ผลักดันเอสเอ็มอีระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอ
ส.อ.ท.เผยผลักสร้างความแข็งแกร่งดันเอสเอ็มอีไทย ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ในระยะ 3– 5 ปีนี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)เปิดเผยว่าในระยะ 3– 5 ปีนี้ควรผลักดันสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมักประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนช่องทางนี้จะสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแข่งขันให้ได้ในระดับสากลโดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี58 และเป็นแนวทางการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) “ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีปัญหาเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุนเนื่องจากสถาบันการเงินมีเงื่อนไขการกู้ที่เข้มงวดตามสภาพธุรกิจซึ่งตามแผนที่จะผลักดันให้เอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติจะมีขั้นตอนในการสร้างศักยภาพให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งในทุกๆ ด้านรวมถึงหน่วยงานต่างๆก็จะมีศักยภาพขึ้นซึ่งล่าสุดทางคสช.เองก็ได้มีการแยกสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม(สสว.)สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นและระหว่างนี้ทุกฝ่ายควรช่วยกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความพร้อมในการสร้างความแข็งแกร่งก่อนที่จะระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอ” สำหรับข้อเสนอของส.อ.ท.ในการพัฒนาเอสเอ็มอีตามแผนดังกล่าว แบ่งเป็นระยะสั้น6เดือน-1ปีได้เสนอให้กำหนดกรอบงบประมาณในการพัฒนาออกจากกระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงพาณิชย์ และอื่นให้ชัดเจนเนื่องจากที่ผ่านมางบประมาณดังกล่าวมีการแอบแฝงอยู่แต่ละที่ทำให้การใช้เงินไม่เกิดประสิทธิภาพต่อการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานทำงานแบบบูรณาการไปในทางเดียวโดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้รายได้ของเอสเอ็มอีมีสัดส่วน42%ของผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี)จากปัจจุบันอยู่ที่37% ส่วนระยะที่2 ภายใน2-3 ปีให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเอสเอ็มอี จัดทำดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ(เคพีไอ)ให้ชัดเจนโดยให้รายงานผลการดำเนินงานเป็นไตรมาสต่อคณะกรรมการบริหารสสว.หรือบอร์ดสสว.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จัทร์โอชา หัวหน้าคสช.เป็นประธานเป็นต้น ขณะที่ระยะที่3 ภายใน3-5ปี ให้จัดทำเรทติ้งรวมถึงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเอสเอ็มอีนิคมอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี กองทุนส่งเสริมการไปลงทุนยังต่างประเทศเป็นต้นซึ่งเป้าหมายสูงสุดในระยะยาวนี้จะผลักดันให้เอสเอ็มอีมีสัดส่วนเป็น50%ของจีดีพีประเทศ


