ผลสำรวจชี้ “หยุดยาว” เดือน ต.ค. ไม่คึกคัก คนไม่มีแผนเดินทาง เพราะกลัวโควิด-ของแพง


แม้ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลจะมีการเพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงกำหนดวันหยุดชดเชยย้อนหลัง เพื่อให้ประชาชนได้ออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เหมือนแต่ก่อน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามาตรการนี้ดูจะไม่ค่อยได้รับผลตอบรับจากประชาชนเท่าที่ควร ดูได้จากผลการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ จากผู้บริโภคทั้งประเทศ ครอบคลุมทุกจังหวัดและอำเภอ (884 อำเภอ/เขต) รวมทั้งสิ้น 8,124 คน ซึ่งมีผลดังต่อไปนี้

พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว

การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวของประชาชนช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2563 พบว่าประชาชนมีการเดินทางร้อยละ 27.4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว ร้อยละ 56.0 และกลับภูมิลำเนาร้อยละ 44.0

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว

  • ร้อยละ 86.1 ไม่เกิน 10,000 บาท
  • ร้อยละ 48.4 ต่ำกว่า 5,000 บาท
  • ร้อยละ 37.7 ใช้จ่าย 5,000-10,000 บาท
  • ร้อยละ 13.9 ใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท

สาเหตุที่ประชาชนไม่เดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาว

  • ร้อยละ 55.7 ต้องการประหยัดเงิน
  • ร้อยละ 29.5 ไม่อยากไปไหน ชอบพักผ่อนอยู่บ้าน
  • ร้อยละ 14.8 ไม่รู้จะไปไหน/ไม่มีข้อมูล

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงช่วงวันหยุดยาวในเดือนตุลาคม 2563 ที่กำลังมาถึง พบว่าประชาชน ร้อยละ 47.7 ไม่มีแผนการเดินทางไปต่างจังหวัด ส่วนร้อยละ 40.6 บอกไม่แน่ใจ ขณะที่ร้อยละ 11.7 มีแผนเดินทางไปต่างจังหวัด นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความกังวลของผู้บริโภค โดยร้อยละ 40.1 กังวลในเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง, ร้อยละ 17.2 ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่มสูงขึ้น และร้อยละ 14.4 เป็นภาระหนี้สิน

จากผลสำรวจที่กล่าวไปข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าประชาชนยังมีความกังวลในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย โดยมีความระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น รวมถึงหวาดวิตกกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง เหล่านี้จึงทำให้ตลาดการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะยังไม่ฟื้นตัวมากนัก