สุกี้ตี๋น้อย

อ่วมตามกัน! ปี 68 ไม่ง่าย ‘สุกี้ตี๋น้อย’ กำไรลดลง 26% คาดร้านบุฟเฟต์แข่งขันเดือด

บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ โดยจุดที่น่าสนใจ และเป็นที่ทราบกันดีว่าบริษัทได้เข้าไปถือหุ้นของ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของ “สุกี้ตี๋น้อย” ในอัตราร้อยละ 30%

 

เมื่อดูผลประกอบการของร้านสุกี้ชื่อดังรายนี้ จะพบว่าในปี 2568 ธุรกิจมีกำไรสุทธิ 860 ล้านบาท ลดลง 26% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท ทำให้เจมาร์ทจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น คิดเป็น 258 ล้านบาท

 

Smart SME จะพามาดูผลประกอบการของ “สุกี้ตี๋น้อย”

 

– ปี 2563 รายได้ 1,223 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท

– ปี 2564 รายได้ 1,572 ล้านบาท กำไร 148 ล้านบาท

– ปี 2565 รายได้ 3,976 ล้านบาท กำไร 591 ล้านบาท

– ปี 2566 รายได้ 5,244 ล้านบาท กำไร 913 ล้านบาท

– ปี 2567 รายได้ 7,075 ล้านบาท กำไร 1,168 ล้านบาท

 

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าผลประกอบการของ “สุกี้ตี๋น้อย” เติบโตขึ้น แต่มาในปี 2568 พบว่ากำไรของธุรกิจลดลง โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า “สุกี้ตี๋น้อย” มีสาขา 93 สาขา, ตี๋น้อย บาร์บีคิว (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) 9 สาขา, ตี๋น้อย โกลด์ (บุฟเฟต์พรีเมียม) 1 สาขา รวมทั้งหมด 103 สาขา

 

 

การที่กำไรของ “สุกี้ตี๋น้อย” ปรับตัวลดลงถึง 26% ในปี 2568 ท่ามกลางสมรภูมิบุฟเฟต์ที่ดุเดือด สามารถวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ คือสงครามราคาและคู่แข่งที่ดาหน้าเข้ามา เพราะตลาดสุกี้แมสในราคา 200 กว่าบาทเริ่มถึงจุดอิ่มตัว คู่แข่งทั้งรายใหญ่ และรายย่อยหันมาเล่นกลยุทธ์ตัดราคาหรือจัดโปรโมชั่นที่รุนแรงเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าเดิม ทำให้ “ตี๋น้อย” ไม่สามารถรักษาอัตรากำไรต่อหัวได้เท่าเดิม

 

ที่มา: คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2568 บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)