4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ “พาหะเงียบ” คนที่เป็นโควิด-19 แต่ไร้อาการใด ๆ
แม้ว่าจีนมีจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศอยู่ในระดับต่ำ อันเป็นผลจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด แต่ผู้ป่วยจากต่างประเทศและบรรดาพาหะไร้อาการของโรคนั้นกลับกลายเป็นประเด็นใหญ่ในหมู่ผู้ที่หวั่นวิตกว่าจะเกิดการติดเชื้อใหญ่ระลอกที่สอง 4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับผู้ที่เป็นพาหะซึ่งไม่แสดงอาการ 1. แพร่เชื้อได้มากแค่ไหน? การติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการมีอยู่ 2 สองประเภท ประเภทแรกคือ “กลุ่มก่อนเกิดอาการ” (pre-symptomatic) หมายถึงผู้ป่วยที่ยังไม่พัฒนาอาการใด ๆ แต่ที่จริงแล้วอยู่ในระยะฟักตัว (incubation) คนกลุ่มนี้ต้องถูกแยกออกมาและจัดการในลักษณะเดียวกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นโรค ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ทั้งไม่แสดงอาการและไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยา (pathological changes) ในผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ซึ่งเป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการโดยแท้จริง พวกเขาไม่ถูกนับเป็นผู้ป่วย แต่มีผลทดสอบกรดนิวคลีอิกออกมาเป็นบวก พาหะที่ไม่แสดงอาการจะมีความสามารถในการแพร่เชื้อในระดับหนึ่ง แต่โดยทั่วไปจะอยู่ในระดับต่ำและต่ำกว่าผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการ 2. การติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการจะก่อให้เกิดการระบาดซ้ำได้หรือไม่? คำสั่งปิดการเดินทางขาออกของนครอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังผ่านพ้นการปิดเมืองไป 76 วัน จึงมีการมุ่งความสนใจไปที่ความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในที่ทำงานมากขึ้น การติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการไม่ใช่อะไรที่พิเศษนักสำหรับโรคโควิด-19 โรคติดเชื้อต่างๆ อาทิ โรคหัด ไข้หวัดใหญ่ และโรคซาร์ส (SARS) ล้วนมีสัดส่วนของผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการในระดับหนึ่ง และไม่มีพาหะเงียบรายใดที่ก่อให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้างในสังคม เมื่อพบพาหะที่ไม่แสดงอาการ จะดำเนินการสังเกตการณ์แบบแยกเชื้อและการตรวจสอบทางระบาดวิทยาอย่างละเอียดและเหมาะสมแก่เวลา และจะต้องยกระดับการควบคุมและการคัดกรองให้ละเอียดขึ้นในพื้นที่สำคัญและในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิด เราหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยติดตามพาหะที่ไม่แสดงอาการและลดโอกาสการแพร่เชื้อได้ […]


