iSAB เปิดตัว THE MASTER รุ่น 11 เวทีสร้างผู้นำธุรกิจยุคใหม่ เริ่มอบรมแล้ว ! หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์เชิงบวก
iSAB เดินหน้าสร้างผู้นำเชิงบวก ผ่านหลักสูตร THE MASTER รุ่นที่ 11 หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริหารยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคง เวทีสร้างผู้นำธุรกิจยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จแค่ผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับคุณธรรม จริยธรรม และความยั่งยืน ผ่านหลักสูตรเข้มข้นและวิทยากรระดับประเทศ นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร สถาบันยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงบวก (iSAB) เปิดเผยว่า iSAB เปิดตัวหลักสูตร “THE MASTER นักบริหารยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงบวก” รุ่นที่ 11 อย่างเป็นทางการ พร้อมเริ่มการอบรมแล้วตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยหลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาผู้บริหาร นักธุรกิจ และทายาทเจ้าของกิจการให้ก้าวสู่การเป็น “ผู้นำเชิงบวก” ที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “คุณธรรม จริยธรรม ผู้นำต้องมี” เน้นย้ำบทบาทของผู้นำในการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม หลักสูตร THE MASTER รุ่น 11 ยังคงเดินหน้าด้วยความร่วมมือจากองค์กรชั้นนำ ได้แก่ […]



นี่จึงเป็นเหตุหนึ่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินการขอคืนพื้นที่จาก กทม. และเข้ามาบริหารจัดการ จับใส่ตะกร้าล้างน้ำใหม่ เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เข้ามารับไม้ต่อ สิ่งที่ตามมาคือ การจัดระเบียบแผงค้า พร้อมปรับอัตราค่าเช่าใหม่ ในราคา 3,157 บาท ปัญหาที่ตามมาคือ แผงค้าปูผ้าแบกับดินบริเวณโดยรอบตลาดนัดยังคงอยู่เช่นเดิม นี่คือเหตุผลสำคัญที่ผู้ค้าเดิมซึ่งมีแผงค้าประจำในโครงการรับไม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะเดินซื้อสินค้าเฉพาะโครงการซึ่งอยู่ริมถนนโดยรอบโครงการเท่านั้น ส่วนพื้นที่ในโครงการที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในกลับร้างผู้คน
น.ส.นฤมล แซ่หุ้น ประธานสหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการเปิดให้เช่าพื้นที่แผงปูผ้าแบกับดิน เป็นปัญหาของผู้ค้ามาโดยตลอด เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะเดินเฉพาะพื้นที่ริมถนนโดยรอบตลาดเท่านั้น ส่วนภายในพบว่ามีคนเดินบางตา หรือแทบจะไม่มี ทำให้ผู้ค้าจำนวนหนึ่งไม่สามารถรับภาระทั้งค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ และปิดตัวธุรกิจลงแล้วจำนวนหลายราย
“ที่ผ่านมาผู้ค้าได้ออกมาเรียกร้องให้ ร.ฟ.ท.จัดการกับปัญหาดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของ ร.ฟ.ท.ได้เชิญชวนให้ผู้ค้าตลาดนัดเจเจกรีนเข้ามาจับจองแผงค้าแบกับดินที่กำลังจะเปิดให้เช่าใหม่ในพื้นที่บริเวณถนนรอบโครงการฯ รวมถึงบริเวณที่เรียกว่า “ซุ้มไก่ชน” ตรงข้ามกับโครงการ 9 รวมทั้งการเปิดประตูเชื่อมต่อพื้นที่จอดรถ ข้างหลังตลาดฝั่งถนนกำแพงเพชร เพื่อเชื่อมต่อกับอาคารพาณิชย์ของภาคเอกชน ที่กำลังจะเปิดให้เช่าพื้นที่ขายของแห่งใหม่ โดยประกาศว่าเป็นพื้นที่เดียวกันกับตลาดนัดจตุจักร ซึ่งอาจกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้ว”
ด้านแหล่งข่าวจากกองอำนวยตลาดนัดจตุจักรการรถไฟฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการร้องเรียนจากผู้ค้าเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องของราคาค่าเช่าแผงค้าที่รวมกับค่าบริหารจัดการ ซึ่งมีราคาสูงไม่เหมาะสม และกรณีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ค้าแบกับดินสามารถขายของได้ทั่วบริเวณถนนรอบโครงการทั้งในช่วงกลางวัน-กลางคืน โดยมีอัตราค่าเช่าแผงละ 200 บาท ซึ่งพบว่าขณะนี้มีจำนวนแผงค้าแบกับดินมากถึงกว่า 2,500 แผงค้า
“เมื่อตลาดนัดเจเจกรีนกำลังปิดตัวลง และมีเจ้าหน้าที่บางรายต้องการนำผู้ค้าจากเจเจกรีนที่ยังหาพื้นที่ขายของไม่ได้ เข้ามาจับจองพื้นที่ คาดว่าจะทำให้มีแผงค้าใหม่รวมกับแผงค้าแบกับดินเดิมสูงขึ้นถึงกว่า 3,000 แผงค้าเลยทีเดียว ซึ่งที่ผ่านมานั้นรายได้จากส่วนนี้มีคนมีสีเป็นผู้จัดสรรปันส่วนแบ่งรายได้ในกลุ่มพรรคพวก ขณะที่กรณีของการเปิดประตูเชื่อมพื้นที่จอดรถเดิมนั้น คาดว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับอาคารใหม่ที่กำลังประกาศให้เช่าพื้นที่ขายของในขณะนี้” นี่คืออีกหนึ่งของความเคลื่อนไหวของตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งภาพในอดีตของการเป็น “แดนสนธยา” กำลังจะปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง แม้จะมีการเปลี่ยนหน่วยงานเข้ามาบริหารแล้วก็ตาม หากภาครัฐยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้ปลาเน่าเพียงไม่กี่ตัวยังคงว่ายวนหาผลประโยชน์อยู่ อันดับแรกคือพ่อค้าแม่ค้าที่ทำตามระเบียบจะล้มหายตายจากไป ที่สำคัญกลุ่มคนเหล่านี้คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งนำผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่วนผลกระทบในระยะยาวคือการแปรสภาพความเป็น “จตุจักร” ที่จะถูกกลืนจะหายไปตลอดกาล ข่าวอื่นๆ