ไทยช่วยไทย

พาณิชย์คอนเฟิร์ม “ไทยช่วยไทย” ลดจริง จ่อดึงสินค้าชุมชน-SME ทั่วประเทศเสริมทัพ

กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ Tops เซ็นทรัลรามอินทรา หลัง ‘ไทยช่วยไทย’ เปิดตัวครบ 1 สัปดาห์ พบช่วยลดค่าครองชีพประชาชนได้จริง สินค้ากลุ่ม House Brand มีราคาที่ประหยัดเงินในกระเป๋าตั้งแต่ 25-58% รวมทั้ง หลายห้างจัดโปรโมชันลดแล้วลดอีก และจัดมุมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยราคาพิเศษเป็นกาลเฉพาะ อำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายใช้สอยได้เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว พร้อมต่อยอด ไทยช่วยไทย นำสินค้าชุมชนจากทุกจังหวัดมาพัฒนาเพื่อเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และ SME ทั่วประเทศ

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ได้เปิดตัวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันครบ 1 สัปดาห์ที่ได้จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษแก่พี่น้องประชาชน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้ลงพื้นที่ห้างโลตัส บางกะปิ เพื่อตรวจราคาสินค้าไทยช่วยไทย และดูสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยได้ให้ความเห็นว่า ห้างฯ ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยควรจัดโซนสินค้าไทยช่วยไทยเป็นกาลเฉพาะเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เข้ามาซื้อสินค้าได้รับความสะดวกสามารถซื้อสินค้าราคาประหยัดได้ ณ จุดเดียว และเติมสินค้าให้เต็มชั้นวางสินค้าตลอด เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเต็มที่ รวมทั้ง สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าไทยช่วยไทยของพี่น้องประชาชน และให้นำข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุง/พัฒนาสินค้าไทยช่วยไทยเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

 

 

 

วันนี้ (วันอังคารที่ 7 เมษายน 2569) กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ภายหลังที่ได้ประสานห้างฯ ให้ช่วยดำเนินการตามข้อสั่งการของ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อตรวจราคาสินค้าและสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าไทยช่วยไทย ณ Tops เซ็นทรัลรามอินทรา รวมถึง มุมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยเป็นกาลเฉพาะ โดยสิ่งแรกที่เห็นเมื่อมาถึงหน้า Tops คือ ซุ้มจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยขนาดใหญ่ที่มีสินค้า House Brand อุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันหลากหลายรายการ ในราคาพิเศษที่มีส่วนลดสูงสุดถึง 50% โดยสินค้าไทยช่วยไทยได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชนที่เข้ามาซื้อสินค้า โดย Tops ได้จัดส่วนลดเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน ได้นำสินค้าหลายรายการมาจัดโปรโมชันลดแล้วลดอีก เพื่อช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพ ให้ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “จากการสำรวจสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยและได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชน พบว่า สินค้าไทยช่วยไทยสามารถช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ โดยประชาชนให้ความเห็นว่า แม้สินค้าไทยช่วยไทยจะเป็นสินค้า House Brand แต่ก็มั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เหมือนสินค้าแบรนด์ทั่วไป แต่มีราคาที่ถูกกว่า สินค้าอาจลดราคาไม่เท่ากันมากบ้างน้อยบ้าง ในฐานะประชาชนก็รับรู้ได้ว่าช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มเงินในกระเป๋าได้จริง ขอให้รัฐบาลจัดสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคในราคาพิเศษระยะยาว ยิ่งรัฐบาลจัดสินค้าไทยช่วยไทยนานเท่าไร ความคุ้มค่าของการเลือกซื้อสินค้าของประชาชนก็จะยาวตามไปด้วยเช่นกัน”

 

 

ในส่วนของผู้บริหาร Tops แจ้งว่า สินค้าไทยช่วยไทยได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว 3 วันที่ผ่านมา (วันเสาร์ที่ 5 – วันจันทร์ที่ 7 เมษายน 2569) เห็นได้ชัดว่ามีประชาชนเข้ามาซื้อสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง โดย Tops ได้จัดซุ้มไทยช่วยไทยเป็นกาลเฉพาะ และมีขนาดใหญ่ตามความเห็นของ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนเห็นซุ้มไทยช่วยไทยอย่างชัดเจน และสามารถเลือกซื้อสินค้าได้โดยสะดวก ณ จุดเดียว ขณะเดียวกัน ได้มีการเติมสินค้าไทยช่วยไทยอยู่ตลอดเวลาไม่ให้ชั้นวางสินค้าว่าง ส่งผลให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้อย่างเต็มที่ โดยสินค้าไทยช่วยไทยเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้อุปโภค-บริโภคได้ด้วยความสบายใจ ในราคาส่วนลดพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้จริง ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น

 

 

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการต่อเนื่องกับสินค้าไทยช่วยไทย โดยเตรียมต่อยอดนำสินค้าชุมชนจากทุกจังหวัดมาพัฒนาเพื่อเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และ SMEs ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนโดยเร็ว เพื่อช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มยอดขาย/เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ”