Bonchon

ถอดรหัสดีล ไมเนอร์ ฟู้ด ฮุบไก่ทอด Bonchon จาก “ผู้เช่าแบรนด์” สู่ “เจ้าของแบรนด์”

วงการธุรกิจอาหารไทยมีข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด ในเครือไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ประกาศจับมือพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Serruya Private Equity (SPE) ลงนามเข้าซื้อกิจการ Bonchon International จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม VIG Partners และครอบครัว Mr. Seo โดยคาดว่าการซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนสิงหาคมนี้

 

ดีลนี้แบ่งสิทธิ์การบริหารแบรนด์ตามภูมิภาคอย่างชัดเจน ไมเนอร์ ฟู้ดใช้เงินลงทุนสุทธิ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นเจ้าของแบรนด์ และบริหารธุรกิจ Bonchon ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกเว้นทวีปอเมริกาที่เป็นสิทธิ์ของ SPE โดยไมเนอร์ ฟู้ดปัจจุบันบริหารทั้งหมด 350 สาขาใน 7 ประเทศ (รวมไทย 133 สาขา)

 

 

จากฐานแบรนด์ที่เริ่มต้นจากร้านไก่ทอดเล็กๆ ในเมืองปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อปี 2545 จนเติบโตมีสาขากว่า 500 แห่งใน 9 ประเทศทั่วโลก จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ไมเนอร์กับ SPE มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันมานานกว่า 30 ปี (SPE เป็นเจ้าของแบรนด์ Swensen’s ที่ไมเนอร์บริหารในไทย) ทำให้ดีลนี้เป็นการต่อยอดความไว้เนื้อเชื่อใจที่สั่งสมกันมา ไม่ใช่การจับมือกับคนแปลกหน้า

 

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของดีลนี้ไม่ใช่ตัวเลขเงินลงทุน แต่คือ “สถานะ” ของไมเนอร์ ฟู้ดที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ได้รับสิทธิ์บริหาร Bonchon ในประเทศไทยภายใต้สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้เจ้าของแบรนด์ทุกปี การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ไมเนอร์ยกระดับขึ้นเป็น “เจ้าของแบรนด์” ในตลาดโลกแทบทุกภูมิภาค

 

 

ความต่างของสถานะทั้งสองแบบนี้มีนัยสำคัญทางธุรกิจอย่างมาก ผู้เช่าสิทธิ์มีอำนาจตัดสินใจจำกัดอยู่แค่ในประเทศที่ตัวเองได้รับสิทธิ์ ต้องรอเจ้าของแบรนด์อนุมัติทุกการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ตั้งแต่สูตรอาหาร การออกแบบร้าน ไปจนถึงทิศทางการตลาด แต่เมื่อกลายเป็นเจ้าของแบรนด์เองแล้ว ไมเนอร์จะมีอำนาจเต็มในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ระดับโลก ทั้งการขยายสาขาในประเทศใหม่ การพัฒนาเมนู และที่สำคัญที่สุดคือสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Royalty fee) จากผู้ประกอบการรายอื่นที่ต้องการนำแบรนด์ Bonchon ไปเปิดในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

 

วิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะตาม โดยสถานะที่เปลี่ยนไปจากการขายอาหารหน้าร้านเพียงอย่างเดียว จะเป็นการเปิดช่องทางรายได้ใหม่จากค่าธรรมเนียมสิทธิ์ (Royalty fee) สอดสอดคล้องกับกลยุทธ์ Asset-Light ที่ไมเนอร์ ฟู้ดยึดถือมาตลอด คือเน้นขยายธุรกิจและสร้างผลตอบแทนสูงโดยใช้เงินลงทุนจำกัด แทนที่จะทุ่มเงินก่อสร้างและเปิดสาขาเองในทุกประเทศ

 

อีกผลลัพธ์สำคัญ คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไมเนอร์ในเวทีธุรกิจอาหารระดับโลก เพราะการเป็นเจ้าของแบรนด์เองทำให้สามารถผลักดัน Bonchon เข้าสู่ตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีสาขาได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากเจ้าของแบรนด์เดิม และยังเปิดโอกาสให้นำโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ที่ตัวเองสั่งสมประสบการณ์มานานไปขายสิทธิ์ต่อให้นักลงทุนรายอื่นในภูมิภาคต่างๆ สร้างรายได้แบบทวีคูณจากแบรนด์เดียว

 

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง