ชื่อของ ‘บังโต’ วีรชน ศรัทธายิ่ง หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นใคร แต่หากเปลี่ยนเป็น “โต Silly Fools” แน่นอนว่าคอดนตรีในยุค 2000 ย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี กับวงร็อกที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยที่ฝากผลงานเพลงติดหูไว้ ไม่ว่าจะเป็น ขึ้หึง,วัดใจ, น้ำลาย มาจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบันเจ้าตัวผันตัวเองมาทำธุรกิจอย่างเต็มตัวกับแบรนด์เนื้อแท้ที่มีเป้าหมายอยากทำเนื้อ Dry-Aged คุณภาพเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดกับผู้บริโภค ถึงกับบินไปยังออสเตรเลียเพื่อไปดูวัวสายพันธุ์เดราท์มาสเตอร์ พร้อมกับนำเข้ามาขุนเองที่ธัญพืชไทยนานกว่า 120 วัน เพื่อให้เนื้อที่แน่น รสชาติไม่เหมือนใคร
หลังจากนั้น มีการพัฒนาคุณภาพเนื้อวัวให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเปลี่ยนสายพันธุ์วัวเป็นพันธุ์แองกัสเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยความพิเศษในเรื่องของรสชาติที่ชัดเจน เนื้อนุ่มแน่น มีไขมันแทรกอยู่บ้างแต่ไม่ถึงขั้นวากิว เหมาะสำหรับการมาทำสเต๊ก และเมนูอาหารไทยหลากหลายเมนู เป็นการยกระดับความอร่อยให้มากขึ้นกว่าเดิม
สำหรับร้านในเครือมีอยู่ 6 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่
1.The Beef Master อาหารฮาลาล Fine Dining พรีเมียมทั้งเมนูเนื้อออสเตรเลีย ไก่ ซีฟู้ด หลากหลายสัญชาติ
2.เนื้อแท้ ร้านอาหารที่นำเนื้อวัวออสเตรเลียคุณภาพมารังสรรค์หลากหลายเมนู ถูกปากคนไทย
3.เนื้อแท้เซียนเตี๋ยว ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อริมทาง สไตล์จีนโบราณ มาพร้อมกับน้ำซุปหลากหลาย และเนื้อคุณภาพ
4.ร้านพัน ละ วัน ร้านชาวาร์ม่าที่เราเอาวัวออสเตรเลียมาผสมแกะ และย่างไฟ ทำเมนูอาหารสไตล์ตะวันออกกลาง
5.ร้านเนื้อแท้ บุชเชอรี่ ร้านขายเนื้อสดออนไลน์ โดยนำวัวเข้ามาขุนเองในไทย
6.เนื้อแท้ Catering บริการจัดเลี้ยง
ผลประกอบการ บริษัท คอมพานี บี จำกัด
- ปี 2565 รายได้รวม 333 ล้านบาท กำไร +2.4 ล้านบาท
- ปี 2566 รายได้รวม 504 ล้านบาท กำไร +13.2 ล้านบาท
- ปี 2567 รายได้รวม 635 ล้านบาท กำไร +16.2 ล้านบาท

เมื่อวิเคราะห์ว่าเพราะอะไรธุรกิจ ‘เนื้อแท้’ ที่ฮิตติดตลาด กลยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือการใช้ Personal Brand ที่มีความเชื่อมั่นในตัวของ ‘บังโต’ ว่าไม่มีการย้อมแมว หรือลดเกรดวัตถุดิบ รวมถึงการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่คำโฆษณาเกินจริง แต่เน้นให้ความรู้ถึงที่มาที่ไปของเนื้อจนกลายเป็นภาพจำในเรื่องความเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เช่นเดียวกับการทลายกำแพงเรื่องตลาดเฉพาะกลุ่มที่แบรนด์ไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่ร้านอาหารมุสลิม แต่เป็นร้านเนื้อที่อร่อยที่สุด ทำให้สามารถดึงกลุ่มลูกค้า Non-Muslim เข้ามาเป็นฐานลูกค้าหลักได้
นอกจากนี้ การตลาดออนไลน์ของแบรนด์ก็เรียกได้ว่ามีความทันสมัย และแฝงไปด้วยความแสบ ด้วยการนำเอาสถานการณ์ หรือมีมที่เป็นกระแสมาเล่นให้มีความน่าสนใจ อย่างเช่น มีการโพสต์ข้อความว่า “จากสภาวะราคาน้ำมันแพง ทางบริษัทคำโตๆ มีนโยบายให้พนักงานทุกคน WFH ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน WFH ที่กล่าวคือให้ Walk From Home จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น”
ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่น้ำมันขึ้นราคา และหลายสถานที่มีการให้ Work From Home แต่ที่เนื้อแท้ขอให้ Walk From Home แทน
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 74