กรมขนส่งเข้มผู้ป่วย 4 โรคเสี่ยง ต้องผ่านวินิจฉัยแพทย์ก่อนรับหรือต่อใบอนุญาตขับรถ
กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ แพทยสภา สรุป !!!! ผู้ป่วย 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนขอรับหรือต่อใบอนุญาตขับรถ พร้อมกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องรับรองสุขภาพตนเอง นอกเหนือจากที่ต้องผ่านการตรวจโดยแพทย์เพื่อขอใบรับรองแพทย์ พร้อมกำหนดรูปแบบใบรับรองแพทย์และออกประกาศบังคับใช้ต่อไป นายวัฒนา พัทรชนม์รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาระบบใบอนุญาตขับรถโดยกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสุขภาพในใบรับรองแพทย์สำหรับผู้ขอรับและต่ออายุใบอนุญาตว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองแพทย์สำหรับผู้ขอรับและต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้กำหนดกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย จากการขับรถไว้4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคลมชักที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางสมอง ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รักษาด้วยยาฉีดอินซูลิน และผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือผ่านการผ่าตัดหัวใจหรือขยายเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นความเจ็บป่วยที่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถ ยกเว้นผู้ที่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์ (ทั้ง 4 กลุ่ม) นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ตัดโรคเท้าช้าง โรคเรื้อน และวัณโรคออกจากใบรับรองแพทย์ เพราะเป็นโรคที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้จากการมองเห็นในเบื้องต้น และปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ในการตรวจรักษาพัฒนาขึ้นมาก ทำให้โรคดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถอีกต่อไป ส่วนในกรณีของผู้ป่วยด้วยวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน การติดยาเสพติดให้โทษและอาการของโรคพิษสุราเรื้อรังนั้น ในระยะแรกยังให้คงไว้ในใบรับรองแพทย์ก่อน โดยแพทยสภาจะประกาศกำหนดรูปแบบใบรับรองแพทย์ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะเร่งปรับแก้ไขกฎระเบียบและออกประกาศบังคับใช้ต่อไป และในระยะต่อไปกรมการขนส่งทางบกและแพทยสภาจะร่วมกันหาข้อสรุปในกรณีผู้ป่วยด้วยวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนในระดับอาการต่างๆ รวมทั้งกรณีผู้ขับรถสูงอายุ และโรคติดต่อร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้นในใบรับรองแพทย์ด้วย […]


