ตรวจผลออกฉลากกินแบ่งรัฐบาล 16 ส.ค. 60
ตรวจผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ “16 ส.ค. 60” เพิ่มเติมได้ที่ http://www.glo.or.th/main.php?filename=glo_lotto
ตรวจผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ “16 ส.ค. 60” เพิ่มเติมได้ที่ http://www.glo.or.th/main.php?filename=glo_lotto
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์เปิดเผยความคืบหน้าการลงทุนในกองทุนร่วมลงทุนในกิจการเอสเอ็มอี (SMEs Private Equity Trust Fund) ซึ่งมีวงเงินเป้าหมายจำนวน 2,000 ล้านบาท ว่า ที่ผ่านมา ธพว. ได้ตั้งกองทุนไปแล้ว 2 กอง มีวงเงินกองละ 500 ล้านบาท และได้ร่วมลงทุนในกิจการต่างๆ ไปแล้วรวมกว่า 400 ล้านบาท โดยเงื่อนไขการเข้าลงทุน ธพว. ต้องเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการนั้นๆ ไม่ต่ำกว่า 25% หรือสูงสุดได้ไม่เกิน 49% มีระยะเวลาไถ่ถอนหุ้น หรือให้เจ้าของกิจการซื้อหุ้นคืนภายใน 7-10 ปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อกิจการที่ ธพว. เข้าไปถือหุ้นเพื่อเมื่อสามารถดำเนินธุรกิจได้เข้มแข็งก็สามารถซื้อหุ้นคืนกลับไปเพื่อคงความเป็นเจ้าของกิจการได้เหมือนเดิม ขณะที่เป้าหมายการเข้าลงทุนคือเข้าสนับสนุนเอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพสูงมีนวัตกรรมในการสร้างและพัฒนาธุรกิจให้เติบโต โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเอสเอ็มอีระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพ หรือที่มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ 2.กลุ่มเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้นเป็นเอสเอ็มอีขนาดกลาง และ […]
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี ครั้งที่ 6 : หัตถศิลป์ทรงคุณค่า ภูมิปัญญาความเป็นไทย” ถือว่าเป็นงานที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีโครงการพระราชดำริในการส่งเสริมอาชีพรายได้ของพสกนิกรทั้งประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ของประชาชน ขยายผลและสนับสนุนให้มีโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) และมีการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์โอท็อป เพิ่มช่องทางการตลาดให้กว้างและก้าวไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าภาพรวมมากกว่า 2,500 บูท โดยแบ่งกิจกรรมการจัดงานออกเป็น 4 ส่วนดังนี้ 1) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 2) การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP อาทิ OTOP Premium, OTOP Best Seller, OTOP Brand name, OTOP ขึ้นเครื่องบิน, OTOP […]
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (การขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ยังคงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 6.3% ไม่รวมภาษีท้องถิ่น หรือ 7% รวมภาษีท้องถิ่น สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากอัตรา 9% ไม่รวมภาษีท้องถิ่น หรือ 10% รวมภาษีท้องถิ่น เหลืออัตรา 6.3% ไม่รวมภาษีท้องถิ่น หรือ 7% รวมภาษีท้องถิ่น เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 […]
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ชวนคุณร่วมสัมมนาฟรี!!! หัวข้อ “เทคนิคการใช้ Social Media เพื่อเพิ่มยอดขาย” โดย คุณเตฌิณ โสมคำ (โค้ชโรเจอร์) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์ Social Media วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560 ณ ห้องกิ่งกนก โรงแรมเอเซีย ลำปาง จ.ลำปาง สนใจสำรองที่นั่ง โทร. 086-314-1482 หรือได้ที่ https://goo.gl/6EFNPJ
กลายเป็นประเด็นร้อนของสังคมในเรื่องของสินค้าในร้าน “20 บาท” ต้องมีมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. หลายคนอาจจะมองว่าสินค้าราคาขนาดนี้ยังจะคาดหวังอะไรกันมากมาย เรื่องแบบนี้อาจจะกลายเป็นดราม่าแรงๆ ได้อย่างมากมาย ถ้าเกิดความสูญเสียที่เกิดจากสินค้าที่นำเข้ามาขายโดยไม่ผ่านการคัดกรองที่ดีพอ โดยเฉพาะผู้ผลิตและนำเข้ามาเองอันนี้โทษหนักหนาเอาเรื่องอยู่ ส่วนคนที่รับเอาของคนอื่นมาขายก็มีโทษเหมือนกัน สินค้าตัวไหนต้องมี “มอก” อยากรู้ต้องเข้าไปดูกัน https://www.facebook.com/smartsme/videos/906582202825135/
รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่า webometrics เว็บไซท์จัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก ได้ประกาศผล TRANSPAPENT RANKING: TOP UNIVERSITIES BY GOOGLE SCHOLAR CITATIONS โดยจัดอันดับงานวิจัยทั่วโลกที่ถูกค้าหาทางออนไลน์และนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงมากที่สุด จากการจัดอันดับทั้งสิ้นราว 5,000 แห่ง มีมหาวิทยาลัยในไทยติดอันดับทั้งสิ้น 31 แห่ง ส่วน มทร.ธัญบุรี ติดอันดับที่ 17 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเดียวของกลุ่มราชมงคลที่ถูกจัดอันดับสูงขึ้นจากการจัดอันดับเมื่อ 6 เดือนก่อน โดยมีงานวิจัยของ มทร.ธัญบุรี ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงถึง 5,278 ครั้ง ถือเป็นจำนวนที่น่าพอใจเพราะเพิ่มจาก 6 เดือนที่แล้วถึง 1,304 ครั้ง การที่มีข้อมูลอ้างอิงถูกนำไปใช้เกิดจากมหาวิทยาลัยได้ให้คณาจารย์ทุกท่านทำวิจัย 1 Teacher 1 Research เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอนภายในสถาบัน พร้อมส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้และตีพิมพ์เผยแพร่ Credit images | matichon
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2560 (ครั้งที่ 1) เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาปรับลด 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,000.00 บาท ขายออกบาทละ 20,100.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,647.36 บาท ขายออกบาทละ 20,600.00 บาท
หลายอย่างเปลี่ยนไปเร็ว นักศึกษาจบใหม่เริ่มคิดว่า หลังจากจบปริญญาตรีจะเลือกสายอาชีพแบบไหน ยิ่งแรงงานสายทีวียิ่งคิดหนักเพราะเทคโนโลยีเข้ามาทำให้แรงงานสายอาชีพนี้ตกงานเป็นจำนวนมาก…
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธีเปิดงานได้ให้เกียรติร่วมชมบูธ Thailandmall โดย คุณ ณรินฌ์ทิพ ให้การต้อนรับพร้อมแนะนำสินค้า Otop Prestige เล่มล่าสุด
นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยที่ทรงส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวาง ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ทำให้เกิดการเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาไทยไปสู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ เปรียบประดุจทรงเป็นพระประทีปส่องสว่างนำทางพสกนิกรไทยทั้งชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค รวมทั้งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่งเสริมการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงได้กำหนดจัดงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “หัตถศิลป์ทรงคุณค่าภูมิปัญญาความเป็นไทย” ซึ่งผลการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในปีที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างรายให้แก่พี่น้องประชาชนสมาชิก OTOP เป็นจำนวนเงิน 125,000 ล้านบาท และในปัจจุบันมียอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้วกว่า 132,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนถึง 18% สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยมีความตั้งใจนำเสนองานใน 4 ส่วน ได้แก่ 1) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2) การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า […]
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศในช่วงวันที่ 14-19 ส.ค.นี้ ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 14 – 19 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 14-19 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
Thailandmall ร่วมออกบูธในงานศิลปาชีพ ประทีปไทย Otop ก้าวไกลด้วยพระบารมีครั้งที่ 6 หัตถศิลป์ทรงคุณค่าภูมิปัญญาความเป็นไทย วันที่ 12-20 ส.ค. 2560 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ 1-3 แวะมาเยี่ยมชมงานและบูธ ได้ที่ ชาเลนเจอร์ 2
ทีม Thailandmall รวมโชว์สินค้า otop ขึ้นเครื่อง ในงานแถลงข่าว “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ครั้งที่ ๖ ” ณ ลานอเนกประสงค์ กระทรวงมหาดไทย และขอเชิญชวน พี่น้อง PMG ทุกท่าน ร่วมสนับสนุนสินค้า OTOP ได้ที่งานดังกล่าว ณ อิมแพคเมืองทอง ชาเลนเจอร์ 1-3 ระหว่างวันที่ 12-20 ส.ค. 2560 มีสินค้าและของขวัญวันแม่มากมาย และโปรโมชั่นดีๆ ลดราคาสูงสุด 30%
Smart SME โดยผู้บริหาร คุณณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล เปิดสตูดิโอต้อนรับ รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อ.พงศ์พิชญ์ ต่วนภูษา ( อ.อาร์ต) รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ให้เกียรติเดินทางมาหารือความร่วมมือในเรื่องการผลิตหลักสูตรและองค์ความรู้ร่วมกัน พร้อมริเริ่มจัดทำ Smart SME โพล สำรวจความต้องการของเอสเอ็มอีไทย และการพัฒนาโปรดักท์ร่วมกัน เพื่อสร้างและขยายฐานลูกค้า และต่อยอดองค์ความรู้และโซลูชั่นส์ดี ๆสำหรับเอสเอ็มอีไทย
(10 ส.ค.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เผยว่าหลังจากที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพรบ. การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ (พรบ.พัฒนารัฐวิสาหกิจฯ) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทย เพื่อให้รัฐวิสาหกิจไทยดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มคุณภาพการบริการสาธารณะและเพิ่มความโปร่งใสให้ภาครัฐ ยืนยันว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้ดีขึ้น โดย พรบ.พัฒนารัฐวิสาหกิจจะครอบคลุมการปฏิรูปหลักใน 6 ด้าน ได้แก่ จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นกรรมการใต้กฎหมาย เพื่อให้รัฐวิสาหกิจไปทิศทางเดียวกัน โดยร่างกฎหมายกำหนดให้มีซุบเปอร์บอร์ดตามกฎหมาย เพราะกำหนดให้มีภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วม แม้เปลี่ยนผ่านรัฐบาลยังมีกรรมการชุดดังกล่าวดำเนินการดุแลรัฐวิสาหกิจต่อไป เพื่อให้เกิดการประสานงานร่วมกัน เพราะหากอยู่ภายใต้กำกับดูแลจากหลายกระทรวง เมื่อคณะกรรมการจากทุกกระทรวงมานั่งหารือร่วมกันจะทำให้การกำหนดนโยบายทำได้พร้อมกัน เช่น แผนนำท่อก๊าซและสายไฟฟ้าลงใต้ดิน กฟน.อยู่ใต้กำกับดูแลของมหาดไทย กสท โทรคมนาคม อยู่ภายใต้กระทรวงดีอี ปตท. กระทรวงพลังงานกำกับดูแล หากอยู่คนละพรรคการเมือง คงเดินหน้าไปไม่ได้ตามแผน จัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจที่ชัดเจนเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ หลังจากนี้ไปทุกรัฐวิสาหกิจต้องจัดทำยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์รัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ แม้จะอยู่ต่างพรรคการเมืองยังทำงานเชื่อมโยงกันได้เพื่อให้มีเข็มทิศการทำงานไปด้วยกัน นำระบบธรรมาภิบาลที่ดีมาใช้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ เพื่อมีระบบกำหนดทิศทางความโปร่งใส เช่น อดีตรัฐมนตรีบางกระทรวงสั่งการให้รัฐวิสาหกิจจัดซื้อสินค้าเกษตร หรือวัสดุ ฯลฯ ต่อมามีผลขาดทุน ขณะที่รัฐวิสาหกิจอ้างว่าเป็นผลสั่งการของรัฐมนตรี ขณะที่ข้อมูลระบุว่าเปิดเผยไม่ได้เป็นข้อมูลลับ ดังนั้นต่อไป จะต้องเปิดเผยข้อมูล แยกบัญชีนโยบายของรัฐ จากบัญชีดำเนินการปกติของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ […]
พวงมาลัยดอกมะลิ ต้นมะลิ ซึ่งเป็นสิ่งเป็นแรกที่ใครๆ ก็นึกถึง เพราะคุณแม่เปรียบเสมือนพระอรหันต์ในบ้านที่ลูกต้องบูชาให้ความเคารพ ลองซื้อพวงมาลัยหรือดอกมะลิไปกราบ ไปกอดท่านให้แน่นๆ แค่นี้คุณแม่ก็เป็นปลื้มแล้ว กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าเพื่อสุขภาพ, ชุดชั้นในเพื่อสุขภาพ, ชุดออกกำลังกาย เครื่องสำอาง น้ำหอม และผลิตภัณฑ์บำรุงแบบออร์แกนิค ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีและเป็นการดูแลท่านไปในตัวด้วย เครื่องประดับ ถือเป็นของขวัญยอดนิยมตลอดกาล เช่น สร้อยคอ กำไล ต่างหู แหวนทอง กระเป๋าแบรนด์ต่างๆ สำหรับใส่กล่องเล็กๆ น่ารักๆ เครื่องทำงานบ้านอัตโนมัติ เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติ, เตารีดไอน้ำ คุณแม่ในยุคดิจิทัลแบบนี้มีเครื่องทุ่นแรงมาช่วยเก็บกวาดเศษฝุ่นทำงานบ้าน ก็ช่วยเบาแรง ประหยัดเวลาได้เยอะ ทั้งนี้ เชื่อว่าคุณแม่ส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากให้ลูกๆ ต้องเสียเงินเสียทองไปซื้ออะไรมาให้แม่หรอก แค่ได้เห็นหน้า ได้กอด ได้หอม กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมกันแค่นี้แม่ก็สุดใจแล้ว หรือถ้าจะให้ดีลองชวนคุณแม่ ไปเที่ยวพักผ่อน หรือกินอาหารดีๆ เพื่อให้แม่สบายใจและใช้เวลาว่างด้วยกันกับครอบครัวอย่างมีความสุข
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2560 (ครั้งที่ 1) เมื่อเวลา 09.25 น. ราคาปรับขึ้น 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,100.00 บาท ขายออกบาทละ 20,200.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,738.32 บาท ขายออกบาทละ 20,700.00 บาท ส่วนประกาศราคาขายประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2560 (ครั้งที่ 2) เมื่อเวลา 10.15 น. ราคาปรับขึ้นอีก 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,150.00 บาท ขายออกบาทละ 20,250.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,783.80 บาท ขายออกบาทละ 20,750.00 บาท
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำระบบเฟซเพย์ (FacePay) หรือระบบเทคโนโลยีการรับชำระเงิน ด้วยการสแกนใบหน้ามาใช้ชำระค่าอาหารในโรงอาหารของกระทรวงการคลัง เป็นแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ร้านค้า และผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก ไม่ต้องพกเงินสด เสียเวลาทอนเงิน หรือกลัวเงินหาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมระบบเนชันแนล อีเพย์เมนท์ และการเข้าสู่สังคมลดการใช้เงินสด ตลอดจนนโยบายไทยแลนด์ 4.0อีกด้วย “โครงการเฟซเพย์จะมีการนำร่องแห่งแรกในโรงอาหารของกระทรวงการคลัง จากนั้นจะมีการเก็บข้อมูลประมวลผลการใช้งาน และอนาคตหากประสบความเสร็จก็พร้อมจะขยายไปสู่การใช้งานโครงการอื่นๆ ต่อไป ตามนโยบายการเป็นคลัง 4.0” สำหรับการใช้งานร้านค้าสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันลงในระบบแอนดรอยด์ จากนั้นจะใช้ระบบในแอพฯ สแกนใบหน้าของผู้ซื้อ และมีการยืนยันเพื่อหักเงินในบัญชีของผู้ซื้อเพื่อส่งเงินตรงเข้าบัญชีของร้านค้าทันที ซึ่งจะมีการรักษาความปลอดภัยระดับสากล และในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้ด้วย จะเริ่มใช้วันที่ 18 ส.ค.นี้ โดยระบบเฟซเพย์ มีความสามารถรองรับการใช้งานของข้าราชการกระทรวงการคลังได้มากกว่า 30,000 คน ซึ่งการทำงานจะเริ่มจากการสมัครเข้าสู่ระบบสมาชิกโดยการกรอกข้อมูล ถ่ายรูป และเติมเงินเข้าสู่ระบบ ส่วนการใช้งานร้านค้าจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบเช่นกัน
นายวันชัย พนมชัย รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า หลังจากมีข่าวร้านค้า 20 บาทออกไปนั้นมีการเข้าใจผิดของประชาชนว่าจะต้องปิดร้านเหล่านี้ จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ร้านเหล่านี้เป็นช่องทางการซื้อสินค้าของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งทาง สมอ. ไม่ได้เข้าไปยุ่งหากผู้ซื้อผู้ขายพอใจของเหล่านั้น เพียงแต่ว่าที่เราเข้ามาดูนั้น เนื่องจากมีสินค้าบางรายการจากที่สำรวจมีไม่ถึง 10 รายการจากของจำนวนมากในร้าน ถ้าจะมีขายต้องมีมาตรฐานเท่านั้น เพราะสิ่งของเหล่านี้กระทบความปลอดภัยและทรัพย์สินของผู้ซื้อไปใช้ หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่า สินค้าบางชนิดรู้ว่าอันตรายต่อคนใช้ แล้วทำไมทาง สมอ.ปล่อยปละละเลยไม่ไปดูแล “ก่อนหน้านี้ทางสมอ.ก็ได้มีการเชิญร้านค้าทุกร้านที่ขายของ 20 บาท มาทำความเข้าใจว่าของเป็นพันๆชิ้น คุณสามารถขายได้ แต่มีเพียงประมาณ 10 รายการ ให้ช่วยสังเกตว่ามีตรา มอก. หรือไม่ ถ้ามีตรานี้แสดงว่าสินค้านั้นได้มาตรฐาน สามารถขายได้เลย แต่ถ้าไม่มีก็อย่าขาย เพราะคุณกำลังขายของที่ผิดกฎหมาย หากไม่มีตรามอก.แล้วนำมาขายก็จะมีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท ถ้าหลายครั้งแล้วยังทำก็จะส่งดำเนินคดีส่งศาลให้ติดคุก แต่ไม่สามารถที่จะปิดร้านอย่างตามมีการเสนอข่าวจนหลายคนตกใจ” สำหรับสินค้าบางรายการ ที่ทางสมอ.บังคับว่าให้มีมาตรฐานถึงจะขายได้ คือ ไม้ขีดไฟ ผงซักฟอก หากไม่ได้มาตรฐานก็จะมีการปนเปื้อนของแป้งมากกว่าสารทำความสะอาด หรือมีการผสมสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ของเล่นเด็ก ที่มักจะมีสีสันฉูดฉาดอันตรายเกินจริง ไฟแชค […]
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดบริหารอีอีซี โดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมรับทราบผลการศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ประกอบด้วย อู่ตะเภา สุวรรณภูมิ ดอนเมือง แบบไร้รอยต่อ ของกระทรวงคมนาคม ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ได้สรุปวงเงินลงทุนจำนวน 280,000 ล้านบาท แล้วและกำหนดรูปแบบให้เอกชนลงทุนทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศเชิญชวนให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ภายในปลายปีนี้ ทั้งนี้การลงทุนก่อสร้างและให้บริการรถไฟความเร็วสูงประมาณ 200,000 ล้านบาท และรัฐลงทุนพัฒนาสถานีมักกะสัน และพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงอื่นอีกประมาณ 80,000 ล้านบาท กำหนดราคาค่าโดยสาร 500 บาทต่อเที่ยวสำหรับเส้นทางด่วนพิเศษดอนเมือง-อู่ตะเภา และ 300 บาทต่อเที่ยวสำหรับเส้นทางด่วนพิเศษสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ขณะที่ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตนอกเมือง และ160 กิโลเมตรที่ผ่านกรุงเทพชั้นใน การลงทุนจะใช้รูปแบบการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน หรือพีพีพีที่ขณะนี้ร่างหลัก เกณฑ์ เงื่อนไขดังกล่าวต้องมีกฏหมายลำดับรอง 6 ฉบับ ขณะนี้เสร็จ 3 ฉบับและกำลังรออีก 3 ฉบับที่คาดว่าจะเสนอได้สัปดาห์หน้าและคาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปลายปีนี้อย่างเร็วหรือต้นปีอย่างช้าซึ่งโครงการพื้นฐานต่างๆ ก็จะเดินหน้าตามระเบียบนี้ได้แก่ […]
เนื่องจากสังคมออนไลน์หรือสื่ออินเตอร์เน็ตในปัจจุบันมีผลกระทบต่อสังคมอย่างมากโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน หลายข้อมูลที่เป็นเท็จและผิดกฏหมายได้ถูกคอมเมนท์และแชร์ออกไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ลูกโซ่ การฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ต การหลอกลวงเด็กเยาวชน การฟอกเงิน การโจรกรรมข้อมูลคอมพิวเตอร์และการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ นำมาซึ่งความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง โครงการ “ป้องกันภัยคุกคามทาง Cyber” จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจไปสู่ประชาชนทุกพื้นที่ของแต่ละภูมิภาค ให้เกิดความเข้าใจในการรับข้อมูลข่าวสารทางโลกออนไลน์อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำธุรกิจ รับข้อมูลข่าวสารหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพื่อสื่อออนไลน์จะได้อยู่กับสังคมอย่างมีความสุข โดยครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ที่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เสวนา “รอบรู้ ทันภัย Cyber” ในหัวข้อ พ.ร.บ.เปรียบเทียบ 2550/2560 , ผิด-ไม่ผิด พ.ร.บ.ในโลกออนไลน์ พร้อมวิทยากรที่จะมาให้ความรู้หลากหลายท่าน อัพเดลข่าวสารและงานสัมมนาเกี่ยวกับ “การป้องกันภัยคุกคามทาง Cyber” ได้ที่ http://www.secure-cyber.net
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงจำนวนตัวเลขการรับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว 7.7 แสนคน ซึ่งสภาอุตสาหกรรม สภานายจ้าง และนักวิชาการชี้ว่าไม่น่าสะท้อนความเป็นจริง ตนมองว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังเชื่อว่ายังมีแรงงานต่างด้าวที่อยู่ใต้ดิน ไม่ได้มารับแจ้งในช่วงเวลาที่กำหนดอยู่ แต่คิดว่าไม่มาก ซึ่งในช่วงชะลอโทษถึง 31 ธ.ค. 2560 คงไม่สามารถเอาโทษหรือผลักดันออกนอกประเทศได้ แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาชะลอโทษ คือ วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ก็จะมีโทษหากยังผิดกฎหมายอยู่ อย่างไรก็ตามการชะลอโทษจะให้เฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยมาก่อนวันที่ 23 มิ.ย. 2560 ก่อน พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ประกาศใช้ไม่รวมนายจ้างหรือสถานประกอบการที่แอบเอาแรงงานต่างด้าวเข้ามาใหม่ จะถือว่ามีความผิด หรือถ้าต่างด้าวแอบไปเปิดกิจการเป็นเจ้าของกิจการเอง ก็จะผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมืองเช่นกัน นอกจากนี้สำหรับการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์นายจ้างและลูกจ้างแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. – 6 ก.ย. 2560 โดยวันนี้ถือเป็นวันที่สองของการดำเนินการ โดยข้อมูลช่วงเวลา 14.00 น. ของวันที่ 9 ส.ค. […]
โดยสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ชายแดน หรือขยายการลงทุนไปในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมากขึ้น พร้อมกับประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ให้ช่วยหาสู่ทางและข้อมูลด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้วย และได้ให้แนวทางการทำงานกับ สศช.ไปแล้ว ให้ช่วยดูเรื่องของเมืองชายแดน เพราะในอีก 10 ข้างหน้า เมืองชายแดนต่างๆ จะเป็นเมืองใหญ่ โดยไทยต้องเร่งหาทางสนับสนุนให้กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี และประเทศไทยรวมกันเป็นหนึ่งให้ได้ ด้วยการผลักดันให้เอกชนสยายปีกลงทุนในกลุ่มประเทศเหล่านี้ มองให้เห็น 30 เมืองใหญ่ และ 70 เมืองรอง ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีเอกชนบางส่วนเข้าไปลงทุนบ้างแล้ว แต่ก็ยังลงไปแบบสะเปะสะปะ ดังนั้นแนวทางต่อไปนี้จึงต้องทำเป็นแผนให้ชัดเจน โดยสศช.ต้องหาทางประสานกับสถาบันการเงิน และธุรกิจประกัน เป็นตัวนำร่องไปเปิดสาขาในกลุ่มประเทศนี้ เพื่อจูงใจให้เอกชนในสาขาอื่นๆ ตามมา
นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนที่จะลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยให้เหลือ 12% ภายในปี 2564 จากปัจจุบันสามารถลดลงมาได้แล้วเหลือ 14% จากเดิม 17% ซึ่งหากผลักดันให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยลดลงมาได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ จะทำให้ไทยมีต้นทุนด้านนี้ต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ในประเทศอาเซียน รองจากสิงคโปร์ จากปัจจุบันที่ไทยอยู่อันดับ 3 รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยแผนการลดต้นทุนโลจิสติกส์ กรมฯ จะผลักดันให้มีการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาบริการด้านโลจิสติกส์ การนำนวัตกรรมมาใช้ และการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น กฎระเบียบการค้าผ่านแดน ซึ่งการผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ของไทยมีการพัฒนามากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจะมีการส่งเสริมให้บริษัทรายใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนในอีอีซี ทำให้เกิดการแข่งขัน มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ และจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยลงได้ รวมทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของการส่งออกสินค้าไทยในตลาดโลก
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม-ทีเอ็มบี ไตรมาส 2/2560 จากความเห็นของผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นยังทรงตัว โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 39.6 จากระดับ 40.6 ในไตรมาสก่อนและอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเห็นว่าบรรยากาศในการดำเนินธุรกิจไม่เปลี่ยนแปลง จากค่าดัชนีที่ระดับ 48.8 ทรงตัวจาก 49.4 ในไตรมาสก่อน และค่าดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการยังคงเผชิญกับความท้าทายในการบริหารต้นทุนและการสร้างรายได้ให้กิจการเติบโต สำหรับปัจจัยที่เอสเอ็มอีกังวลมากที่สุด คือ ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัวช้า รองลงมาคือ ความกังวลด้านสภาพคล่อง การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่กำลังมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว การปรับค่าแรงภูมิภาคจากเดิมอยู่ที่ 222-273 บาท เพิ่มเป็น 300-310 บาท ทำให้ต้นทุนเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น ซึ่งเอสเอ็มอีที่ยังได้รับผลกระทบมาก คือ เกษตร พาณิชยกรรม และการค้า ขณะนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างการปรับตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ คาดว่าจะปรับเพิ่มเป็นอยู่ในกรอบ […]
กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รถใหม่ทุกคัน ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับรถ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป จากเดิมที่รถใหม่ต้องมาจดทะเบียนภายใน 60 วัน จนกว่ากฎหมายการยกเลิกป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการเข้มงวดตรวจสอบรถป้ายแดง เพื่อป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมายและลดช่องทางไม่ให้มิจฉาชีพนำรถไปก่อปัญหาอาชญากรรม ซึ่งรถป้ายแดงตามกฎหมายถือเป็นรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน แต่เป็นเครื่องหมายพิเศษที่ กรมการขนส่งทางบก ออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถ อนุญาตให้ใช้เฉพาะกรณีเพื่อขายหรือซ่อมเท่านั้น หากนำรถออกมาใช้ แต่ละครั้งต้องใช้คู่กับสมุดคู่มือประจำรถและใบอนุญาตให้ใช้รถ ซึ่งขณะนี้ผ่านร่างกฤษฎีกาแล้ว และอยู่ระหว่างหารพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมยืนยันว่า การจดทะเบียนรถใหม่ใช้ระยะเวลาเพียงวันเดียว สำหรับผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร และนครพนม ว่า พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร จึงสั่งการให้สหกรณ์จังหวัดทั้ง 5 จังหวัดสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ประสบภัย พบว่า มีสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม 300 แห่ง จำนวนสมาชิกประมาณ 50,000-60,000 คนที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหาย เบื้องต้นได้ระดมความช่วยเหลือจากขบวนการสหกรณ์ในภาคต่างๆ ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง ส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพและอาหารไปให้สหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกและครอบครัวผู้ประสบภัย ทั้งยังร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือมอบให้สหกรณ์ที่มีสมาชิกได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วม สำหรับจัดซื้ออาหาร เครื่องดื่มและอาหารปรุงสุก เพื่อนำไปมอบให้กับสมาชิกสหกรณ์และชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ในระยะยาว ด้วยมาตรการช่วยเหลือพักชำระหนี้สมาชิกสหกรณ์ 1 ปี และจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) 300 ล้านบาท ให้สหกรณ์กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยสามารถนำไปลงทุนอาชีพระยะสั้น เช่น ปลูกผัก เพื่อให้สามารถมีรายได้ ระหว่างการรอปรับสภาพพื้นที่การเกษตร
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2560 (ครั้งที่ 1) เมื่อเวลา 09.32 น. ราคาปรับขึ้น 100บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950.00 บาท ขายออกบาทละ 20,050.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,586.72 บาท ขายออกบาทละ 20,550.00 บาท
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค.60 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ 73.9 ลดลงจาก 74.9 ในเดือน มิ.ย. 60 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 62.2 ลดลงจาก 63.3 ในเดือน มิ.ย.60 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 69.1 ลดลงจาก 70.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 90.4 ลดลงจาก 91.5 สำหรับสาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน โดยผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูง, ราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน ยังทรงตัวในระดับต่ำ จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น, ผู้บริโภควิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่วนปัจจัยบวก ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% และปรับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 60 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.5% จากเดิมที่คาด […]
สินเชื่อบัวหลวงเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์ เงินกู้ระยะยาวสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 ล้านบาท จุดเด่นบริการ: วงเงินกู้สูงสุดถึง 70% ของเงินลงทุน, ผ่อนชำระได้สูงสุดถึง 7 ปี, อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ขั้นต่ำ MRR, ผ่อนชำระคงที่ตลอดอายุสัญญา จึงช่วยกิจการบริหารกระแสการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น, ชำระคืนสะดวก ง่ายดายด้วยบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หลักประกัน: อสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิการเช่า นอกจากนั้น ยังมีแฟรนไชส์ที่เข้าร่วม ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจสโตร์บิสเนสพาร์ทเนอร์ เซเว่น อีเลฟเว่น สินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ร้านซานตา เฟ่ สินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ร้านคาเฟ่ อเมซอน สินเชื่อบัวหลวงเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์เคอรี่ เอ็กซ์เพรส สินเชื่อบัวหลวงทันใจ สินเชื่อเพื่อตอบสนองการเริ่มลงทุนในธุรกิจ, ขยายกิจการ, ปรับปรุงกิจการหรือเสริมสภาพคล่องของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ ความต้องการของผู้กู้และการพิจารณาของธนาคาร จุดเด่นบริการ: วงเงินสูงสุดถึง 10 ล้านบาท เงื่อนไขไม่ยุ่งยาก หลักประกัน: เงินฝากหรืออสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อบัวหลวงกรีน ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ประกอบการ ที่ต้องการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สินเชื่อโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน สร้างโอกาสและเพิ่มค่าให้แก่ทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ เพื่อธุรกิจก้าวไกล สินเชื่อเฉพาะธุรกิจ สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการปั๊มน้ามัน ปตท. วงเงินสินเชื่อพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจปั้มน้ำมันที่ต้องการชำระค่าน้ำมัน ผ่านบริการ […]
ทีมงานProject Sale จัดอบรม โครงการจ้างเตรียมการบริหารจัดการ OTOP Village ด้านโซเชียลมีเดีย (Social Media) รุ่นที่ 1 คือ ผู้ประกอบการ OTOP จ.สระบุรี สถานที่ ณ ห้องประชุมสวนริมเขา ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เผยว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ร่วมกันยกร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนคลัสเตอร์เป้าหมายระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรกที่มีการจัดทำโรดแมปในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยแผนปฏิบัติการระยะนี้เพื่อวางยุทธศาสตร์สนับสนุนกลุ่ม สตาร์ตอัพอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาของรัฐยังกระจัดกระจาย มีหลายอุตสาหกรรมเกิดขึ้นแต่ไม่ตอบโจทย์มากนัก โดยระยะที่ 2 จะเริ่มดำเนินการในกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มคือ กลุ่มยานยนต์ กลุ่มหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ กลุ่มอาหาร และกลุ่มเศรษฐกิจชีวภาพ (ไบโออีโคโนมี) เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและผู้ประกอบการมีความพร้อม โดยจะรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทราบเร็วๆ นี้ สำหรับแผนดำเนินงานระยะ 2 กระทรวงจะยกระดับการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์ (นิว อองเทรอเพรอเนอร์ ครีเอชั่น หรือ เอ็นอีซี) เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะเดียวกันจะดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาต่างๆ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เข้ามาร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมรายใหม่ให้เกิดขึ้นในคลัสเตอร์อย่างเข้มแข็ง และจะใช้กลไกด้านการเงินจากสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน มาเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลต้องการให้เกิดสตาร์ตอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าววานนี้( 8 ส.ค.) ว่า ททท.จะประชุมร่วมกับเอกชนด้านการท่องเที่ยว เช่น สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และสายการบิน เพื่อวางแนวทางการหักลดหย่อนภาษีการเดินทางช่วงปลายปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนไทยวางแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชน และเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวในประเทศอีก 10-15% สำหรับแนวคิดการหักลดหย่อนภาษีครั้งนี้ เบื้องต้นเตรียมเสนอรูปแบบการหักลดหย่อนแบบขั้นบันได แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนแหล่งท่องเที่ยวหลัก 7-8 พื้นที่ ลดหย่อนได้ 1 หมื่นบาท โซนแหล่งท่องเที่ยวตามโครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด และ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส รวม 24 จังหวัด ลดหย่อนได้ 15,000 บาท และ โซนจังหวัดที่ไม่เกิดการท่องเที่ยว เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ลดหย่อนภาษีได้ 2 หมื่นบาท โดยสินค้าและบริการที่สามารถเก็บใบเสร็จนำมาหักภาษีได้ในครั้งนี้ จะมีความหลากหลายเพิ่มขึ้น […]
จากนักธุรกิจ 2,573 รายทั่วประเทศ พบว่าดัชนีลดลงไตรมาสแรกระดับ 50.56 เหลือ 49.38 ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติ 50 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลปัญหากำลังซื้อและความเปราะบางของเศรษฐกิจ หลังราคาสินค้าเกษตรชะลอลง อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่า นอกจากนี้ ยังกังวลต่อการบริหารจัดการแรงงานและต้นทุนการผลิต หลังรัฐบาลเตรียมบังคับใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่พบว่ามีความกังวลมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจพาณิชกรรม ธุรกิจบริการ ธุรกิจก่อสร้าง และ ธุรกิจการเงินและประกันภัย ส่วนธุรกิจที่ความเชื่อมั่นเพิ่ม เป็นภาคอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับแนวโน้มไตรมาส3 หากรัฐบาลดึงการลงทุนเข้าสู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ได้มากขึ้น และขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ได้ตามเป้า รวมถึงผู้ประกอบการมีความพร้อมกับเรื่องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่มีความชัดเจน จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นให้ดีขึ้น ขณะที่ผลกระทบของอุทกภัยในภาคเหนือและอีสาน จะมีความเสียหายทางเศรษฐกิจ 5,000-8,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากภาคการค้าและการท่องเที่ยว ขณะที่พื้นที่เกษตรเสียหาย 600 – 1,000 ล้านบาท
จากผลสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการใช้จ่ายช่วงวันแม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.7 เพราะประเมินว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น ร้อยละ 19.7 มีการใช้จ่ายลดลง เพราะรายได้ลดลง เศรษฐกิจยังไม่ดี และไม่อยากใช้เงิน และร้อยละ 12.6 มองว่าการใช้จ่ายปีนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับสิ่งที่อยากทำในช่วงวันแม่ ร้อยละ 33 จะสวมกอดแม่และบอกรักแม่ รองลงมา ร้อยละ 27.8 จะมอบดอกไม้และกราบที่เท้าแม่ ถ้อยคำที่จะพูดกับแม่ ร้อยละ 24.5 จะเลิกทำในสิ่งที่แม่ไม่ชอบ รองลงมา ร้อยละ 21.6 ขอให้สุขภาพแข็งแรง ร้อยละ 21.2 ขอโทษกับสิ่งที่ลูกทำผิดหรือทำไม่ดีกับแม่ ส่วนกิจกรรมที่จะทำในช่วงวันแม่ 3 อันดับแรก ร้อยละ 63.1 จะพาแม่ไปทำบุญ รองลงมา ร้อยละ 45.4 พาแม่ไปทานข้าว ร้อยละ 21.2 พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการใช้จ่ายเพื่มขึ้น แต่ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย และมองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่โดดเด่น โดยประชาชนร้อยละ 31.9 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 และเริ่มเห็นความชัดเจนของเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ปี […]
นางกมลลักษณ์ นามประกาย กรรมการอาวุโส หอการค้าจังหวัดสกลนคร กล่าวว่าที่หอการค้าจังหวัดสกลนคร กรรมการหอการค้าจัดให้มีการประชุมสรุปความเสียหายจากอุทกภัยและแนวทางการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลหลังน้ำลด เพื่อนำข้อสรุปที่ได้จากการประชุมเสนอ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะลงพื้นที่ประสบอุทกภัย ในการประชุม กรอ.ครั้งที่ 01/2560 โดยได้สรุปข้อเสนอความช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 3 ส่วน ได้แก่ มาตรการทางภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ไม่ต้องชำระภาษีในระยะเวลา 1 ปี , ขอยกเว้นภาษี ภงด.50 ภงด.90 , ขอผ่อนผันกรณีสูญหายหรือส่งเอกสารไม่ครบ , ขอลดหย่อนภาษีเครื่องจักร , งดภาษีโรงเรือน มาตรการดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารพาณิชย์ ขอให้ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้จากหนี้เดิม 12 เดือน , ขอกู้เพิ่มมาฟื้นฟูกิจการโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค่ำประกัน , ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อฟื้นฟูกิจการ 1 % 3-7 ปี , ผ่อนผันกำหนดส่งงานทางภาครัฐ , มอบเช็คช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนการท่องเที่ยว , ลดค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน , […]
โดยประเมินว่าจะมีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเกิดขึ้นประมาณ กว่า 9,574 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคเกษตรได้รับผลกระทบ 4,774 ล้านบาท ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 3,434 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินต่างๆ 1,366 ล้านบาท โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้คาดว่า จะมีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงร้อยละ 0.06 ทั้งนี้ จากการสอบถามภาคธุรกิจใน 10 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบปานกลางและน้อย และร้อยละ 87.0 ระบุไม่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจและการผลิตสินค้า แต่ร้อยละ 20 ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ลดลง และทำให้กำไรลดลงเพียงร้อยละ 18.5 และเชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะไม่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ และคาดว่าภายใน 1-2 เดือนสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมยืนยันเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ตามกรอบที่ร้อยละ 3.6
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2560 (ครั้งที่ 1) เมื่อเวลา 09.27 น. ราคาปรับขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,850.00 บาท ขายออกบาทละ 19,950.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,495.76 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท