หนึ่งในเรื่องที่คนไทยมักจะมีติดตัว นั่นคือเรื่องของ “โชคลาภ” และ “ความเป็นสิริมงคล” กับชีวิต ยิ่งช่วงเริ่มต้นปีใหม่ด้วยแล้ว การมองหาไอเท็มเสริมดวงจึงมีความน่าสนใจไม่น้อย นี่จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ที่จะเสนอสินค้าเพื่อตอบโจทย์เหล่าสายมู อย่างกรณี KFC ประเทศไทยที่เปิดตัว “กระเป๋าบักเก็ตโชคดี” ที่เติมเต็มทั้งความอร่อย ไปพร้อมกับข้อความนำโชค
แนวคิด “กระเป๋าบักเก็ตโชคดี” เกิดขึ้นจากอินไซต์เรื่องความเชื่อด้านสิริมงคลของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นปีที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาตัวช่วยเรื่องการเสริมดวงในทุกด้าน จากจุดนี้จึงเป็นไอเดียสุดมงคลรับปีใหม่จาก KFC ประเทศไทยขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการจัดพิธีบวงสรวงจากอาจารย์กานต์ มุสิกบุญเลิศ (อาจารย์ปุ๊ปปั๊ป) จากสยามพิธี พร้อมด้วยพนักงาน KFC ร่วมพิธีสวดอวยพร เพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง สุขภาพดี ความรัก และความสำเร็จ ให้แฟน ๆ เริ่มต้นปีอย่างมีพลัง

สำหรับกระเป๋านี้ ผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ผ่านชุดบักเก็ตในราคาเริ่มต้น 199 บาท ก็จะได้รับกระเป๋าบักเก็ตโชคดี ซึ่งมี 4 ข้อความ ได้แก่ สมหวัง, แข็งแรง, ร่ำรวย, สำเร็จ โดย KFC มีความตั้งใจเล็ก ๆ นี้จะช่วยเพิ่มพลังใจดี ๆ โมเมนต์ที่ดีให้การเริ่มต้นปีใหม่เป็นปีแห่งความสุข ความเจริญ และความโชคดีของคนไทยทุกคน เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. ตั้งแต่วันนี้ – 28 มกราคม 2569
การที่ KFC เปิดตัว “กระเป๋าบักเก็ตโชคดี” ไม่ใช่เพียงแค่การขายสินค้าพรีเมียมทั่วไป แต่คือการใช้กลยุทธ์ Muketing (Mutelu + Marketing) ที่หยิบเอา “ความเชื่อ” มาเป็นตัวขับเคลื่อนอารมณ์ เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด Fast Food ที่มีการแข่งขันสูง ผ่าน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
การเปลี่ยน Functional เป็น Emotional: ปกติเรามองบักเก็ต KFC คือภาชนะใส่ไก่ (ฟังก์ชัน) แต่การใส่ความหมายเรื่อง “โชคดี” และ “ความมงคล” เข้าไป ทำให้สินค้ากลายเป็นเครื่องรางที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจ ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นโดยไม่สนราคา
การจับ Insight “ความสบายใจ” ของคนไทย: ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้บริโภคมีพฤติกรรมแสวงหาการเริ่มต้นใหม่ที่ดี KFC จึงใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็น “ผู้ส่งมอบความสุขและสิริมงคล” การมีกระเป๋าลายมงคลวางอยู่ข้างตัวจึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่สร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้มากกว่าเดิม
สร้างกระแสบนโซเชียลด้วย Visual & Meaning: ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นของบักเก็ตที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมกับสตอรี่เรื่องสายมู ทำให้เกิดการบอกต่อได้ง่าย เพราะคนยุคใหม่ยินดีที่จะแชร์ “ไอเทมสายมูที่ดูดี” ลงบนพื้นที่โซเชียลของตนเอง ซึ่งเป็นการโฆษณาให้แบรนด์ฟรีโดยที่ดูไม่ยัดเยียดจนเกินไป

สรุปได้ว่านี่คือการปรับตัวของแบรนด์ไก่ทอดอันดับ 1 ที่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการเปลี่ยนไก่ทอดให้เป็นเรื่องของ “ไลฟ์สไตล์และความเชื่อ” เพื่อครองใจผู้บริโภค สร้างความแปลกใหม่ เกิดการผสมผสานอย่างลงตัว
ที่มา: KFC
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 186