อาคาร 8
ธนาคารกรุงเทพ แจ้งขออภัยในความไม่สะดวก ปิดให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว
ธนาคารกรุงเทพ ประกาศขออภัยลูกค้าในความไม่สะดวก ด้วยจะปิดให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นการชั่วคราว เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น ธนาคารจะทำการปิดปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยเขตนครหลวงจะดำเนินการในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2557 เวลา 22.30 น. ถึงวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2557 เวลา 7.00 น. ส่วนเขตต่างจังหวัดจะดำเนินการในวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2557 เวลา 22.30 น. ถึงวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 เวลา 7.00 น. ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของธนาคารกรุงเทพไม่สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม เครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต (บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และ บิซ ไอแบงก์กิ้ง) บริการธนาคารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง) และบางบริการผ่านบัวหลวงโฟนของธนาคารเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ธนาคารต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นเป็นการชั่วคราว หากลูกค้ามีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บัวหลวงโฟน […]
สสว. แนะเอสเอ็มอีสร้างแผนรับมือภัยธรรมชาติ
สสว. เร่งเสริมศักยภาพให้เอสเอ็มอีเตรียมพร้อมรับภัยธรรมชาติ ระบุปัจจุบันผู้ประกอบการไทย 73.2% ยังขาดแผนบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้ง พ.ศ. 2553 สร้างความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจถึง 2.4 ล้านบาท ขณะที่มหาอุทกภัย พ.ศ. 2554 ได้สร้างความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ความเสียหายเหล่านี้ ล้วนเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ย่อมได้รับผลกระทบรุนแรงดังนั้น ภาครัฐจึงดำเนินการช่วยเหลือส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถป้องกันและลดความรุนแรงจากผลกระทบภัยพิบัติ โดยเฉพาะแก่กลุ่มSMEs ทาง สสว. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ด้วยการจัดให้เป็นองค์ประกอบสำคัญในยุทธศาสตร์การสนับสนุนปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของ SMEs ไทย ภายใต้แผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 3 (2555-2559) ขณะเดียวกัน รายงานจากมูลนิธิเอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ศปพอ.) และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ยูทีซีซี) ซึ่งได้ทำการสำรวจความพร้อมของ SMEs ไทย ในการรับมือภัยพิบัติ เมื่อปี พ.ศ 2556 […]
“Fortune Town Bike Market” ตลาดนัดสองล้อพาเพลิน 10-12 ต.ค.นี้
ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ รวมพลคนชอบปั่น เปิดลานแบกะดินให้ช้อปจักรยาน และอุปกรณ์ตกแต่ง (มือหนึ่ง-มือสอง) 10-12 ต.ค. นี้ ณ ลานกิจกรรมชั้น 2 Digital Camera Zone จากกิจกรรม “ตลาดนัดร่วมปัน ปั่นไปบริจาค” ในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจ และมีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ แท็คทีมพันธมิตรคู่ค้าจักรยาน จัดกิจกรรมเอาใจนักปั่นอย่างต่อเนื่อง “Fortune Town Bike Market”ตลาดนัดสองล้อพาเพลิน ตอน # ช้อปไปปั่น มันส์สุดเหวี่ยง เปิดลานกิจกรรมชั้น 2 Digital Camera Zone แบกะดินให้ช้อปจักรยาน และอุปกรณ์ตกแต่งจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ อะไหล่จักรยาน ชุดนักปั่น กระติกน้ำ กระเป๋า รวมถึงสินค้าไอเดียต่างๆ ขนมาให้ช้อปในราคาพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ เดินทางง่ายๆโดยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีพระราม9 […]
เซ็นเตอร์วัน เชื่อไตรมาสสุดท้ายกำลังซื้อฟื้นตัว
เซ็นเตอร์วัน เชื่อมั่นกำลังซื้อโค้งสุดท้ายดีขึ้น หลังยอด 9 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัวขณะที่ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกติดลบ 10-15% แต่เชื่อทั้งปีจะกลับมาดีขึ้น นายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เซ็นเตอร์วัน เปิดเผยว่า แนวโน้มกำลังซื้อ ผู้บริโภคเริ่มดีขึ้นโดยเฉพาะในเดือน ก.ย. ที่มี การเติบโตขึ้นเล็กน้อย หลังจากผู้บริโภคชะลอ การใช้จ่ายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าไตรมาส 4 จะเป็นช่วงการเร่งสร้างยอดขายของผู้ประกอบการ ห้าง และร้านค้าต่างๆ ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่น ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ออกมาใช้งบในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น ในส่วนของบริษัทได้จัดกิจกรมส่งเสริมการขายมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความคึกคักควบคู่กับการกระตุ้นกำลังซื้อในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้กลับมาดีขึ้น โดยได้ใช้งบการตลาด 2 ล้านบาทการจัดกิจกรรมต่างๆ จะล้อไปกับช่วงเทศกาลในช่วง 3 เดือนที่เหลือจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฮาโลวีน เดือน ต.ค. คริสมาสต์ เดือน พ.ย. นี้ นายรัชพล กล่าวว่า ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการหมุนเวียนของร้านค้าบ้างเล็กน้อย เพราะผู้ค้าบางรายประสบปัญหาต่างๆ […]
“ลิกซิล”ยักษ์ใหญ่วัสดุปลาดิบ บุกตลาดวัสดุไทย
“ลิกซิล” ยักษ์ใหญ่วัสดุจากแดนญี่ปุ่น เปิดโชว์รูมใหม่ภายใน CDC เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา หวังดึงแบรนด์สินค้าตกแต่งจากญี่ปุ่นทำตลาดในไทย นายเคร็ก เม็กเคคเริร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสุขภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้ใช้งบฯ 45 ล้านบาทเปิดโชว์รูมลิกซิลเป็นอาคารมีพื้นที่กว่า 2,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราถือเป็นโชว์รูมแฟลกชิปแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ภายในรวบรวมสินค้าในเครือลิกซิลมานำเสนอ ในรูปแบบโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคได้ในที่เดียว โดยมีสินค้าไฮไลต์ที่เปิดตัวใหม่ อาทิ เซต สุขภัณฑ์รุ่นอะคาเซีย เอโวลูชั่น ประกอบด้วยสุขภัณฑ์ราคา 1.59 หมื่นบาท อ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำราคา 5.3 พันบาท สุขภัณฑ์อัจฉริยะแบรนด์อิแน็กซ์ที่ควบคุมด้วยปุ่มสัมผัส ฯลฯ นายเคร็กกล่าวต่อว่า แต่เดิมมีสินค้ากลุ่มสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำแบรนด์อเมริกัน สแตนดาร์ดเป็นแม่เหล็กใหญ่ในการดึงดูดลูกค้างานโครงการ อย่างไรก็ตาม การมีโชว์รูมใหม่ที่จัดแสดงสินค้าเป็นเซตได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดงานโครงการ อนาคตสัดส่วนยอดขายงานโครงการน่าจะแซงหน้าลูกค้ารายย่อย จากปัจจุบันมีสัดส่วน 50 : 50 ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมตลาดสุขภัณฑ์ปีนี้จะเติบโตไม่ถึง […]


