ลัคกี้ สุกี้

สงครามราคาเล่นงาน? ปี 2568 ‘ลัคกี้ สุกี้’ รายได้โต แต่กำไรลดลง

ร้านสุกี้เป็นอีกหนึ่งโหมดธุรกิจร้านอาหารที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงหลัง มีการออกโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าแบบไม่มีใครยอมใคร

 

บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของ ลัคกี้ สุกี้ รายงานผลประกอบการในปี 2568 มีรายได้รวม 2,152 ล้านบาท กำไร 73 ล้านบาท แต่จุดที่น่าสังเกต เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ธุรกิจมีรายได้รวม 1,015 ล้านบาท กำไร 108 ล้านบาท โดยจะเห็นได้ว่า ในปี 2568 นั้นธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรลดลง

 

ในปี 2568 คือปีที่ลัคกี้ สุกี้ ขยายสาขาจาก 20 เป็น 42 สาขา และยังเป็นปีที่เกิด Turning Point สำคัญ เมื่อเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) เข้าร่วมทุนในสัดส่วน 40% การขยายสาขาในระดับนี้ไม่ใช่แค่การเช่าพื้นที่เพิ่ม แต่หมายถึงต้นทุนตกแต่งร้าน ค่าแรงพนักงานชุดใหม่ ค่าฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายช่วงเปิดตัวที่แทบทุกสาขาต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะ Break Even โดยงบลงทุนในปีดังกล่าวสูงถึง 300 ล้านบาทสำหรับแผนขยายสาขา

 

 

พูดง่ายๆ คือ สาขาใหม่กว่า 20 แห่งที่เพิ่งเปิด ยังไม่ทันสร้างกำไรได้เต็มที่ แต่ต้นทุนที่เกิดขึ้นนั้นถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว

 

ในแง่การเงิน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Growth Drag” โดยกำไรถูก “ลาก” ลงชั่วคราวจากภาระของการขยายตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติในธุรกิจที่เลือกกลยุทธ์ Scale Fast ก่อนที่จะ Optimize ทีหลัง ต่างจากกรณีที่รายได้โตแต่กำไรหด เพราะต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง หรือราคาขายถูกกดลง

 

มองในอีกมุมหนึ่ง ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วง “ลงทุนหนักเพื่อสร้างฐาน” ไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังแย่ลง แผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ 3,500 ล้านบาท พร้อมขยายสาขาเพิ่มอีก 25-30 แห่ง จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต

 

 

เช่นเดียวกับ เรื่องสงครามราคา แบรนด์คู่แข่งต่าง ๆ โดยภาพรวมตลาดสุกี้ปี 2568 คือสมรภูมิที่ไม่มีใครรอด สงครามหม้อสุกี้ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่อย่าง ‘เอ็มเค’ และ ’ตี๋น้อย’ ที่กำไรหดตัวพร้อมกัน ซึ่งการอัดโปรโมชันทำให้เป็นการเพิ่มทางเลือกลูกค้ามากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการยอมเฉือนเนื้อตัวเอง เพื่อให้แบรนด์ยังคงเป็นตัวเลือกของลูกค้า ดังนั้น การบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง