‘ชาตรามือ’ แบรนด์ชาไทยดั้งเดิมกว่า 80 ปี ระดับตำนาน ที่ธุรกิจไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังขยายสาขาออกไปในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์, มาเลเซีย, จีน รวมถึงล่าสุดกับสาขาแรกที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย กับปรากฏการณ์ที่เรียกกระแสไม่ใช่น้อย เมื่อมีลูกค้ามาต่อแถวเพื่อซื้อเครื่องดื่มกันเป็นจำนวนมาก
เฟซบุ๊ก ChaTraMue โพสต์ข้อความ 🎉 Grand Opening🥤ชาตรามือมา Melbourne แล้วนะ 🧡
ชาไทยต้นตำรับมาเสิร์ฟแล้วถึงที่ ✨ ขอบคุณทุกคนมากๆ สำหรับการต้อนรับอบอุ่นในวันนี้ มีลูกค้าต่อแถวยาวมากกก 😆🙏
ใครอยู่เมลเบิร์นอย่าลืมแวะมาหากันนะคะ มาจิบชาเพลินๆ กัน~
📍 236 Swanston St, Melbourne VIC 3000
⏰ 11:00am – 8:00pm (Mon-Sun)

ที่มา: เฟซบุ๊ก ChaTraMue
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด แต่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวทั้งในเรื่องของจังหวะเวลา, ทำ และคุณค่าของแบรนด์ ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างลงตัว พร้อมกับใช้กลยุทธ์หลักตีตลาดอย่างสมบูรณ์แบบผ่านประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้
- การสร้าง “ความแตกต่าง” ในตลาด Red Ocean
ในเมลเบิร์นมีร้านชานมไข่มุก (Boba) จากไต้หวันและจีนเยอะมาก แต่ชาตรามือไม่ได้ขายแค่ “ชานม” ทั่วไป แต่ขาย “Thai Tea Identity” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ทั้งกลิ่นหอมของชาไทยและสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งตัดกับชานมสีนวลๆ ของเจ้าอื่นอย่างชัดเจน ทำให้เกิดความโดดเด่นบนหน้าฟีดโซเชียลมีเดียทันที
- ทำเลเชิงยุทธศาสตร์ Swanston Street
การเลือกปักหมุดที่ถนน Swanston คือการกระโดดเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ถนนสายนี้คือศูนย์รวมของนักศึกษาต่างชาติและวัยรุ่น การตั้งอยู่ใกล้กับคู่แข่งอย่าง HeyTea ไม่ใช่ข้อเสีย แต่เป็นการดึง Traffic ของคนที่ “ตั้งใจมากินชานมอยู่แล้ว” ให้มาลิ้มลองแบรนด์ใหม่ที่กำลังเป็นกระแส
- พลังของ “Nostalgia Marketing” และ Soft Power
คนเมลเบิร์น รวมถึงชาวออสเตรเลีย ผูกพันกับอาหารไทยสูงมาก และไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่นั่น
สำหรับคนท้องถิ่น รสชาติของแบรนด์เครื่องดื่มไทย คือรสชาติแห่งความทรงจำจากการมาเที่ยวไทย (Memorable Experience)
สำหรับคนไทยในต่างแดน คือการเติมเต็มความโหยหาบ้าน (Homesick) กลุ่มนี้คือ Brand Ambassadors ชั้นดีที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมในช่วงแรก
- Scarcity & First-Mover Advantage (ในระดับเมือง)
แม้ชาตรามือจะมีสาขาในซิดนีย์หรือเมืองอื่นบ้างแล้ว แต่สำหรับเมลเบิร์นที่เป็น “เมืองหลวงแห่งกาแฟและอาหาร” การมาถึงของสาขาแรกย่อมสร้างสภาวะ FOMO หรือกลัวตกเทรนด์ ทำให้คนยอมสละเวลามาต่อแถวเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้เช็กอิน
- การใช้ Community-Led Growth
ก่อนเปิดร้าน มีการสร้างกระแสในกลุ่ม Community คนไทยและกลุ่มคนรักชานมในเมลเบิร์นอย่างต่อเนื่อง การที่เห็นคนไทย (ซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรม) ไปยืนต่อแถว เป็นการยืนยันให้ชาวต่างชาติมั่นใจว่า “นี่คือของจริง” ส่งผลให้แบรนด์ดูแข็งแกร่งกว่าร้านชานมแฟรนไชส์ทั่วไป
‘ชาตรามือ’ ไม่ได้แค่ไปขายเครื่องดื่ม แต่ไปขาย “Cultural Experience” ที่จับต้องได้ในราคาเข้าถึงง่าย โดยถือเป็นก้าวสำคัญของ Soft Power ไทยที่ไปบุกย่านใจกลางเมืองเมลเบิร์นได้สำเร็จและสร้างปรากฏการณ์ “แถวแตก” ได้เหมือนตอนเปิดที่จีนหรือสิงคโปร์
ที่มา: ChaTraMueAustralia
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
Post Views: 75