ธุรกิจขนมส่วนใหญ่มักหายไปตามกาลเวลา แต่ ‘ปังสยาม’ เริ่มจากห้องแถวเมื่อปี 2515 และยังอยู่ในตลาดมาจนถึงวันนี้ เค้กโบราณที่เคยเห็นหน้าโรงเรียน และงานวัดถูกขายในร้านสะดวกซื้อชื่อดังจนติดอันดับสินค้าขายดี และยังมีหน้าร้านเปิดให้บริการตามห้างสรรพสินค้า ถึง 80 สาขา
เรื่องราวของแบรนด์ ‘ปังสยาม’ จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แม้ธุรกิจจะเปิดมากว่า 50 ปี แต่แบรนด์ยังคงยืนหยัดอยู่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนการแข่งขันที่สูงขึ้นได้เป็นอย่างดี
‘ปังสยาม’ เริ่มในปี 2515 เมื่อครอบครัวเปิดโรงงานขนมปัง “สยามรุ่งเรือง” เป็นเบเกอรีห้องแถว 4 ห้องย่านถนนตากสิน ทำขนมไข่ ขนมปัง และเค้กโบราณ ซึ่งเป็นสินค้าขายดีที่สุด หลังจากนั้นในปี 2544 ได้ย้ายโรงงานไปสมุทรสาคร และเปิดร้านสไตล์คาเฟ่-นมภายใต้ชื่อ “ปังสยาม พ.ศ.๒๕๑๕” ชื่อมาจากการรวมคำว่า “ขนมปัง” กับ “สยามรุ่งเรือง” ส่วน 2515 คือปีที่เริ่มกิจการ

ที่มา: เฟซบุ๊กปังสยาม
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนของแบรนด์ คือการนำเค้กโบราณ 12 ชิ้นใส่กล่อง ขายหน้าโรงเรียน ได้รับการตอบรับดีจากทั้งเด็กและผู้ปกครอง ก่อนที่ 7-Eleven จะติดต่อให้นำไปวางขาย รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งขนม-เครื่องดื่ม ทำให้ครองใจผู้บริโภคเรื่อยมา แม้แบรนด์จะดูมีความเก่า แต่สิ่งที่ให้บริการกลับมีความใหม่อยู่เสมอ
เพราะอะไร? แบรนด์ถึงติดตลาดอยู่มาถึงทุกวันนี้ได้ สามารถวิเคราะห์ออกมาในหลายประเด็นด้วยกัน
มีสินค้าชูโรง: แทนที่จะส่งขนมทุกชนิด แบรนด์เลือกเค้กโบราณซึ่งเป็นสินค้าขายดีที่สุด มาเป็นตัวนำ แล้วรักษาสูตร และคุณภาพให้คงที่ ลูกค้าจึงรู้ทันทีว่าซื้อปังสยามแล้วจะได้อะไร กลายเป็นภาพจำที่นึกถึง
ใช้ความเก่าเป็นจุดแข็ง ไม่ใช่ข้อจำกัด: นี่คือหัวใจของแบรนด์ ปังสยามไม่ได้พยายามทำให้เค้กโบราณดูทันสมัยจนเสียตัวตน แต่เลือกรักษาความเป็นของโบราณไว้ แล้วขายเป็นความคิดถึง-ความคลาสสิก เช่นเดียวกับตัวร้านที่เลือกตกแต่งด้วยไม้ให้บรรยากาศแบบร้านกาแฟโบราณ ผสมกับความเป็นคาเฟ่ยุคใหม่ มีสโลแกน “อบด้วยรัก อุ่นด้วยใจ” ที่ชวนนึกถึงร้านขนมปังดั้งเดิม ส่วนเมนูในร้านก็เป็นของที่คนไทยคุ้นเคย เช่น กาแฟโบราณ ติ่มซำ โจ๊ก ไข่กระทะ และซาลาเปา แบรนด์ใช้แนวคิดว่า “อนุรักษ์ความอร่อยแบบโบราณ ผสมผสานความทันสมัย” ผลคือคนรุ่นเก่าได้ความคุ้นเคย ส่วนคนรุ่นใหม่ได้ความแปลกใหม่ในบรรยากาศวินเทจ
ปรับสินค้าให้เหมาะกับช่องทางใหม่: เมื่อเข้า 7-Eleven แบรนด์ปรับสินค้าให้ตรงกับลูกค้าหลายวัย และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เค้กไม่เคลื่อนเมื่อถูกกระแทกระหว่างขนส่ง นอกจากร้านสะดวกซื้อแล้วยังขายผ่านห้างสรรพสินค้า คีออสในโรงพยาบาล และหน้าร้านของตัวเอง ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งช่องทางเดียว

ที่มา: เฟซบุ๊กปังสยาม
เล่าเรื่องผ่านโซเชียล: ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลกับผู้คนยุคนี้เป็นอย่างมาก โดยในช่วงราว 5 ปีหลัง แบรนด์ทำการตลาดออนไลน์ผ่านทาง Facebook และ TikTok เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้เดินผ่านหน้าร้าน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ปังสยาม’ อยู่รอดมาตั้งแต่ปี 2515 ด้วยการรักษาเค้กโบราณให้คงคุณภาพ ใช้ความเก่าเป็นจุดขายแทนการทิ้งตัวตน และปรับสินค้ากับช่องทางขายให้ทันยุค จากเค้กกล่องหน้าโรงเรียนสู่ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ รวมถึงการมีหน้าร้านที่แฝงไปด้วยความคลาสสิก ทำให้รักษาลูกค้ารุ่นเก่า และเพิ่มลูกค้ารุ่นใหม่แบบไม่ตกยุค
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 58