ปัจจุบันกระแส Plant-based ที่กำลังมา ทำให้ผู้คนต่างมองหาที่เน้นพืชเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่จะมองไปที่ธัญพืช, ถั่ว, เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่อีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ “พีชปาล์ม” ที่มีศักยภาพสูงสำหรับยุคที่โลกต่างมองหาแหล่งอาหารที่มีความปลอดภัย ยั่งยืน และมีความหลากหลายมากขึ้น
ด้วยโอกาสทางตลาดที่เล็งเห็น ทำให้ Siamvana ได้นำพีซปาล์มมาต่อยอดตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นรายแรกของเมืองไทย
คุณศุภสิริ ไพรศุภา จาก Siamvana เล่าว่าเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปอาหาร โดยตั้งต้นจากพืชที่เรียกว่า ‘พีซปาล์ม’ โดยเป็นพืชที่แก้ปัญหาตอบโจทย์ในเรื่องของ Global Warming, Food Security และ Food Allergy หมายความว่าสามารถแก้ปัญหาเรื่องของ โลกร้อน รวมไปถึง การขาดแคลนอาหาร เพราะว่าพืชเป็นพืชโปรตีนสูง แล้วก็ยังเป็น Food Allergy คือภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหาร

พีชปาล์มปลูกในประเทศไทยประมาณล้านกว่าต้น เรามีเกษตรกรที่เป็น contract farming เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเลยนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ในเชิง plant-based เพื่อจะสร้างมูลค่าแบบ zero waste ให้กับกลุ่มเกษตรกรสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยผลิตภัณฑ์มีทั้ง เนื้อเบอร์เกอร์จากพืช plant-based, พีชปาล์มทอด, แกนพีชปาล์มดอง, ผงพีชปาล์มที่ให้โปรตีนประมาณ 16-18%
ทำไมถึงเป็นพีซปาล์ม
คุณศุภสิริ ให้คำตอบว่าปัจจุบันคนจะรู้จัก plant-based ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่ว แต่สำหรับเรากลับมองเห็นพืชชนิดอื่น ๆ ที่เป็นโปรตีนที่ไม่อยู่ในพืชตระกูลถั่ว เพราะมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา คือมีผู้บริโภคที่แพ้ถั่วค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่แค่นั้น ถั่วเป็นพืชระยะสั้น ดังนั้น เวลาที่เกิด climate change หรือภาวะโลกร้อน ยิลด์ของถั่วก็จะตกลง แตกต่างจากพีชปาล์มที่ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอด 20 ปี

“พีซปาล์มเป็นไม้ยืนต้น เวลาปลูกโลกมันเปลี่ยน ทนกว่าไม้ที่ปลูกเป็นรอบ ๆ เราจึงเอาไปปลูกในโซนภาคเหนือ หรือพื้นที่แห้งแล้ง เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ลด PM 2.5” คุณศุภสิริ กล่าว
แม้ว่าพีชปาล์มจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่ไม่ได้ใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะโซนอเมริกาใต้ เช่น เปรู, บราซิล หรือโซนอเมริกาเหนือ เช่น คอสตาริกา รวมถึงฝรั่งเศสที่รับประทานพืชชนิดนี้อยู่แล้ว โดยจะอยู่ในกลุ่ม Fine Dining เนื่องจากพืชตัวนี้เวลานำไปผสมกับเครื่องเทศอื่น ๆ ซึ่งข้อดีคือจะไม่มีกลิ่นไปกวนเครื่องเทศ พอไม่มีทำให้การแต่งกลิ่น แต่งรสเกิดความใกล้เคียงกับหมู หรือเนื้อสัตว์จริง ๆ
มองในมุมคนไทย “พีชปาล์ม” จะมีลักษณะใกล้เคียงกับหน่อไม้, ยอดมะพร้าว แต่ก็ไม่เหมือนกันเลยทีเดียว โดยพีชปาล์มหลังที่ตัดแล้ว ไม่ต้องใช้สารฟอกขาว แตกต่างจากยอดมะพร้าวที่ต้องใช้ และไม่ซายาไนด์เหมือนตัวหน่อไม้ สามารถทานสด ๆ ได้เลย และข้อดีอีกอย่างสำหรับคนเป็นเกาต์, ผู้ป่วย NCD, มีปัญหาระบบลำไส้ สามารถทานได้ ย่อยง่าย ท้องไม่ผูก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พีชปาล์ม” อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยที่อาจจะยังไม่รับรู้มากสักเท่าไหร่ จึงจำเป็นต้องทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การออกงาน, ออกบูธ รวมต้องการกระแสให้ผู้บริโภคมาทำความรู้จัก เป็นตัวเลือกที่จะนำมาทดแทนโปรตีน ทดแทนความเขียวของผักได้
คุณศุภสิริ มองการแข่งขันในธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ ว่าในระยะยาวน่าจะไปต่อได้ เพราะผู้คนพูดถึง Longevity เพิ่มขึ้น แม้ว่าเทรนด์นี้กำลังมา แต่ต้องใช้เวลาในการศึกษาพอสมควร และในประเทศไทยเรื่องของโปรตีนยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม พีชปาล์ม สามารถตอบโจทย์เรื่องของโปรตีน, หัวใจ, หลอดเลือด และลำไส้ อีกด้วย

“คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่จะกระจุกอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทำให้ต้องค่อย ๆ สร้างกระแสขึ้นมา แตกต่างจากเมืองนอกที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว”
‘พีซปาล์ม’ ตามงานวิจัยของเมืองนอกมีค่อนข้างเยอะ แต่งานวิจัยในเมืองไทยค่อนข้างน้อย เพราะเพิ่งเริ่มทำ ดังนั้นตัวที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงงานวิจัยที่อยู่เมืองนอกที่ผู้คนรับประทานในลักษณะเพิ่มพละกำลังก็เป็นเทรนด์ที่น่าสใจ เพียงวันนี้แค่คนไทย, นักวิจัย หรือหน่วยงานไหนมีไอเดียก็เข้ามาพูดคุย ร่วมกันพัฒนาได้
แน่นอนว่า ‘พีชปาล์ม’ จะเป็นพืชทางเลือกอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจในวงการ Plant-based ที่จะต่อยอดมูลค่า ยกระดับพืชเศรษฐกิจใหม่เชื่อมต่อความต้องการทางด้านอาหารเข้าด้วยกัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคระดับสากลต่อไป
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 92