Other
ต้นปี 2557 เงินเฟ้อพุ่ง มาที่ 2.4-2.8%
อัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมสูงปริ๊ด สูงที่สุดในรอบ 14 เดือน เพิ่มขึ้นมาที่2.4-2.8 % ปัจจัยมาจากสินค้าในหมวดอาหารและพลังงานแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นตามที่คาด มาอยู่ที่ร้อยละ 2.62 YoY ในเดือนพฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน และคงทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากต้นปี แม้สถานการณ์การใช้จ่ายภายในประเทศ จะยังอยู่ในช่วงชะลอตัวก็ตาม ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนพฤษภาคมนั้น เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดเล็กน้อย มาที่ระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ร้อยละ 1.75 YoY โดยแรงหนุนของเงินเฟ้อมาจากทั้งฝั่งราคาอาหาร และพลังงานโดยพร้อมเพรียงกัน แม้ราคาพลังงานบางส่วนจะถูกตรึงไว้ที่ระดับเดิมตามแนวนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ แต่ยังคงมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า จากผลของเงินบาทที่อ่อนค่า ภาวะผันผวนของราคาอาหาร รวมถึงทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงเป็นตัวกำหนดราคาขายปลีกพลังงานในประเทศ แรงกดดันด้านราคาที่ยังอาจทยอยขยับขึ้นดังกล่าว อาจหนุนให้ค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อในปี 2557 ปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงทบทวนเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2557 ขึ้นมาที่ร้อยละ 2.4-2.8 ขณะที่ กรอบคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อาจะขยับสูงขึ้นมาที่ร้อยละ 1.5-1.9
ธุรกิจขนส่งทางถนนข้ามแดน โอกาสของธุรกิจขนส่งไทย
ภาพรวมของธุรกิจขนส่งทางถนนในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ที่ผ่านมา ชะลอตัวลงเล็กน้อย จากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนหดตัวลง ส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางถนนไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศชะลอตัวลงตามไปด้วย ทั้งนี้ สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 ธุรกิจขนส่งทางถนนของไทย น่าจะกลับมาเติบโตขึ้นเล็กน้อย เนื่องมาจากปัญหาการเมืองมีทิศทางที่คลี่คลายขึ้น รวมถึงธุรกิจขนส่งทางถนนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นแรงหนุนการค้าชายแดนที่สำคัญมีแนวโน้มเติบโต จากปัจจัยการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 ธุรกิจขนส่งทางถนนของไทยชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยปริมาณกิจกรรมการขนส่งทางถนนที่สะท้อนจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี ในภาคการขนส่งทางบก (ณ ราคาคงที่) ในไตรมาสแรกของปี 2557 หดตัวลงร้อยละ 1.6 ทั้งนี้ เนื่องมาจากผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่อำนวย ปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตชะลอตัวลง ทำให้การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของครัวเรือนหดตัว รวมถึงตลาดส่งออกที่ยังไม่เติบโตตามที่คาด นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ที่หดตัวจากมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาลที่ทยอยหมดลง ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กิจกรรมการขนส่งทางถนนในครึ่งปีแรกไม่เติบโต ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี ในภาคโลจิสติกส์ทางถนน (ณ ราคาปีปัจจุบัน) ในปี 2557 จะมีมูลค่า 239,200-242,500 ล้านบาท โดยขยายตัวร้อยละ 2.4-3.8 ซึ่งชะลอลงจากปี […]
การตั้งองค์พระพิฆเนศในร้านรถเข็น
พระพิฆเนศ นอกจากเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการเทพแห่งความสุขสำราญ และเป็นเทพผู้ทรงขจัดอสูรร้าย พระองค์ยังมีฐานะเป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย เทพแห่งความมีกินมีใช้ ตลอดจนเป็นเทพแห่งการค้า การติดต่อซื้อขายอีกด้วยวาทศิลป์ของพระพิฆเนศ ถือเป็นสุดยอดแห่งการพูดในบรรดาทวยเทพทั้งหมด ผู้ที่ประกอบกิจการส่วนตัว หากได้บูชาองค์พระพิฆเนศไว้ในร้านค้า ย่อมได้รับพรด้านพลังการพูดจาโน้มน้าวจิตใจของคน ในฉบับนี้ จะขอแนะนำวิธีการตั้งองค์พระพิฆเนศสำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าด้วยรถเข็น อาทิ รถเข็นก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปิ้ง ขนมหวาน รถเข็นผลไม้ รถเข็นจำหน่ายเครื่องดื่ม ฯลฯ หากต้องการตั้งองค์พระพิฆเนศไว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ให้ค้าขายดี ร่ำรวยประสบความสำเร็จ มีหลักการตั้งบูชาองค์พระพิฆเนศดังต่อไปนี้ 1.องค์พระพิฆเนศที่อัญเชิญมาบูชา ไม่ควรมีขนาดสูงเกินกว่าฝ่ามือของตนเอง หรือ สูงไม่เกินหนึ่งคืบ และจะต้องเป็นปางประทับนั่งเท่านั้น พระพิฆเนศปางยืนไม่เหมาะสำหรับร้านค้าประเภทรถเข็น 2.จัดเนื้อที่เพื่อประดิษฐานองค์พระพิฆเนศ โดยให้เป็นบริเวณที่สูงสุดเท่าที่จะทำได้ เช่น บนตู้กระจกสำหรับใส่อาหาร ใต้หลังคารถเข็น ฯลฯ 3.องค์พระพิฆเนศที่ประดิษฐานบูชา ในรถเข็นขายสินค้า ไม่ควรมีมากกว่า 2 องค์ หากต้องการบูชาจำนวนมาก ให้แบ่งไปประดิษฐานที่บ้าน 4. องค์พระพิฆเนศ จะต้องหันออกไปหน้ารถเข็น ไม่ควรหันหน้าเข้าหาตนเอง 5.ห้ามมีสิ่งใดมาบังองค์พระพิฆเนศเด็ดขาด เช่น […]
ขยายสินค้าไทยบุกตลาดสิงคโปร์ผู้นำทางการค้า
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความโปร่งใสในการทำธุรกิจเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ใน 176 ประเทศ ถึงแม้ประชากรมีเพียง 5.4 ล้านคน แต่ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์มีกำลังซื้อสูงที่สุด ฉะนั้นสิงคโปร์จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ลงทุนเป็นอย่างมาก นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศสิงคโปร์ถือว่าเป็นผู้นำทางธุรกิจในอาเซียน ถึงแม้จะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่เพียง 1,000 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรประมาณ 5.4 ล้านคน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ แต่ด้วยความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐาน อย่าง ระบบคมนาคม ระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ ประกอบกับมีกฎหมายที่เคร่งครัดปลอดคอร์รัปชั่น มีระบบการเมืองการปกครองที่มีเสถียรภาพ และประชากรมีการศึกษาสูง ซึ่งนับว่าเป็นข้อได้เปรียบของประเทศ อีกทั้งยังรวมไปถึงการเปิดเสรีทางการค้าการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบมานาน จึงทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ พร้อมทั้งนักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจลงทุนในสิงคโปร์มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีความโปร่งใสในการทำธุรกิจอันดับที่ 5 ของโลก จาก 176 ประเทศ และที่สำคัญประเทศสิงคโปร์มีกฎหมายที่ให้ความเป็นธรรมแก่นักธุรกิจต่างชาติและนักลงทุนในประเทศอย่างเท่าเทียมกันด้วย โดยสามารถลงทุนได้ 100% อีกทั้งยังให้อิสระในการโอนเงินตราระหว่างประเทศและผลกำไรในการประกอบธุรกิจออกนอกประเทศได้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์มีกำลังซื้อสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีประชากรน้อยก็ตาม […]


