โรงชาชงดี

“โรงชาชงดี” ชาใต้บ้านๆ เปลี่ยนของดีท้องถิ่นเป็นเครื่องดื่มพรีเมียม โกยรายได้ 100 ล้าน

หนึ่งในเครื่องดื่มที่คนไทยคุ้นชินกันเป็นอย่างดี คือ “ชาไทย” ที่กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ มีแบรนด์ผุดขึ้นมามากมายเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้เลือก ด้วยการชูจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้สมรภูมินี้แข่งขันกันอย่างดุเดือดอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

“โรงชาชงดี” หรือ “ชาชงดี” ร้านชาไทยสไตล์ชาใต้พรีเมียมที่โดดเด่นเรื่องรสชาติหอมเข้มข้น ไม่ใส่สี และไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ โดยใช้ใบชาซีลอนธรรมชาติ และเบลนด์กับชาไทย ผ่านกรรมวิธีสกัดชาแบบพิเศษ เสิร์ฟพร้อมปาท่องโก๋กรอบ ๆ ก่อตั้งโดยคุณก้อย–สุรีย์พร พูนศักดิ์ไพศาล ที่อยากจะนำเสนอวัตถุดิบ-เครื่องดื่มท้องถิ่น นั่นคือ “ชาใต้” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

แน่นอนว่าจุดเด่นของแบรนด์ คือการชูชาไทยที่ไม่ต้องแต่งกลิ่น ไม่แต่งสี มีกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ รวมถึงการสร้างความต่างด้วย “Texture” ผ่านเมนู Signature อย่าง “ชาไทยสลัชชี่” ซึ่งเปลี่ยนจากน้ำชาใส่น้ำแข็งธรรมดา ให้กลายเป็นเกล็ดหิมะเนื้อเนียนละเอียดเหมือนไอศกรีม เพิ่มความสนุกด้วยการ Top-up “ปาท่องโก๋กรอบ” ซึ่งเป็นการจับคู่ที่ลงตัวและสร้างภาพจำที่ชัดเจน

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น แบรนด์ยังสร้างสตอรี่ด้วยการเปิดตัว “น้องปาท่องโก๋” พวงกุญแจที่กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่เป็นตัวกลางช่วยสร้างการรับรู้ และกระตุ้นยอดขายของร้านให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เกิดลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มขึ้น

 

 

นอกจากนี้ แบรนด์ยังเลือกทำเลได้อย่างแม่นยำ โดยเน้นบุกไปที่ Prime Area ใจกลางเมืองเพื่อสร้างการรับรู้ เช่น สาขา One Bangkok, Central World, Central Westgate เป็นต้น  และกำหนดระราคาให้ดูเป็นอาหารที่จับต้องได้แต่มีระดับ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างหลากหลาย ทั้ง พนักงาน, นักเรียน-นักศึกษา ตลอดจนกลุ่ม Gen Z

 

ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้แบรนด์ติดตลาดอย่างรวดเร็ว โกยรายได้ไป 100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปี เติบโต 200% และพร้อมที่จะเดินหน้าปังธงต่างแดน โดยเลือกมาเลเซียเป็นประเทศแรกที่จะเข้าไปเปิดตลาดในรูปแบบ Joint Venture

 

ความสำเร็จของ “ชาชงดี” คือบทเรียนชั้นยอดของกลยุทธ์ “Value Creation” หรือการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบเดิมที่มีอยู่แล้วด้วยความคิดสร้างสรรค์ แบรนด์ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่ร้านขายชา แต่คือผู้ส่งมอบวัฒนธรรมท้องถิ่นในบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เมื่อสินค้าดี มีเรื่องราว และนำเสนอได้ถูกจังหวะ “ชาไทย” ที่เราคุ้นเคยจึงสามารถกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่ครองใจคนทั้งประเทศได้ไม่ยาก

 

ที่มา:โรงชาชงดี, marketingoops, springnews

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ