ชื่อ “คลองถม” ไม่ใช่แค่ชื่อสถานที่ธรรมดา แต่เป็นชื่อที่ถูกยืมไปตั้งเป็นชื่อตลาดนัดของเก่าทั่วประเทศ ตั้งแต่คลองถมพัทยาไปจนถึงคลองถมในต่างจังหวัดอีกหลายแห่ง สะท้อนว่าย่านนี้ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยในฐานะสัญลักษณ์ของแหล่งการค้าที่หาซื้อของได้ทุกอย่าง
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ “คลองถมเซ็นเตอร์” ถนนวรจักร เมื่อค่ำวันที่ 28 สิงหาคม 2569 จนไฟลุกไหม้นานกว่า 8 ชั่วโมง สร้างความเสียหายแก่อาคารเกือบทั้งหมด ความสูญเสียครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่คือการสั่นคลอนย่านการค้าที่มีความหมายต่อผู้ประกอบการไทยมาอย่างยาวนาน
ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นคลองจริง ๆ ที่ชื่อว่า “คลองสำเพ็ง” มีปลายด้านหนึ่งเชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา และอีกด้านออกสู่คลองมหานาค ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ทางการได้ถมคลองด้วยขยะ และดินเพื่อแปรสภาพเป็นถนน ชาวบ้านในละแวกนั้นจึงเรียกพื้นที่นี้ติดปากว่า “คลองถม” มาจนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ระหว่างถนนวรจักรและถนนเจริญกรุงกับเยาวราช ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ใจกลางกรุงเทพฯ
จากพื้นที่ที่เกิดจากการถมคลอง ค่อยๆ พัฒนากลายเป็นย่านการค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มต้นจากการเป็นแหล่งขายของมือสองและของเก่า ก่อนขยายตัวครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์มือถือ เครื่องเสียง นาฬิกา อุปกรณ์รถยนต์และประดับยนต์ ไปจนถึงของเล่นและของจิปาถะนานาชนิด กลายเป็นย่านการค้าส่งและค้าปลีกที่คนไทยทั่วประเทศรู้จักในฐานะแหล่งซื้อของราคาถูกที่มีความหลากหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
สิ่งที่ทำให้คลองถมมีความหมายเป็นพิเศษต่อผู้ประกอบการไทยคือ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้าธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการรายย่อยหลายพันรายใช้เป็นฐานเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ด้วยค่าเช่าที่เข้าถึงได้ ทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง เชื่อมต่อกับย่านการค้าสำคัญอื่นๆ อย่างเยาวราช-สำเพ็ง ทำให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถซื้อสินค้าราคาส่งมาขายต่อ หรือเปิดร้านขายปลีกของตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเหมือนการเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คลองถมเซ็นเตอร์กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการหลายชั่วอายุคนฝากชีวิต อนาคตทางธุรกิจไว้ บางร้านค้าส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่น สั่งสมความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ และลูกค้าประจำมาอย่างยาวนาน ความเชื่อมโยงเชิงเศรษฐกิจและสังคมแบบนี้เองที่ทำให้ย่านนี้มีมูลค่ามากกว่าตัวอาคารหรือที่ดิน แต่คือเครือข่ายธุรกิจที่สร้างมาด้วยเวลาและความไว้เนื้อเชื่อใจ
อย่างไรก็ตาม เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา มีต้นเพลิงจากร้านค้าชั้น 1 ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังชั้นลอยใต้ลานจอดรถ เนื่องจากภายในอาคารมีเชื้อเพลิงอย่างดีสะสมอยู่มาก ทั้งพลาสติก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และร้านจำหน่ายแก๊ส ทำให้ไฟลุกลามรวดเร็วและควบคุมได้ยาก จนโครงสร้างอาคารบางส่วนทรุดตัวลง ความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ราว 1 ไร่ อาคารเสียหายเกือบทั้งหมด รถยนต์เสียหายกว่า 20 คัน และมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
ความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่โครงสร้างอาคาร แต่หมายถึงสินค้า เอกสารธุรกิจ และเครื่องมือทำมาหากินของผู้ประกอบการนับร้อยรายที่อาจสูญหายไปในคืนเดียว สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจำนวนมาก
คลองถมเซ็นเตอร์ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่คือที่ที่พวกเขาสร้างอาชีพและครอบครัวมาทั้งชีวิต การสูญเสียครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ว่าย่านการค้าที่มีตำนานยาวนานนี้จะฟื้นตัว และกลับมายืนหยัดได้อย่างไรในวันข้างหน้า เช่นเดียวกับที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายมาแล้วหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ของย่านนี้
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 98