ตู้สั่งอาหารอัตโนมัติ

ทำไม? การเลือกเมนูจากตู้สั่งอาหารอัตโนมัติ มีแนวโน้มทำให้ลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันสังเกตเห็นได้ว่าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดปรับเปลี่ยนวิธีการสั่งเมนูจากใช้พนักงานมาเป็นตู้สั่งอาหารอัตโนมัติที่มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ หรือคีออสก์ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ตู้แบบนี้มีแนวโน้มทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น และเพิ่มยอดขายให้กับร้านอย่างมีนัยสำคัญ

 

นี่เป็นผลมาจากวิทยาศาสตร์พฤติกรรม โดยเป็นการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ และอะไรเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนเลือกตัดสินใจซื้อมากขึ้น

 

Dean Ward ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์จาก Evoke Creative บริษัทที่ออกแบบตู้สั่งอาหารแบบอัตโนมัติให้กับ McDonalds ให้มุมมองว่ามีหลายเหตุผลที่เครื่องจักรเหล่านี้ช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยเรื่องแรกคือคุณสามารถขจัดความรู้สึกการถูกตัดสินเมื่อต้องพูดคุยกับใครสักคน แน่นอนว่านี่เป็นปัจจัยสำคัญ

 

 

คุณต้องการแฟรนช์ฟรายส์เพิ่มไหม? คุณต้องการอัพไซส์เครื่องดื่มหรือไม่? เหล่านี้มีคนจำนวนมากอาจรู้สึกว่าถูกตัดสินในสถานการณ์นี้ และอาจปฏิเสธได้

 

ไม่เพียงเท่านั้น รูปภาพสินค้าบนหน้าจอแสดงผลยังมีความสวยงามมาก ดังนั้น ผู้บริโภคจึงเห็นตัวสินค้าว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และยังเห็นสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

“หากอยู่ในขั้นตอนการชำระเงิน มักจะถูกถามว่า คุณต้องการเพิ่มขนาดสินค้าชิ้นนี้หรือไม่ หากเป็นตู้สั่งอาหารอัตโนมัติ คุณจะมีเวลามากขึ้น แบะไม่ถูกตัดสิน จึงมีแนวโน้มกับสิ่งเหล่านี้มากขึ้น”

 

ตามข้อมูลจาก Vita Mojo ผู้ให้บริการเทคโนโลยีอีกราย ชี้ให้เห็นว่าลูกค้าประมาณ 61% เลือกใช้จ่ายที่เครื่องอัตโนมัติมากกว่าเคาน์เตอร์คิดเงิน และจำนวนเงินที่ลูกค้าใช้จ่ายต่อการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากถึง 40% อีกด้วย

 

หากจะให้อธิบายตามหลักจิตวิทยา จะถูกเรียกว่าวิทยาศาสตร์พฤติกรรม โดยบริษัทต่าง ๆ ได้ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อกำหนดทิศทางของลูกค้ามาแล้ว ซึ่งเทียบเคียงได้กับในอดีตย้อนกลับไปในปี 1940 RJ Reynolds บริษัทผลิตยาสูบของสหรัฐฯ สร้างแคมเปญใช้แพทย์มาโฆษณา เช่นเดียวกับในปัจจุบันที่เห็นแคมเปญนี้ได้จากโฆษณายาสีฟัน ผ่านทันตแพทย์ที่มาให้คำแนะนำ การันตีถึงคุณภาพ

 

 

ด้าน Ben Jones จากบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ The Behavioural Architects โดยมีฐานอยู่ในสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พฤติกรรม บอกว่ากรณีของยาสูบกับยาสีฟัน ธุรกิจเหล่านั้นกำลังใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ในวิทยาศาสตร์พฤติกรรมเรียกว่า “อคติต่ออำนาจ” ที่โน้มน้าวให้เรามีการปรับความคิดเห็น หรือพฤติกรรมสอดคล้องกับบุคคลที่มองว่าเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

 

เมื่อเราไม่แน่ใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร มันง่ายที่จะทำตามคนที่เรารู้สึกว่าน่าเชื่อถือ หรือมีความรู้ ธุรกิจบางประเภทสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้ เช่น การรองรับสินค้า, ทันตแพทย์แนะนำยาสีฟัน, นักกีฬาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้ากีฬา, นักโภชนาการเป็นพรีเซนเตอร์อาหาร

 

ที่มา:bbc

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ