ธุรกิจโฆษณาอยู่คู่กับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน แน่นอนว่าหน้าที่หลัก ๆ คือทำให้สินค้า หรือบริการกลายเป็นที่รู้จัก แต่ด้วยเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ‘โฆษณา’ ไม่ใช่แค่สร้างการรับรู้ แต่ต้องกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และปิดการขายในที่สุด
บทวิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจโฆษณาในประเทศไทยของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจนี้จะอยู่ในเวลาของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากรูปแบบเดิมที่มุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ (Awareness) ผ่านสื่อมวลชน สู่ยุค Commerce Media ที่เน้นการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และปิดการขาย (Conversion) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสามารถวัดผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ได้อย่างชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น
ธุรกิจโฆษณาอยู่ในสถานะที่ตลาดมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ในรูปแบบของ Red Ocean แต่ยังคงสามารถดึงดูดผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีการจัดตั้งใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) จำนวน 1,228 ราย สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความต้องการใช้บริการด้านการตลาดในยุคดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ เช่น Agentic AI ที่เข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจซื้อสื่อ และบริหารแคมเปญโฆษณาแทนมนุษย์

จากการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดตั้งธุรกิจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564 – 2568) พบว่า หลังจากการฟื้นตัวแบบ V-Shape จนทำสถิติสูงสุดในปี 2567 ตัวเลขในปี 2568 เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวเล็กน้อย โดยมีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 1,177 ราย ลดลง 51 ราย คิดเป็น 4.15% เมื่อเทียบกับปี 2567
ด้านมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 1,471 ล้านบาท ลดลง 363 ล้านบาท คิดเป็น 19.78% เมื่อเทียบกับปี 2567 (1,833 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดด้วยขนาดกิจการที่เล็กลง (Smaller Scale Entry) หรือมีความระมัดระวัง ในการใช้เงินทุนมากขึ้น”

สำหรับผลประกอบการปี 2567 ธุรกิจบริษัทโฆษณามีรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 132,608 ล้านบาท เติบโต 9.27% เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,436 ล้านบาท ลดลงถึง 54.40% เมื่อเทียบกับปี 2566 สาเหตุสำคัญมาจากธุรกิจขนาดใหญ่ (L) ที่พลิกจากการทำกำไรเป็นขาดทุนสุทธิกว่า 1,133 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจขนาดกลาง (M) กลับเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีเสถียรภาพมากที่สุด
สำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติในธุรกิจ โฆษณาไทยมีมูลค่าการลงทุนสะสมรวม 7,536 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา มูลค่าการลงทุน 1,151 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีมูลค่าการลงทุน เกิน 1,000 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ จีน มูลค่าการลงทุน 624 ล้านบาท และสิงคโปร์ มูลค่าการลงทุน 361 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการขยับขึ้นมาของทุนจีนสะท้อนถึงอิทธิพลของแพลตฟอร์ม e-Commerce และเทคโนโลยีจากประเทศจีนที่เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยมากขึ้น”

ทั้งนี้ แนวโน้มธุรกิจ โฆษณาในระยะต่อไปจะต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันด้านเทคโนโลยีการตลาด และการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคและบริหารจัดการสื่อโฆษณาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการแข่งขันของธุรกิจในอนาคต
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
Post Views: 88