ชื่อ “อิชิตัน” ที่คนไทยคุ้นเคยในฐานะเจ้าตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม กำลังจะปรากฏบนถุงปุ๋ยในไร่นาด้วยเช่นกัน เมื่อบริษัทประกาศแตกไลน์ธุรกิจครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ซึ่งมีคุณตัน ภาสกรนที เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีมติอนุมัติเข้าร่วมลงทุนกับบริษัท อีวายดับบลิว กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด หรือ HoldCo จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในชื่อ “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้า ผลิต และจัดจำหน่ายปุ๋ยปั้นเม็ด (Compound Fertilizer) สำหรับพืชไร่และพืชสวน รวมถึงเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์การเกษตรที่เกี่ยวข้อง โดย ICHI ถือหุ้นสัดส่วน 51% และ HoldCo ถือหุ้น 49%
จุดที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจคือ ICHI ไม่ได้ลงมือทำธุรกิจปุ๋ยด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น แต่เลือกจับมือกับกลุ่ม “เอกยงวงศ์” ผู้ประกอบธุรกิจปุ๋ยที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2534 หรือกว่า 30 ปีแล้ว มีรายได้ราว 3,200 ล้านบาทในปี 2568 โดย HoldCo ถือหุ้นโดยบริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด สัดส่วน 45% และนายณัฐวุฒิ ศรีสุเทพ อีก 44% ทั้งสองฝ่ายมีความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตและจัดจำหน่ายปุ๋ยและสินค้าเกษตรมาอย่างยาวนาน การเลือกพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้ ช่วยให้ ICHI เข้าสู่ตลาดใหม่ได้เร็วกว่าการเริ่มต้นสร้างองค์ความรู้เองตั้งแต่ศูนย์
หลายคำถามเกิดขึ้น ชวนสงสัยว่าเพราะอะไรถึงข้ามห้วยจากธุรกิจเครื่องดื่มมาสู่เกษตรไร เหตุผลสำคัญที่สุด คือสัญญาณเตือนจากธุรกิจหลักของบริษัทเอง ตลาดเครื่องดื่มในประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว แม้ยอดขายชาเขียวซึ่งเป็นสินค้าหลักของอิชิตันจะยังเติบโตได้ดี แต่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มโดยรวมเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยระยะยาวที่ไม่สูงมากนัก ตรงกันข้ามกับตลาดปุ๋ยในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงมาก โดยปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 4.49 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลายหมื่นล้านถึงแสนล้านบาท ยังคงเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการด้านการเกษตรของประเทศ และเป็นสินค้าซื้อซ้ำตลอดทั้งปี

มองในมุมธุรกิจ การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ หรือ Diversification อย่างชัดเจน แทนที่จะทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปกับตลาดเครื่องดื่มที่กำลังอิ่มตัวและแข่งขันสูง ICHI เลือกขยายไปสู่อุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานความต้องการแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง จุดแข็งของกลยุทธ์นี้อยู่ที่การกระจายแหล่งรายได้ให้ไม่ต้องพึ่งพาตลาดเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาวหากตลาดเดิมเติบโตช้าลงเรื่อย ๆ
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือรูปแบบการกระจายความเสี่ยงครั้งนี้ไม่ได้อาศัยการควบรวมกิจการทั้งหมดหรือเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยตัวเอง แต่ใช้วิธีร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่แล้ว เป็นการผสานจุดแข็งสองด้านเข้าด้วยกัน คือเงินทุน และเครือข่ายธุรกิจของ ICHI กับความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตปุ๋ยของกลุ่มเอกยงวงศ์ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนในธุรกิจที่ไม่คุ้นเคยได้มาก เมื่อเทียบกับการบุกเบิกธุรกิจใหม่ด้วยตัวเองทั้งหมด
นอกจากนี้ ICHI ยังมีความเคลื่อนไหวคู่ขนานในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คือการร่วมมือกับ COCOCO เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากมะพร้าวน้ำหอม สะท้อนว่าบริษัทกำลังขยายพอร์ตธุรกิจผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรหลายรายพร้อมกัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อุตสาหกรรมปุ๋ยเพียงอย่างเดียว
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 100