สินค้าไทยอะไรบ้างที่ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดสิทธิ์ GSP จากสหรัฐฯ


เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่สหรัฐฯ ทำการตัดสิทธิ์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยบางชนิดที่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ควรจะเป็น

หากย้อนกลับไปใน 2562 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตัดสิทธิ์ GSP ของสินค้าไทยคิดเป็นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 40,300 ล้านบาท) โดยให้เหตุผลว่าไทยล้มเหลวในการจัดสิทธิ์ที่เหมาะสมให้กับแรงงานสากล ซึ่งการตัดสิทธิ์ในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยครอบคลุมทั้งของกิน และของใช้ รวม 571 รายการ ไม่ว่าจะเป็น อาหารทะเล ผักผลไม้ เมล็ดพันธุ์ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักผลไม้ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องประดับ แผ่นเหล็ก เป็นต้น

และมาปี 2563 สหรัฐก็ตัดสิทธิ์ GSP ของสินค้าไทยอีกครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าทางการไทยไม่ยอมเปิดตลาดเนื้อหมู และเครื่องในจากสหรัฐฯ รวมถึงมีการเลี้ยงดูด้วยสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสัตว์ อีกทั้งเหตุผลของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปิดเผยในหนังสือยื่นต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่า ไทยไม่ได้ทำให้สหรัฐฯ มั่นใจในเรื่องการเข้าถึงตลาดของตนอย่างเท่าเทียม และสมเหตุสมผล ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมองว่าการระงับสิทธิปลอดภาษีภายใต้ระบบจีเอสพี สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์บางรายการของไทยนั้นเป็นเรื่องเหมาะสม”

แน่นอนว่าการกระทำในครั้งนี้จะทำให้สินค้าไทยถูกตัดสิทธิ์ GSP ไปถึง 200 รายการ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านบาท โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม นี้ โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย  ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องครัว อะลูมิเนียม หอย อาหารอบแห้ง ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์

หากถามว่าการตัดสิทธิ์ GSP จะส่งผลกระทบกับสินค้าไทยอย่างไร โดยในส่วนนี้จะทำให้สินค้าไทยมีต้นทุนด้านราคาที่สูงขึ้น เนื่องจากต้องเก็บภาษีศุลกากร ซึ่งจะทำให้เสียเปรียบต่อคู่แข่ง เพราะอาจจะเสียฐานลูกค้าประจำไป และเปลี่ยนไปใช้สินค้าแบรนด์อื่น ๆ แทน