ไข่เค็มซีอิ๊ว บ้านตลาดน้อย ตอนที่ 2
https://youtu.be/1J2cWkTklYM
https://youtu.be/1J2cWkTklYM
https://youtu.be/tPhPlhCI-BQ
ผศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะบริหารธุรกิจ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจครอบครัวมีปัจจัยอ่อนไหวที่มักเกิดขึ้นจากปัญหาต่างๆ เช่น การส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นที่อาจจะยังไม่พร้อมส่งต่อธุรกิจ การบริหารจัดการภายในครอบครัวซึ่งมีความอ่อนไหวทางอารมณ์มากกว่าธุรกิจที่ไม่ใช่ครอบครัว ความรู้สึกของสมาชิกครอบครัวที่มีต่อการจัดการเรื่องการเงินภายในครอบครัว และความแตกต่างระหว่างรุ่นพ่อและรุ่นลูก ซึ่งต้องหาจุดร่วมที่ทั้ง 2 รุ่นจะเดินไปด้วยกัน ดังนั้นธุรกิจครอบครัวจึงถือเป็นหลักสำคัญที่จะช่วยเสริมโอกาสแห่งการเติบโตและขยายตัวต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจครอบครัวของไทยส่วนใหญ่ เป็นการบริหารงานของทายาทธุรกิจในรุ่นที่ 2-3 ที่กำลังจะส่งมอบให้รุ่นที่ 3-4 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของธุรกิจครอบครัวในการคัดเลือกทายาทและรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งต่อรุ่นต่อไป เนื่องจากโอกาสของการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นยิ่งน้อยลง เมื่อธุรกิจครอบครัวถึงจุดที่จะต้องถ่ายทอดธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น ผู้ถ่ายทอดต้องตั้งประโยคคำถามไว้ในการวางแผนของกระบวนการถ่ายทอดธุรกิจเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในขณะที่กำลังส่งต่อธุรกิจให้ทายาท อาทิเช่น -คุณตั้งใจส่งต่อธุรกิจให้กับสมาชิกครอบครัวของคุณหรือไม่ แล้วพวกเขานั้นทราบในสิ่งที่คุณได้วางแผนไว้หรือไม่ -คุณเชื่อมั่นในสมาชิกครอบครัวของคุณว่ามีความพร้อม และมีความสามารถที่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจของคุณหรือไม่ -คุณได้ให้การสนับสนุนสมาชิกครอบครัวเพื่อให้พวกเขามีอำนาจการตัดสินใจทั้งเป็นการส่วนตัว และอย่างเป็นทางการต่อผู้ร่วมงานคนอื่นๆ
https://youtu.be/-C9K0_YvL90
https://youtu.be/Qpk7_fPS5_4
https://youtu.be/owvBtB2z2o4
https://youtu.be/4BukZJDt5zg
https://youtu.be/nkvQszTy6Uo
https://youtu.be/EVwNjMOP0Mw
https://youtu.be/KlvB6aT8_0A
https://youtu.be/1RtKX8ffpcs
https://youtu.be/7hBCebNZky0
https://youtu.be/CL5emo6OGos
https://youtu.be/52Kk-e08Aao
https://youtu.be/GFbrrDEzkEU
https://youtu.be/dVCvn8NsgcU
https://youtu.be/czm4eHtTqmo
https://youtu.be/wGXm8jTicB4
คุณสมชาย รุจิโกไศย ผู้เชี่ยวชาญด้านการอบรม สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า การจะทำความฝันให้เป็นจริงได้ เราจะต้องมองให้รอบทุกด้าน เพราะนอกจากภาพความสำเร็จสวยหรู ไม่ว่าจะเป็นการได้รับผลตอบแทนสูงในรูปของกำไร โอกาสที่จะร่ำรวย การได้เป็นนายของตนเอง หรือได้รับการยอมรับนับถือในสังคม ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกมาก เช่น เงินลงทุนที่จะใช้ การต้องทำงานหนักขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น ต้องแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง รวมถึงการมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน หรือเลิกกิจการ และสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น ก่อนตัดสินใจก้าวออกมาเป็นผู้ประกอบการ ก็จะต้องศึกษาข้อมูล เรียนรู้ให้มากที่สุด และวิเคราะห์อย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ เพราะเหตุนี้ผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมักจะมีลักษณะการวางแผนธุรกิจคล้ายคลึงกัน อันได้แก่ 1.ความสามารถในการบริหารจัดการเงิน ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องประเมินให้ได้ว่า ต้องการใช้เงินลงทุนในการก่อตั้งกิจการเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าของธุรกิจควรมีเงินทุนอย่างน้อย 1 ใน 3 ของการลงทุนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออาจขอกู้จากสถาบันการเงินได้ และควรทราบว่าต้องการใช้ทุนหมุนเวียนเท่าไหร่ เพื่อเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจ โดยเผื่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนไว้ด้วย 2.เข้าใจถึงความต้องการของตลาด ก่อนอื่นต้องทราบว่าสินค้าหรือบริการที่เราอยากจะทำมีตลาดรองรับเพียงพอหรือไม่ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือใคร การแข่งขันในตลาดเป็นอย่างไร และสินค้ามีจุดเด่น/จุดด้อยอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง
ถ้าพูดไปแล้วธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่เป็นที่นิยมตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในสมัยก่อนคงจะไม่มีใครไม่รู้จักร้าน Oldies Cafe ร้านอาหารสุดคลาสสิคใจกลางเมืองที่มีลูกค้าหลั่งไหลไปทานอย่างเนื่องแน่นสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละแสนกว่าบาท แต่จุดพลิกผันทำให้ต้องเลิกร้านที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ และหันไปสู่การเป็นผู้ผลิตซอสปรุงรสส่งออก จนสามารถผลักดันไปได้ไกลถึงยุโรปภายในระยะเวลาไม่ถึงปี บริหารงานโดยคุณอิงครัต สิทธิวิริยะชัย เจ้าของธุรกิจร้านอาหารโอล์ดดี้โกลด์ดี้ในตำนาน ร้านสเต็กเพื่อวัยรุ่นและครอบครัวย่านมหาวิทยาลัยรังสิต กับอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของการเป็นเจ้าของแบรนด์ซอสปรุงรสส่งออกโอล์ดดี้ส์ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจอาหารที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี โดยแต่เดิมคุณอิงครัตมีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตสอยู่สายการบินหนึ่ง แต่ด้วยความที่มองการไกลอยากที่จะเปิดธุรกิจสักธุรกิจหนึ่งมาเพื่อรองรับในวันที่เลิกเป็นแอร์โฮสเตสจึงอยากหาอาชีพเสริม แต่ด้วยความที่ทำงานบริการมาจึงมีความคิดที่อยากจะเปิดร้านอาหารอย่างที่ตัวเองชอบและลูกค้าก็ชอบด้วย โดยเน้นตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคมีทั้งอาหารไทยและอาหารเทศให้ลูกค้าได้เลือก โดยในยุคนั้นเรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารที่ใครๆก็รู้จัก ขยายสาขาออกเป็นหลายสาขาในเมืองกรุง แต่กว่าที่ธุรกิจจะเข้าล็อคได้นั้นผ่านอุปสรรคที่เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพนักงาน การบริการ แคชเชียร์ เรียกได้ว่าครบทุกปัญหาของการทำธุรกิจร้านอาหาร ด้วยความที่ร้านมีหลายสาขามาตรฐานอาจจะไม่เท่ากัน ทั้งยังมีปัญหาเชฟที่ลาออกบ่อย ซึ่งทางคุณอิงครัตได้แก้ไขปัญหานี้โดยการทำครัวกลางทำซอสต่างๆส่งให้แต่ละสาขา เมื่อธุรกิจกำลังไปได้ดี ปัญหาต่อมาคือเรื่องสถานที่ที่เป็นปัญหาในเรื่องของค่าเช่าที่แพงเกินไปจนทำให้ธุรกิจค่อยๆปิดตัวลง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เลือกที่จะทำธุรกิจต่อไปคือความอร่อยที่ลูกค้าประทับใจ จึงได้ตัดสินใจแตกไลน์ธุรกิจจากร้านอาหารมาเป็นธุรกิจซอสปรุงรสโอล์ดดี้ส์ที่ในตอนนี้สามารถผลักดันให้ซอสปรุงรสยี่ห้อโอล์ดดี้ส์ไปได้ไกลถึงยุโรปภายในระยะเวลาไม่ถึงปีอันเนื่องมาจากความอร่อยที่ลูกค้าติดใจจนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้นี่เอง สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเรื่องราวความสำเร็จของผู้หญิงเก่งคนนี้ที่สามารถทำธุรกิจอาหารให้ประสบความสำเร็จ สามารถรับชมได้ในรายการ Smart Focus ที่จะมาโฟกัสความสำเร็จของผู้หญิงคนนี้ จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย!! http://www.smartsme.tv/content/29673
ชวนคุณไปอิ่มท้องกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ ย่านท่าน้ำนนท์ ซอยพิบูลสงคราม 15 ที่เมื่อสั่งเมนูในร้านแล้วเป็นต้องร้องโอ้โหกับก๋วยเตี๋ยวโบราณชามใหญ่บิ๊กเบิ้ม ให้ทานแบบจุใจ น้ำซุปเข้มข้น พร้อมเส้นให้เลือกทานตามชอบอีก 6 ชาม พ่วงด้วยเกี๊ยวกรอบชามใหญ่อีกหนึ่ง ในราคา 800 บาท พร้อมอาวุธตะเกียบไซส์ใหญ่ราวกับไม้กลองให้ได้ลิ้มรสชาติแบบลืมหิว นอกจากที่ร้านจะมีก๋วยเตี๋ยวให้รับประทานแล้วยังมีเมนูอื่นๆที่ทางร้านได้คิดค้นและรังสรรค์ขึ้นมารับรองได้ว่าเด็ดไม่แพ้กัน ในส่วนของเรื่องราคาอาหารของทางร้านมีตั้งแต่ 30 บาทขึ้นไป บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแนววินเทชเน้นสไตล์เก่าแก่เนื่องมาจากอยากให้เข้ากับก๋วยเตี๋ยวโบราณ โดยในยุคนี้สำหรับใครที่อยากจะทำธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวทางคุณเอ พิบูลโครตเครื่อง ได้ให้คำแนะนำดีๆสำหรับผู้ที่จะเริ่มธุรกิจว่า การทำธุรกิจนั้นต้องมีความซื่อสัตย์ทั้งกับตัวเองและกับลูกค้า คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีในการทำอาหาร ทั้งยังทำแบบสดใหม่แบบชามต่อชาม เรียกได้ว่าลูกค้าจะได้รับประทานอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆแบบไม่ทำค้างสต็อคไว้อย่างแน่นอน แม้ว่าร้านจะอยู่ในซอยลึกแต่ก็ยังมีลูกค้าที่แวะเวียนกันมาชิมก๋วยเตี๋ยวกันตลอดทั้งวัน เมื่ออาหารอร่อย สะอาดการบอกต่อกันแบบปากต่อปากจะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจไอเดียการทำธุรกิจสามารถติดตามชมเพิ่มเติมได้ในรายการ Cooking Show เมนูดีชี้ช่องรวยที่จะพาคุณไปพูดคุยกับเจ้าของร้านคนเก่ง แห่งร้านพิบูลโครตเครื่อง จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย!! http://www.smartsme.tv/content/29676
โฟตอน (Foton) รถบรรทุกสัญชาติจีนที่ประกอบในประเทศไทยรายแรก เคลื่อนตัวไปอีกระดับกับการเป็นรถหกล้ออเนกประสงค์ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานแบบครบวงจร ด้วยการเปิดตัวสองขุนพล Commando 11T และ Commando 15T ที่พร้อมเคียงข้างคุณกรำศึกบนทุกเส้นทางธุรกิจ โฟตอน Commando 15 tons รถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดกลาง BJ1153 รุ่นใหม่ ใหญ่ แกร่ง ด้วยเครื่องยนต์ Cummins 245 แรงม้า รูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย เกียร์ fast 8 speed คันเร่งไฟฟ้า แคสซีส์ (Chassis) แบบขั้นบันไดขนาดใหญ่ ทนทานแข็งแรง พร้อมระบบเกียร์ถอยหลัง 2 speed ส่งกำลังได้เพียงพอต่อการถอยหลังขึ้นเนินได้เป็นอย่างดี สอดรับความมั่นใจด้วยระบบเบรค Full Air Brake เหมาะสำหรับการบรรทุกหนัก เสริมความมั่นใจในคุณภาพด้วยฝีมือการประกอบจากโรงงานที่ได้มาตรฐานในประเทศไทย โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 7.13 กิโลเมตรต่อลิตร โฟตอน Commando 11 […]
จากการกระแสการปั่นจักรยานฟีเวอร์ ส่งผลให้ธุรกิจจักรยานเติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ tint bicecly ที่ฉีกแนวเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกมิติ กับการออกแบบจักรยานตามความต้องการของลูกค้า ด้วยรูปทรงและสีสันที่โดดเด่น ที่สำคัญในราคาจับต้องได้ โดยมีหนุ่มไฟแรง คุณปูม เชษฐ์โชติศักดิ์ เป็นเจ้าของ tint bicycle ที่มุ่งมั่นจะปั้นแบรนด์น้องใหม่นี้ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับประเทศ โดยจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนั้นมาจากการที่คุณปูมชื่นชอบจักรยานที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ด้วยราคาที่แพงบวกกับดีไซน์ที่ไม่ค่อยมีตามท้องตลาดจึงได้ปรึกษาเพื่อนๆและได้มาเปิดเป็นธุรกิจนี้ขึ้นมา ซึ่งจุดประสงค์ของการทำธุรกิจนี้คือ อยากที่จะออกแบบจักรยานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และขายในราคาที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ ซึ่งความโดดเด่นของจักรยานของร้านนี้ที่ทำให้ลูกค้าชื่นชอบคือในเรื่องของสี และการดีไซน์ที่เรียบง่าย ทั้งยังมีราคาที่เราสามารถควบคุมได้อีกด้วย โดยราคาของรถจักรยานประกอบจะเริ่มต้นตั้งแต่ 7500 บาทเป็นต้นไป ซึ่งในตอนนี้ธุรกิจก็กำลังไปได้ดีได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเนื่องมาจากลูกค้าสามารถออกแบบจักรยานตามแบบที่ตัวเองอยากได้เรียกได้ว่าถูกใจผู้บริโภคยุคนี้เป็นอย่างมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบจักรยานและอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานสามารถดูไอเดียความคิดของหนุ่มไฟแรง คุณปูม เจ้าของ tint bicycle พร้อมคำแนะนำดีๆในการสร้างแบรนด์ที่จะสามารถปรับใช้กับธุรกิจของเพื่อนๆได้ สามารถรับชมได้ในรายการ SME Springbroad ได้ที่นี่ >> http://www.smartsme.tv/content/29686
คุณแอน พลอยส่องแสง กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สภาทนายความ กล่าวว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ปัจจุบันกําหนดให้มีกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ 3 ประเภท ได้แก่ 1.ค้ำประกัน (ประกันด้วยบุคคล) 2.จํานอง (ประกันด้วยอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์บางประเภท) 3.จํานํา (ประกันด้วยสังหาริมทรัพย์) โดยมีข้อจํากัด คือ ทรัพย์สินที่สามารถนํามาจํานองได้จํากัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์พิเศษบางประเภทเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินที่สามารถนํามาจํานําได้คือ สังหาริมทรัพย์แต่ต้อง มีการส่งมอบทรัพย์สินที่จํานําให้แก่เจ้าหนี้ผู้รับจํานํายึดถือไว้แต่สัญญาหลักประกันทางธุรกิจสามารถนํา ทรัพย์สินทุกชนิดมาเป็นหลักประกันได้ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สิน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ทรัพย์สินดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจ และช่วยลดข้อจํากัดด้านหลักประกัน เช่น สังหาริมทรัพย์ที่ผู้ให้หลักประกันใช้ในการประกอบธุรกิจ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบที่ใช้ ในการผลิตสินค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งที่ทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเช่นกัน อีกทั้งกระบวนการ บังคับจํานองมีความล่าช้าอันเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ สมควรตรากฎหมายเพื่อรองรับการนําทรัพย์สิน ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นประกันการชําระหนี้ในลักษณะที่ไม่ต้องส่งมอบการครอบครองแก่เจ้าหน้าที่ และสร้างระบบการบังคับหลักประกันที่มีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมอันจะเป็นประโยชน์ต่อ การประกอบธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการSMEs
https://youtu.be/fowqQ57prcM
https://youtu.be/XV_rcwte0hk
https://youtu.be/DpNViezkye4
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อเร่งรัดให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในภาคการผลิต ภาครัฐ และภาคสังคมโดยรวมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยมีการดำเนินงานดังต่อไปนี้ – ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยการวิเคราะห์และประเมินสถานภาพของอุตสาหกรรมและศักยภาพของนวัตกรรม ตลอดจนการแสวงหาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และพัฒนานวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ – เชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจอย่างบูรณาการ โดยให้การสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการและการเงิน และเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรในการดำเนินงานทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การสร้างให้เกิด “ ระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติ ” ขึ้นโดยเร็ว – สนับสนุนด้านวิชาการและการเงิน เพื่อช่วยการพัฒนาโครงการในระยะหลังการวิจัยและพัฒนา หรือการต่อยอดจากงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ ได้แก่ การสนับสนุนการจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โครงการหรือโครงการนำร่อง การทดสอบในกระบวนการผลิตจริงเพื่อการวิเคราะห์และประเมินทางการตลาด และการจัดทำแผนธุรกิจ เป็นต้น – ส่งเสริมเพื่อสร้างความตื่นตัวด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมนวัตกรรมขึ้นภายในประเทศ ดังนั้นสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จึงให้ความสำคัญกับคำว่า “ นวัตกรรม ” ซึ่งมีความหมายว่า สิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเป็นตัวแปรสำคัญที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีความต้องการที่จะพลักดันผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาผสมผสาน หรือใช้คำว่า Startup นั่นเอง เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ […]
ด้วยความตั้งใจที่มุ่งมั่นของคุณมุ้ย พรลพัชร นรารัตน์วันชัย เจ้าของธุรกิจร้านอาหารมังสวิรัติ Y Soya ที่มุ่งมั่นที่จะทำร้านอาหารที่เป็นเสมือนโรงเจรูปแบบใหม่ให้ถูกใจลูกค้าและผู้พบเห็น ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่สบายตาและสบายใจ รวมไปถึงอาหารที่การัณตีในเรื่องของความปลอดภัยและอุดมไปด้วยประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ ซึ่งตอนนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมจึงทำให้คนจำนวนไม่น้อยหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือการเลือกรับประทานอาหาร โดยหลักสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารมังสวิรัติ Y Soya ประสบความสำเร็จและสามารถขยายกิจการได้เป็น 3 สาขานั้นมาจาก ความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำธุรกิจ ธุรกิจนี้เกิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจและปณิฐานอันแรงกล้าที่จะทำร้านอาหารมังสวิรัติให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และปลอดภัย มีเมนูให้เลือกหลากหลาย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ทางร้านจึงได้มีเมนูอาหารมังสวิรัติให้ผู้ที่มาใช้บริการได้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการทำร้านอาหารในการรังสรรค์เมนูให้มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเมนูในร้านจะเหมือนเมนูอาหารทั่วไปแต่จะแตกต่างตรงที่เมนูเหล่านั้นล้วนแต่เป็นมังสวิรัติ ความสะอาดและความปลอดภัย การจะทำร้านอาหารนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือเรื่องความสะอาดของร้านและความปลอดภัยของอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคที่มาทานเกิดความประทับใจ เพราะสิ่งแรกที่ลูกค้ามองเข้ามาคือในเรื่องความสะอาดที่ต้องมาเป็นอันดับแรก รวมไปถึงความปลอดภัยที่ได้จากการทานอาหารต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าอาหารที่เราทำนั้นใช้วัตถุดิบและมีกรรมวิธีการทำที่ได้มาตรฐาน ความอร่อย แน่นอนว่าร้านอาหารทุกร้านสิ่งที่ต้องมีคือ อาหารอร่อย ถูกปากผู้บริโภค จึงจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะเมื่อไหร่ที่อาหารของเราอร่อยมักจะถูกบอกต่อกันแบบปากต่อปากโดยที่เราไม่ต้องโปรโมทร้านเองเลย สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจทำธุรกิจอาหาร สามารถรับชมแนวคิดดีๆในการทำธุรกิจอาหาร จากเจ้าของธุรกิจร้านอาหารมังสวิรัติ Y Soya ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นจนประสบความสำเร็จให้ได้เรียนรู้กันในรายการ Smart Focus ออกอากาศวันที่ 24 เมษายน 2559 ได้ที่นี่ คลิกเลย>> http://goo.gl/o0t2Ru
จากแรงบันดาลใจของคุณมุ้ย -พรลพัชร นรารัตน์วันชัย เจ้าของธุรกิจร้านอาหารมังสวิรัติ Y Soya ที่เริ่มต้นธุรกิจจากแนวคิดที่อยากให้ลูกค้าอิ่มท้องแต่ไม่เบียดเบียนชีวิตใคร ทั้งยังอยากให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการรับประทานอาหารมังสวิรัติ จากการที่เห็นคนในครอบครัวเกิดโรคจากการรับประทานอาหารแบบตามใจปาก ด้วยความศรัทธาและปนิธานที่แรงกล้า จึงได้มาเป็น “โรงเจ” ที่เก๋และร่วมสมัยที่สามารถสร้างธุรกิจและขยายกิจการออกไปถึง 3 สาขาแล้วในตอนนี้ จากแนวคิดที่อยากให้ผู้บริโภคในยุคนี้มีสุขภาพที่ดี เสมือนกับ แม่ที่เลือกสรรวัตถุดิบที่มีประโยชน์ในการนำมาทำอาหารให้ลูกรับประทาน ซึ่งเป็นแนวคิดของคุณมุ้ย เจ้าของร้านที่ได้ยึดมั่นที่จะทำอาหารที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยในช่วงแรกที่เปิดร้านนั้นคุณมุ้ยเลือกที่จะเปิดในช่วงเทศกาลกินเจ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีผู้คนกินเจมากที่สุด ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คิดมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวกมากในช่วงนี้จนแทบจะทำไม่ทันเลยทีเดียว แต่เมื่อเทศกาลเจจบลง กลุ่มลูกค้าที่ยังมาใช้บริการที่ร้าน คือ กลุ่มคนรักสุขภาพ และคนที่ทานมังสวิรัติเป็นประจำอยู้แล้วที่ยังแวะเวียนมาใช้บริการที่ร้านอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็ถือได้ว่าทางร้านมีการวางแผนในการโปรโมทร้านมาเป็นอย่างดี ใช้เทศกาลกินเจในการโปรโมทร้านซึ่งสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่มเลยทีเดียว โดยเมนูอาหารภ่ายในร้านจะมีทั้งเมนูที่ทางร้านคิดขึ้นมาและยังมีอาหารนำเข้า เรียกได้ว่าสารพัดเมนูทั้งไทยและเทศให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับใครที่ชื่นชอบทานอาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติเชื่อได้ว่าต้องชื่นชอบแน่ๆกับเมนูที่มีให้เลือกหลากหลายที่มาพร้อมกับคุณภาพอาหารที่ทางร้านได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจทำธุรกิจอาหาร สามารถรับชมแนวคิดดีๆในการทำธุรกิจอาหาร จากเจ้าของธุรกิจร้านอาหารมังสวิรัติ Y Soya ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นจนประสบความสำเร็จให้ได้เรียนรู้กันในรายการ Smart Focus ออกอากาศวันที่ 24 เมษายน 2559 ได้ที่นี่ คลิกเลย>> http://goo.gl/o0t2Ru
https://youtu.be/fUPlGhwrzh8
https://youtu.be/1AIPw-OEcBE
https://youtu.be/29SYGBimGMw
https://youtu.be/JOKQJSJIpSk
https://youtu.be/vrsbbMdJMLE
https://youtu.be/dKyh1ixCjxo
โรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่แค่โรคที่จำอะไรไม่ได้ แต่ยังเป็นโรคที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เราควรเริ่มดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ก่อนมีอาการ เพราะโรคอัลไซเมอร์นอกจากจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แล้ว เมื่อเป็นแล้ว ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้อีกด้วย แต่เราสามารถ “ชะลอ” ได้ เสาหลักแห่งการป้องกันอัลไซเมอร์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ 50% เพราะสมองทานออกซิเจนเป็นอาหาร โดยมีเลือดเป็นตัวส่ง ดังนั้นเราต้องทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยการออกกำลัง เพื่อให้เลือดสูบฉีดไหลเวียน .. แต่สำหรับผู้สูงอายุ การทำงานบ้าน ทำสวนดูแลสวน หรือการขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีและเหมาะสมแล้ว อ่านหนังสือและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ใช้สมองให้มากขึ้น เพราะสมอง เมื่อเราไม่ใช้ เราจะเสียมันไป ผักและอาหารสดต้องเยอะ น้ำมันปลา (fish oil) เป็นอาหารเสริมที่ดี นอนวันละ 7-8 ชั่วโมง เพราะการนอนน้อย เป็นการสั่งสมองให้ทำลายตัวเอง .. ผู้สูงอายุควรนอนกลางวันด้วย เพราะสมองของผู้สูงอายุ ต้องการการพักผ่อนมากกว่าวัยรุ่นหรือวัยทำงาน เมื่อเราเครียด เซลล์สมองจะทำลายตัวเองเร็วมาก มากกว่าการไม่นอน ดังนั้น พยายามทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะที่เครียดน้อยที่สุด อยู่กับคน เพราะสมองถูกสร้างมาให้อยู่ร่วมกับผู้อื่น […]
6 สิ่งที่ “ผู้นำ” ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นผู้นำครอบครัว หรือผู้นำองค์กร “เสน่ห์ของผู้นำ” มีความสำคัญมาก เพราะอดีตเราเอาชนะกันด้วยกำลัง แต่ปัจจุปันเราเอาชนะกันด้วยเสน่ห์ เสน่ห์ที่ดึงดูดให้คนอยากทำตาม ซึ่งการจะมีเสน่ห์ดึงดูดผู้อื่นได้ต้องมีบุคลิกภาพที่ดี และนี่คือบุคลิกที่ “ผู้นำ” ควรมี ภายใน เป็นผู้นำที่ “ไว้ใจได้” พูดคำไหนคำนั้น พูดอย่างไรทำอย่างนั้น “ไม่ขี้ลืม” เป็นผู้นำที่ “ซื่อสัตย์” การโกหก หรือการสร้างภาพ จะทำให้เรามีเสน่ห์แค่ชั่วคราว และเมื่อถูกจับได้จะทำให้เสน่ห์นั้นหายไปจนหมดในครั้งเดียว ภายนอก คนเราจะชอบอยู่ใกล้หรือเดินตามคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ และพึ่งพาได้ จงแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเรามีความสามารถ และความสามารถของเรามีประโยชน์ต่อชีวิตของเขา อย่างจริงใจ เช่น มีลูกน้องมาบ่นปัญหาให้เราฟัง เราเก็บปัญหาของเขามาคิด เอาใจเขามาใส่ใจเรา หาวิธีการแก้ปัญหา และสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้ รูปลักษณ์ภายนอก และทักษะการพูดสำคัญมาก น้ำเสียงก็สำคัญ “ไม่นินทาลับหลัง” คือ สามารถพูดลับหลังในเชิงวิเคราะห์ได้ แต่ไม่ควรวิจารณ์ มีความเป็นผู้ใหญ่ (ไม่เกี่ยวกับวัยวุฒิ) คือ หาทางแก้ไข มากกว่าหาทางแก้ตัว หาทางออก มากกว่าหาข้ออ้าง และหาสิ่งที่ถูก มากกว่าหาคนที่ผิด […]
คนที่ประสบความสำเร็จ เขาทำทีละอย่าง หรือทำหลายอย่างพร้อมกัน การทำหลายๆ อย่างพร้อมกันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี มันจะมีสิ่งที่เข้ามาขัดกับการทำงานของเราตลอดเวลา มีข้อดีคือเราสามารถทำและรับข้อมูลข่าวสารหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน แต่ก็ส่งผลเสียต่อสมองของเราเป็นอย่างมาก ดังนั้น แม้ว่าจะเลี่ยงยาก .. แต่ควรที่จะพยายามหลีกเลี่ยง คนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ มักเป็นคนที่มีช่วงเวลาการไหลลื่น (flow) ของสมองนานที่สุด และเขาจะพยายามตัดสิ่งที่ทำลายสมาธิของเขาออกไปให้หมด เช่น กรณีศึกษาการฝึกซ้อมของนักไวโอลินระดับโลก กับนักไวโอลินมือสมัครเล่น พบว่า นักไวโอลินระดับโลกใช้เวลาในการฝึกซ้อมน้อยกว่ามือสมัครเล่นหลายเท่าตัว แต่ขณะที่เขาฝึกซ้อม เขาจะตัดสิ่งรบกวนทุกอย่าง แล้วโฟกัสกับการซ้อม ผิดกลับมือสมัครเล่นที่ฝึกซ้อมแทบทั้ง แต่ขณะที่ฝึกก็ทำอย่างอื่นไปด้วย ดังนั้น ถ้าเรารักที่จะทำงานใหญ่ ทำให้เสร็จ ทำให้เร็ว ทำให้สำเร็จ อย่าทำให้ตัวเองถูกดึงความสนใจ แค่ปิดทุกอย่าง แล้วลงมือทำแค่อย่างเดียว เราจะได้ผลที่ยิ่งใหญ่แน่นอน ข้อควรรู้ หากเราฝึกสมาธิแล้วทำอย่างเดียวให้เสร็จในทีเดียว เราจะทำงานเร็วขึ้น 3 เท่า และใช้พลังงานน้อยลง 2 เท่า “พลัง คือ การโฟกัส” ข้อมูลจาก : คุณขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร นักจิตวิทยาพัฒนาสมอง