สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2 พร้อมเปิดตัวโครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ
การประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ (International Conference on Climate Leadership) ครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2569 โดยมีคณะบริหารธุรกิจของสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology: HIT), สถาบันการก่อสร้างอย่างยั่งยืน เดอะ บาร์ตเลตต์ (The Bartlett School of Sustainable Construction) แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และสมาคมเศรษฐกิจจีนประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป (Chinese Economic Association UK/Europe) เป็นเจ้าภาพร่วม การประชุมครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการกว่า 300 คน จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย 111 แห่ง ครอบคลุม 23 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ภาคธุรกิจ และวารสารวิชาการชั้นนำ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดและแนวปฏิบัติระดับโลกด้านภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ […]



หากย้อนไปเมื่อปี 2016 Volocopter จากเยอรมัน ถือเป็นบริษัทแรกของโลกที่ได้รับใบอนุญาตสำหรับเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์แบบมีคนขับ ซึ่งเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งเปิดแสดงสาธิตการใช้เครื่องบินไร้คนขับแบบ 2 ที่นั่งในย่านดาวน์ทาวน์ ณ กรุงดูไบ โดยเครื่องบินที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีหุ่นโดรนนี้ สามารถบินในสภาพการจราจรที่ร้อนจัดและเต็มไปด้วยฝุ่นทรายได้นานถึง 8 นาทีโดยไร้ปัญหา ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าว่า ภายในปี 2030 จะมี Volocopter หลายพันเครื่อง บินอยู่ในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก
ส่วนเครื่องบินจาก Lilium จะเป็นการสร้างเฮลิคอปเตอร์รูปแบบใหม่ที่เรียบง่าย กะทัดรัด แต่มีสมรรถนะสูงในด้านความปลอดภัย เสียง ความเร็ว ระยะทาง และค่าใช้จ่าย โดยเครื่องบิน Lilium สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 5 ที่นั่ง และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด จึงไม่มีการปล่อยก๊าซ CO2 นอกจากนี้ยังสามารถบินได้ไกลถึง 70 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 15 นาที (ในเวลาเท่ากันรถยนต์สามารถวิ่งได้ไกลแค่ 12 กิโลเมตร) นาย Daniel Wiegand ซีอีโอบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะพัฒนาแท็กซี่ Lilium ให้มีราคาใกล้เคียงกับแท็กซี่รถยนต์โดยสารทั่วไป และมีราคาถูกลงในระยะยาว ทั้งนี้ แท็กซี่ Lilium ยังอยู่ในขั้นทดลอง โดยคาดว่าจะสามารถให้คนขึ้นขับได้จริงในปี 2019 และจะเปิดให้มีการจองและใช้บริการได้ในปี 2025
นาย Florian Holzapfel ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบินจากมหาวิทยาลัย TU München คาดการณ์ว่า ตลาดแอร์แท็กซี่จะมีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในอนาคต ทั้งนี้อุปสรรคสำคัญของบริษัท Velocopter และ Lilium ในปัจจุบันคือเรื่องของกฎการบิน ลานลงจอดที่ยังมีไม่เพียงพอ ความจุของแบตเตอรี่ และการถ่ายโอนข้อมูล (Data transfer) รวมทั้งยังต้องต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Boeing และ Airbus ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาแอร์แท็กซี่เช่นเดียวกัน