7 วัน ปีใหม่คึกคักยอดจองที่พักพุ่ง


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย 7 วันประชาชนแห่เที่ยวปีใหม่คึกคัก ดันธุรกิจบริการที่พักยอดพุ่ง

          ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันและผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งจากกลุ่มคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและแวะเที่ยวระหว่างทาง รวมถึงกลุ่มที่ตั้งใจจะเดินทางไปพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัด และได้สร้างเม็ดเงินสะพัดสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทางต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวเดินทางผ่านจะมีความคึกคักอย่างมาก จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

          ประเด็นสำคัญโค้งสุดท้ายก่อนมาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไม่เกิน 15,000 บาท จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 รวมถึงมาตรการหักลดหย่อนภาษี สำหรับการใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือค่าบริการซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบริการสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศในระหว่างวันที่ 25 -31 ธันวาคม 2558 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท คาดช่วยหนุนเม็ดเงินใช้จ่ายของตลาดไทยเที่ยวไทยช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2559

          นโยบายภาครัฐกระตุ้นให้ภาคเอกชนหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและรองของไทย จึงทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทางเลือกและช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก รวมถึงก่อให้เกิดการกระจายรายได้อีกทั้งลดความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวหลักไปยังหัวเมืองรองมากขึ้น

          ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วง 7 วันของเทศกาลปีใหม่ (ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2558 -วันที่ 3 มกราคม 2559) จำนวนคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 YoY ซึ่งก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ต่างๆ มูลค่า 22,000 ล้านบาท เติบโตที่ร้อยละ 12.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557

          โดยมูลค่าดังกล่าวสะพัดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อันดับ 1 คือ ธุรกิจบริการด้านที่พักมูลค่า 5,200 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 4,600 ล้านบาท ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและของฝากของที่ระลึกมูลค่า 4,300 ล้านบาท ธุรกิจบริการด้านความบันเทิง (เช่น กิจกรรมผจญภัย สวนน้ำและสวนสนุก) มูลค่า 2,800 ล้านบาท ธุรกิจบริการท่องเที่ยวในพื้นที่ (เช่น แพ็คเกจเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว/ดำน้ำ) มูลค่า 1,900 ล้านบาท ธุรกิจบริการการเดินทางภายในพื้นที่ (เช่น รถเช่า เรือให้บริการไปยังเกาะต่างๆ) มูลค่า 1,800 ล้านบาท และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ มูลค่า 1,400 ล้านบาท