แม้ภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 จะยังคงเห็นตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ 2.5% (มูลค่าตลาดชะลอตัวลงจากปีก่อนที่เติบโต 4.5% ตามการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย) แต่หากมองลึกลงไปจะพบว่าเป็นการเติบโตที่เกิดจากการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะเม็ดเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคหนาขึ้นแต่อย่างใด
สวนทางกับผลกำไรสุทธิของผู้ประกอบการที่กำลังถูกบีบให้ลดลงอย่างน่าใจหาย จากคลื่นความท้าทายรอบทิศ โดยเฉพาะชนวนเหตุจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นตัวเร่งให้ต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำอย่างข้าวสาร อาหารสด ผัก ผลไม้ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ พาเหรดกันปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย บีบให้ร้านค้าส่วนใหญ่ต้องยอมปรับขึ้นราคาหน้าร้านเฉลี่ยถึง 10%-20% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต

ในขณะที่ฝั่งต้นทุนเร่งตัวขึ้นอย่างน่ากลัว ฝั่งรายได้กลับต้องเผชิญกับภาวะ “กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรงและเปราะบาง” ซ้ำร้ายยังต้องเจอกับแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะลดลงจากปีก่อน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกลุ่มร้านอาหารที่จัดว่าอยู่ใน “โซนอันตรายและเปราะบางที่สุด” ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ ได้แก่
ร้านบุฟเฟต์ (Buffet): ที่นอกจากจะสู้รบตบมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดอยู่แล้ว ยังต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นแบบเหมาจ่าย
ร้านระดับพรีเมียม (Premium): ที่กำลังเจอตอสองเด้ง ทั้งลูกค้าในประเทศที่ลดความถี่ในการเข้าร้านเพื่อประหยัดเงิน และต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่แพงลิ่วจากปัญหาระบบขนส่ง
ร้านที่พึ่งพาเดลิเวอรี (Delivery) เป็นหลัก: กลุ่มนี้จัดว่าเหนื่อยหนัก เพราะนอกจากกำไรเฉลี่ยต่อจานจะต่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังต้องเจอทั้งค่า GP ที่สูงลิ่ว และความเสี่ยงเรื่องราคาบวกกับการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์
มองไปข้างหน้า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูง แม้ว่าในอนาคตช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ แต่กว่าที่กลไกการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบจะฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติก็ต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย ดังนั้น ทางรอดเดียวของผู้ประกอบการใน พ.ศ. นี้ คือการปรับตัวเชิงรุก โดยต้องมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การวางแผนสต็อกวัตถุดิบอย่างแม่นยำ การมองหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนเพื่อกระจายความเสี่ยง และการลีน (Lean) ระบบจัดการในครัวเพื่อลดขยะอาหาร (Food Waste) ให้เหลือน้อยที่สุด ที่สำคัญคือ “ต้องเลี่ยงสงครามราคา” แล้วหันมาสู้ด้วยคุณภาพ ความคุ้มค่า และการปรับตัวให้เท่าทันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพื่อประคองธุรกิจให้รอดพ้นจากมรสุมต้นทุนในครั้งนี้
ที่มา:ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 68