“ชาโฮ” ธุรกิจชาเขียวมัทฉะที่มีจุดกำเนิดจากความชอบส่วนตัว จนสรรหาชาเขียวมัทฉะแท้ที่มีตำนานยาวนานนับ 300 ปี มาเผยแพร่ในเมืองไทย ผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อคงคุณภาพในแบบดังเดิม
คุณพิมพ์เพรช สังกรณีย์ผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจค้าปลีก บริษัท Healthy Ho จำกัดได้เล่าถึงจุดกำเนิดของ “ชาโฮ” ว่าถือ กำเนิดขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย ที่กรุงเทพ ในปี 2546 โดย คุณทัสสินี วัชรเสถียร ที่ชื่นชอบการดื่มชาญี่ปุ่นแท้ จนมีโอกาสได้พบกับคุณนากามุระ ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลนากามุระ ผู้ผลิตชาเขียวคุณภาพระดับพรีเมี่ยมของญี่ปุ่น ในชื่อนากามุระชาโฮ
โดยตระกูลนากามุระชาโฮนั้นมีความเชียวชาญด้านชามากกว่า 300 ปี นากามุระ ชาโฮ ได้ผลิตมัทฉะคุณภาพดีและนำถวายให้กับมัตสึไดราฟูไม ไดเมียวองค์ที่ 7 ท่านเป็นอาจารย์ชงชาที่มีชื่อเสียงในยุคเอโดะ และท่านได้โปรดปราณมัทฉะถ้วยนี้มาก จนถ่ายทอดความรู้สึกนี้ ผ่านการตั้งชื่อชาว่า “นากาโนะ ชิโร” มีความหมายว่าจุดสีขาว ณ ใจกลาง
จุดเด่นชามัทฉะของตระกูลนากามุระชาโฮ ก็คือความเป็นญี่ปุ่นแท้ ทั้งในด้านรสชาติและ คุณภาพ โดยชาของ ชามัทฉะซึ่งในสมัยก่อนถือเป็นชาชั้นสูงและเป็นสิ่งที่ล้ำค่าในราชสำนักญี่ปุ่น มีการชงที่ประณีต ในปัจจุบันการดื่มชามัทฉะเริ่มมีแพร่หลายมากขึ้น แต่ชามัทฉะที่เป็นต้นตำหรับจริงถือว่ามีน้อยมาก ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือชาโฮ
ส่วนความหมายของ ชามัทฉะ ก็คือ ชาเขียวที่หลายคนคุ้นเคยเพียงแต่ว่า มัทฉะ เป็นผงบดละเอียด ของชาเขียว ชนิดที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คือ อยู่ในที่ร่ม ได้รับการเก็บเกี่ยว และผึ่งเย็น อย่างดี ทำให้มีรสชาติ หวานหอมอร่อย พิเศษสุดมีการปลูกแบบประคบประหงม ภายในร่มก่อนที่จะเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้กลิ่นและรสที่ดีที่สุด
ด้วยความที่คุณทัสสินีหลงไหลในชามัทฉะ จึงมีแนวคิดที่จะนำชามัทฉะเข้ามาในเมืองไทย เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มลองชาคุณภาพดี โดยจำหน่ายผ่านกลุ่มอุตสาหกรรม แต่เนื่องด้วยตอนนั้นคนไทยยังไม่คุ้นเคยกับมัทฉะ ประกอบกับราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับชาชนิดอื่น
เนื่องด้วยเหตุผลดังกล่าวคุณทัสสินี จึงเล็งเห็นความจำเป็น และความสำคัญที่จะต้องให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะและจิตวิญญาณของมัทฉะ จึงเป็นที่มาของการเปิดร้านชาโฮ เมื่อ 9 ปี ก่อนสำหรับชื่อ “ชาโฮ” นี้ มีความหมายที่คือ คำว่า “Cha” แปลว่า “ชา” ส่วนคำว่า “Ho” แปลว่า “เก่าแก่” Chaho shop จึงเป็นตัวแทนของ ร้านชาเก่าแก่ ซึ่งไม่เพียงแต่จำหน่ายมัทฉะคุณภาพสูงเท่านั้น แต่รวมถึงการให้ความรู้และประสบการณ์การดื่มชาแบบญี่ปุ่นแก่ลูกค้าด้วย
คุณพิมพ์เพรช ยังเผยอีกว่า การบริหารในช่วงแรกๆ คุณทัสสินี มีความคิดเพียงทำยังไงก็ได้ให้กระจายสาขาไปให้เร็วที่สุด ทำยังไงก็ได้ให้ให้คนได้ดื่มชาโฮได้มากที่สุด จึงเปิดหลายๆสาขา เพื่อสร้างการรับรู้ และความนิยม ในการดื่มชามัทฉะ แต่เนื่องด้วย คุณทัสสินี ไม่ได้มีความชำนาญเรื่องธุรกิจค้าปลีก และพบว่าตัวเองไม่มีความถนัดในการบริหารธุรกิจในลักษณะนี้ ทั้งในเรื่องการจัดการ การบริการลูกค้า จึงทำให้ ชาโฮประสบปัญหาในการบริหารงานพอสมควร
แต่เพราะใจรักในชามัทฉะจริงๆ จึงพยามที่จะปรับปรุงธุรกิจให้คงอยู่ต่อไป โดยในปี 2557 นี้ จึงได้ปิดสาขาจาก 8 สาขา จนเหลือ 2 สาขา แล้วบริหารทั้ง 2 สาขาให้เป็นแฟลกชิป(Flagship)และเป็น 2 สาขาที่ดีที่สุดของชาโฮอยู่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์กับสยามพารากอน ส่วนในด้านการตลาดนั้น จากเดิมที่เป็นในลักษณะค้าปลีก ก็เปลี่ยนเป็นขายส่งแทน ขายให้ทั้งอุตสาหกรรม คอฟฟี่ ช็อป (Coffee Shop) และโมเดิร์นเทรด (Modern Trade)
นอกจากนี้คุณพิมพ์เพรชยังกล่าวอีกว่า ทาง”ชาโฮ” มีแผนที่จะเปิดตัวแฟรนไซส์ในปีหน้าอีกด้วย โดยใช้ 2 สาขาที่เหลือเป็นต้นแบบของแฟรนไซส์ ส่วนรายละเอียดเงื่อนไข ทาง ชาโฮยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาจึงไม่สามารถเปิดเผยได้ ณ ตอนนี้ แต่ทาง”ชาโฮ” รับประกันว่าจะดูแลลูกค้าให้เหมือนเป็นธุรกิจของตัวเอง เพราะด้วยความผิดพลาดในอดีตทำให้ “ซาโฮ” เรียนรู้และเข้าใจในปัญหามากขึ้น จึงนำมาปรับใช้เพื่อเป็นแนวทางในอนาคต
ในด้านการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทาง “ชาโฮ” ก็เริ่มมองหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าตามหัวเมืองต่างๆที่เริ่มมี Perceptions ชองชาญี่ปุ่น ที่เป็นชาในลักษณะที่มีราคาสูง คุณภาพดี โดยจะเน้นที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนก่อน